บทที่ 4 พายุที่ชื่อว่าโซเชียล
แสงแดดยามเช้าที่ส่องลอดหน้าต่างห้องเรียนดูจะหม่นหมองลงไปทันที เมื่อต้นข้าวเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย หัวใจของเธอหล่นวูบเมื่อเห็นเพจจอมแฉของมหาวิทยาลัยแชร์ภาพเหตุการณ์เมื่อวาน ภาพที่เธอเดินคลุมเสื้อช็อปของพี่ธามท่ามกลางสายฝน พร้อมแคปชันที่อ่านแล้วชวนให้หน้าชา
“ดาวมหาลัยปีล่าสุด หรือจะเป็นแค่แต้มสะสมใหม่ของเสือวิศวะ? ลือสนั่น! เสื้อช็อปตัวหวงกลายเป็นผ้าคลุมไหล่ให้ยัยกระต่ายน้อย หรือนี่จะเป็นการเปิดตัวเด็กในสต็อกคนล่าสุด?”
คอมเมนต์ใต้โพสต์นั้นเต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งแง่ลบที่ว่าเธอใช้หน้าตาอ่อยรุ่นพี่ และแง่สมเพชที่เธอกำลังจะถูกคนเจ้าชู้อย่างพี่ธามทิ้งในไม่ช้า
“ข้าว! ไม่ต้องไปอ่านหรอก” เมย์เพื่อนสนิทคว้าโทรศัพท์ไปจากมือเธอด้วยความเป็นห่วง “พวกนี้ก็แค่พวกขี้อิจฉาที่ไม่มีปัญญาใส่เสื้อช็อปพี่ธามเท่านั้นแหละ”
ต้นข้าวไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่ซบหน้าลงกับฝ่ามือ ความรู้สึกน้อยใจที่สะสมมาตั้งแต่เรื่องที่โรงอาหารบวกกับการถูกโจมตีในที่สาธารณะ ทำให้ดาวมหาลัยที่เคยร่าเริงเริ่มกลายเป็นคนไม่ค่อยร่าเริงอีกต่อไป
บ่ายวันนั้น ในคาบเรียนรวมที่ควรจะเป็นปกติ ต้นข้าวพยายามนั่งหลังสุดเพื่อหลบสายตาคน แต่ทว่าพี่แพรวและกลุ่มเพื่อนนิเทศของเธอกลับเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะของต้นข้าว
“เป็นไงจ๊ะ เมื่อวานใส่เสื้อช็อปพี่ธามแล้วรู้สึกอุ่นไหม? หรือว่ามันหนักจนเดินไม่ไหวต้องให้เขาช่วยประคอง?” แพรวหัวเราะเบาๆ ในขณะที่คนรอบข้างเริ่มหันมามอง
“ข้าวไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะพี่แพรว ฝนมันตกพี่ธามแค่ให้ยืมเสื้อมาคลุมเท่านั้น” ต้นข้าวพยายามตอบด้วยเสียงที่มั่นคงที่สุด
“อ้อเหรอ? แต่เท่าที่พี่รู้จักธามมา เขาไม่เคยใจดีกับใครฟรีๆ นะจ๊ะ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ดูจืดชืดอย่างเธอ” แพรวโน้มตัวลงมาใกล้ “อย่าคิดว่าการที่เขาทำดีด้วยตอนนี้มันคือความรักนะข้าว สำหรับธามเธอเปรียบเหมือนขนมหวานที่เขาอยากชิมแก้เลี่ยนเท่านั้นแหละ พออิ่มแล้วเขาก็กลับไปหาอาหารจานหลักอย่างพวกพี่อยู่ดี”
เสียงหัวเราะของกลุ่มพี่แพรวดังขึ้นจนต้นข้าวทนไม่ไหว เธอคว้ากระเป๋าเตรียมจะเดินหนีออกจากห้อง แต่แล้วประตูห้องเรียนก็ถูกเปิดออกอย่างแรง!
ธามเดินเข้ามาพร้อมแก๊งเพื่อนวิศวะใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและเย็นชาจนน่าขนลุก เขาไม่เสียเวลาทักทายใคร แต่เดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะที่ต้นข้าวยืนอยู่
“มีอะไรกันเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำของธามทำให้กลุ่มของแพรวเงียบกริบทันที
“ธาม แพรวแค่แวะมาทักทายน้องต้นข้าวนิดหน่อยเองค่ะ เห็นว่าน้องเขากำลังดังในเพจมหาลัย” แพรวพยายามปรับเสียงให้หวานขึ้น
ธามไม่ได้มองแพรวด้วยซ้ำ แต่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของต้นข้าวที่ตอนนี้เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เขาหันไปหาแพรวด้วยแววตาที่คมกริบเสียจนคนมองต้องถอยหลัง
“ดังเพราะใครล่ะ? เพราะคนแถวนี้ชอบเอาเรื่องคนอื่นไปโพสต์หรือเปล่า?” ธามพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น “แพรว! ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเราจบกันไปนานแล้ว และผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับคนของผม”
คำว่าคนของผมหลุดออกมาจากปากเสือวิศวะ ทำเอาคนทั้งห้องเรียนเงียบจนได้ยินเสียงแอร์ ต้นข้าวเงยหน้ามองเขาด้วยความอึ้ง
“ธามหมายความว่ายังไงคะ? น้องคนนี้...”
“หมายความว่าใครที่คิดจะยุ่งหรือจะเอาเรื่องไร้สาระไปพูดถึงต้นข้าวอีก ผมจะถือว่าคนคนนั้นตั้งใจจะหาเรื่องผมโดยตรง” ธามพูดจบก็คว้าข้อมือของต้นข้าว “ไปข้าว! ไม่ต้องเรียนมันแล้ววิชานี้ พี่มีเรื่องต้องเคลียร์กับเรา”
ธามพาต้นข้าวเดินขึ้นมาที่ดาดฟ้าของตึกคณะวิศวะ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เขาและเพื่อนๆ มักจะมาขลุกอยู่บ่อยๆ ลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้า แต่ใจของต้นข้าวกลับร้อนรุ่ม
“พี่ธามปล่อยค่ะ! ทำไมต้องพูดแบบนั้นต่อหน้าทุกคนด้วยคะ?” ต้นข้าวสะบัดมือออก
“แล้วจะให้พี่นั่งดูเธอถูกรังแกอยู่เฉยๆ หรือไง? เป็นดาวมหาลัยซะเปล่า แต่ทำไมยอมให้คนอื่นข่มเหงง่ายๆ แบบนี้” ธามดุเสียงแข็ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความห่วงใย
“ก็เพราะข้าวไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ไงคะ! ทุกวันนี้คนก็มองว่าข้าวเป็นแค่ทางผ่านของพี่ พี่ก็รู้ว่าชื่อเสียงพี่เป็นยังไง” ต้นข้าวเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น “พี่คุยกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว แล้วทำไมต้องมาทำให้ข้าวดูแย่ในสายตาคนอื่นด้วย”
ธามนิ่งไป เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวเข้าไปหาต้นข้าวจนเธอแผ่นหลังติดกับผนังตึก เขาใช้แขนทั้งสองข้างกั้นตัวเธอไว้ไม่ให้หนี
“ข้าว! ฟังพี่นะ” เขาโน้มหน้าลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน “ที่พี่บอกว่าเธอเป็นคนของพี่ พี่ไม่ได้พูดประชดใคร”
“...”
“พี่อาจจะเป็นคนเจ้าชู้ในสายตาคนอื่น พี่อาจจะมีอดีตที่แย่ ตั้งแต่วันที่พี่แกล้งเธอวันแรก พี่เคยไปยุ่งกับใครคนอื่นอีกไหม?”
ต้นข้าวชะงักไปเมื่อนึกดูดีๆ ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา พี่ธามวนเวียนอยู่รอบตัวเธอตลอดเวลา แม้จะชอบกวนประสาท แต่เขาก็อยู่ตรงนั้นเสมอ
“ที่พี่แกล้งเพราะพี่อยากเห็นหน้าเธอ ที่พี่ตามวอแวเพราะพี่ไม่อยากให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้เธอ” เขาเอื้อมมือไปปาดน้ำตาที่แก้มของเธออย่างแผ่วเบา “พี่ไม่ใช่คนพูดเก่งเรื่องความรู้สึก และพี่ก็ยังไม่อยากใช้คำว่ารักให้มันดูพร่ำเพรื่อ แต่จำไว้ว่าสำหรับพี่ธามคนนี้ ถ้าไม่สำคัญจริงพี่ไม่เสียเวลาแกล้งนานขนาดนี้หรอกนะยัยกระต่ายน้อย”
ต้นข้าวนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ คำพูดของเขามันคือการสารภาพรักแบบอ้อมๆ ที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่คนอย่างเขาจะทำได้
“แล้ว...แล้วพี่จะเลิกเจ้าชู้จริงๆ เหรอคะ?” เธอถามเสียงสั่น
ธามกระตุกยิ้มมุมปากแบบเดิมที่เธอเคยเกลียด แต่วันนี้มันกลับดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“ก็ถ้าดาวมหาลัยแถวนี้ยอมให้พี่แกล้งไปตลอดชีวิต พี่จะเอาเวลาที่ไหนไปหาคนอื่นล่ะ หืม?”
เขาลูบหัวเธอเบาๆ ก่อนจะดึงเธอเข้าไปกอดหลวมๆ กลิ่นเสื้อช็อปและอ้อมกอดนี้ทำให้ต้นข้าวรู้สึกว่า ต่อให้คนทั้งมหาลัยจะว่าร้ายเธอ แต่ถ้ามีผู้ชายคนนี้อยู่ข้างๆ บางทีพายุที่เธอกลัวอาจจะเป็นแค่สายฝนที่พัดมาเพื่อให้เธอได้อยู่ใต้ร่มคันเดียวกับเขาก็ได้
