บทที่ 3 ภายใต้หน้ากากของความใจร้าย
หลังจากวันที่ต้นข้าวนั่งซ้อนท้ายบิ๊กไบค์สุดหวงของพี่ธามออกไปจากมหาวิทยาลัย ข่าวลือเรื่องดาวคณะบริหารกับเสือวิศวะก็แพร่กระจายไปเร็วยิ่งกว่าไวรัส ในเพจคิ้วบอยคิ้วเกิร์ลต่างพากันลงรูปแอบถ่ายที่ทั้งคู่เดินด้วยกัน จนต้นข้าวแทบไม่กล้าส่องโซเชียลอีก
เช้าวันต่อมา
ต้นข้าวมีเรียนที่ตึกรวม เธอพยายามเดินก้มหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาผู้คน แต่เธอก็ต้องหยุดกะทันหันเมื่อเห็นกลุ่มผู้หญิง 3-4 คน ยืนดักรออยู่ที่หน้าบันได หนึ่งในนั้นคือพี่แพรวดาวคณะนิเทศปี 4 อดีตคนสนิทที่สุดของพี่ธามเมื่อเทอมก่อน
“นึกว่าใคร ที่แท้ก็น้องต้นข้าวดาวมหาลัยคนล่าสุดนี่เอง” แพรวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจิกกัดพลางกวาดสายตามองต้นข้าวตั้งแต่หัวจรดเท้า
“พี่แพรว มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ต้นข้าวพยายามข่มใจให้มั่งคง
“ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ พี่แค่จะมาเตือนว่าธามเขาก็แบบนี้แหละ ชอบของใหม่ ชอบอะไรที่มันดูใสๆ ไร้เดียงสา แต่อย่าเผลอตัวไปรักเขาเข้าล่ะ เพราะพอเขาเบื่อเขาก็จะมองว่าเราเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งที่เขาเคยได้มาครองเท่านั้น”
คำพูดของแพรวเหมือนเข็มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงใจต้นข้าว
“ข้าวกับพี่ธามเราไม่ได้เป็นอะไรกันค่ะ พี่เขาแค่ชอบแกล้งข้าวเฉยๆ”
“หึ! แกล้งเหรอ? ธามไม่เคยเสียเวลาแกล้งใครถ้าเขาไม่หวังผลหรอกจ้ะ แต่อย่าลืมนะว่าคนอย่างธามเขาไม่เคยหยุดที่ใครได้นาน”
“พี่แพรวเข้าใจผิดแล้วค่ะ ข้าวกับพี่ธามไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ” เธอยืนยัน
“เหอะ! อย่าคิดว่าการที่เขาไปรับไปส่ง มันจะหมายความว่าเธอสำคัญนะจ๊ะเด็กน้อย” แพรวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ต้นข้าวยืนกำสายกระเป๋าเป้แน่น ซ้ำยังทำให้ต้นข้าวถึงกับใจเสียไปทั้งวัน
เที่ยงวันนั้น ต้นข้าวและเพื่อนสนิทเดินเข้ามาในโรงอาหารกลางของมหาลัยที่คนแน่นขนัด สายตาของเธอกวาดไปเห็นโต๊ะประจำของกลุ่มวิศวะ แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงักทันที
พี่ธามกำลังนั่งหัวเราะอย่างอารมณ์ดีอยู่กับผู้หญิงสวยเฉี่ยวคนหนึ่งในชุดนักศึกษาพอดีตัว เธอคนนั้นกำลังใช้ทิชชู่ซับเหงื่อที่ขมับให้พี่ธามอย่างเบามือ และเขาก็ไม่ได้ปัดป้อง แถมยังโน้มตัวเข้าไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างที่ทำให้ฝ่ายหญิงขำคิกคัก
“นั่นไง...ฉายาธามร้อยเมียไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ” เมย์ เพื่อนสนิทส่ายหัว “เมื่อวานเพิ่งจะทำตัวหวงแกอยู่เลย วันนี้มีสาวใหม่มาดูแลเอาใจใส่ถึงโต๊ะแล้ว”
ต้นข้าวรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอ ความรู้สึกน้อยใจที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแสดงออกพวยพุ่งขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว
“เมย์ ข้าวไม่หิวแล้ว เราไปรอที่ห้องเรียนกันเถอะ”
แต่ทว่าไอ้ปืนตาไวเห็นเข้าเสียก่อน
“อ้าว! น้องต้นข้าว ทางนี้ครับ! ไอ้ธามมันจองที่ไว้ให้แล้ว”
ต้นข้าวพยายามจะเดินหนี แต่เจ้ากรรมดันถูกพี่ธามวิ่งมาดักหน้าไว้ทัน
“จะไปไหน? ข้าวผัดกะเพราไข่ดาวไม่สุกวางรอจนเย็นหมดแล้ว” เขามองหน้าเธอ นัยน์ตาคมกริบสังเกตเห็นประกายน้ำตาที่รื้นอยู่ในตาสวย “เป็นอะไร? ตาแดงๆ หรือว่ามงกุฎดาวมหาลัยมันหนักจนทับสมองซีกซ้าย?”
“ไม่ได้เป็นอะไร พี่ธามไปดูแลผู้หญิงของพี่เถอะ ไม่ต้องมายุ่งกับข้าวหรอก” ต้นข้าวพยายามเลี่ยงเดินหนี แต่ธามกลับใช้แขนยาวๆ กั้นทางไว้
“ผู้หญิงคนไหน? อ๋อ..ทับทิมน่ะเหรอ?” เขายักคิ้วยิ้มกวนๆ เมื่อเห็นอาการหน้าตึงของคนตัวเล็ก “หึงเหรอ ยัยกระต่ายน้อย?”
“ใครหึงคะ! ข้าวแค่..แค่ไม่ชอบใกล้ชิดกับคนมีเจ้าของ”
“อ้อ..งั้นก็แสดงว่าถ้าพี่ไม่มีเจ้าของเธอก็จะชอบพี่ใช่ไหม?” คำพูดทีเล่นทีจริงนั้นทำให้ต้นข้าวหน้าร้อนผ่าว
เธอรีบก้มหน้าหนีสายตาเจ้าเล่ห์ของเขา “ไม่คุยด้วยแล้ว!”
ช่วงบ่ายเป็นวิชาเรียนรวมที่แสนน่าเบื่อ ต้นข้าวนั่งจดเลคเชอร์ด้วยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอแอบมองแผ่นหลังกว้างของธามที่นั่งห่างออกไปสามแถว เขากำลังคุยเล่นกับเพื่อนและสาวๆ ที่แวะเวียนมาทักทายไม่ขาดสาย
‘เขาก็เป็นแบบนี้กับทุกคนนั่นแหละต้นข้าว อย่าไปหลงกลเด็ดขาด’ เธอเตือนตัวเอง
หลังจบคาบ ฝนดันตกหนักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ต้นข้าวยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ใต้ตึกคณะเพราะลืมร่มไว้ที่หอพัก เพื่อนของเธอก็กลับไปกันหมดแล้ว
“ยืนบื้อทำไมตรงนี้? เดี๋ยวก็เป็นหวัดตายหรอก!” เสียงดุๆ ดังขึ้นข้างหู พร้อมกับกลิ่นประจำตัวที่เธอเริ่มจะคุ้นเคย
พี่ธามยืนอยู่ข้างหลัง เขาไม่ได้ใส่เสื้อช็อป เขาใส่เพียงเสื้อยืดสีดำ
“เอ้า เอาไป” เขายื่นเสื้อช็อปที่เขามักจะบอกว่าหวงนักหวงหนาให้เธอ
“ให้ข้าวทำไมคะ?”
“เอาคลุมหัวซะสิ แล้วเดินตามพี่มาที่รถ ห้ามบ่น ห้ามถาม ห้ามทำตัวช้า” เขาสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ของเธอมาถือไว้เอง แล้วดึงเธอให้เข้ามาใกล้จนไหล่ชิดกัน
ระหว่างที่เดินฝ่าสายฝนโดยมีเสื้อช็อปของเขาคลุมร่างเธอเอาไว้ ต้นข้าวสังเกตเห็นว่าพี่ธามพยายามเอียงไหล่ข้างที่ไม่ได้บังเธอออกไปรับฝนเสียเองจนเสื้อยืดของเขาเปียกโชก เพื่อให้เธอยังคงแห้งสนิท
“พี่ธาม พี่เปียกหมดแล้ว”
“เงียบไปเถอะ ร่างกายระดับนักกีฬาอย่างพี่ไม่ป่วยง่ายๆ เหมือนเด็กขี้แงแถวนี้หรอก” เขาบ่น แต่กระชับอ้อมแขนที่โอบไหล่เธอให้แน่นขึ้น “เสื้อช็อปตัวนี้เพื่อนพี่มันขอแตะยังไม่ได้เลยนะ”
“แล้วพี่เอามาให้ข้าวคลุมทำไมล่ะคะ?”
ธามชะงักเท้าที่กำลังจะเดินถึงรถ เขาหันมามองคนในอ้อมแขนด้วยสายตาที่อ่านยาก
“เพราะร่างกายเธอมันแพงกว่ามั้ง ถ้าเสื้อผ้าดาวมหาลัยเปียกจนดูไม่ได้ พี่กลัวคนแถวนี้จะหาว่ารุ่นพี่วิศวะดูแลน้องไม่ดี”
เขารีบเปิดประตูรถให้เธอก้าวเข้าไปนั่ง ก่อนจะปิดตามลงมาอย่างรวดเร็ว ในความเงียบที่มีเพียงเสียงฝนกระทบหลังคารถ ธามหยิบทิชชู่ส่งให้เธอโดยไม่หันมามอง
“พี่ไม่ได้ใจดีกับทุกคนนะข้าว แค่บางคนที่น่าแกล้งเป็นพิเศษเท่านั้นแหละที่ได้สิทธิ์นี้”
ต้นข้าวรับทิชชู่มาซับน้ำฝนที่ปลายจมูก พลางมองแผ่นหลังของคนขับที่ดูเหมือนจะพยายามซ่อนความประหม่าด้วยการปรับวิทยุให้ดังขึ้น เธอไม่ได้ยินคำว่ารักสักคำ แต่อุณหภูมิในรถกลับทำให้หัวใจที่เคยหนาวสั่นของเธอกลับมาอุ่นวาบอย่างไม่เข้าใจ
ต้นข้าวไม่รู้เลยว่าเสื้อช็อปที่เธอคลุมอยู่นั้น ตรงกระเป๋าด้านในมีปากกาเขียนชื่อ THAME และชื่อ TONKHAO คู่กันไว้ตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มแกล้งเธอแล้ว
