บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 กิจกรรมรับน้อง

บรรยากาศยามเช้าในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงกลองสันทนาการจากคณะต่างๆ ดังสอดประสานกันไปทั่วบริเวณ แต่ที่ดูจะเป็นจุดสนใจที่สุดคงหนีไม่พ้นลานอเนกประสงค์หน้าคณะบริหารธุรกิจ เพราะวันนี้มีกิจกรรมรับน้องรวมระหว่างคณะบริหารและคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่มีมาอย่างยาวนาน

ต้นข้าวในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงวอร์มที่ดูทะมัดทะแมง แต่ก็ไม่อาจซ่อนออร่าความเป็นดาวมหาวิทยาลัยของเธอไว้ได้ ผมยาวสลวยถูกมัดเป็นหางม้าสูง เผยให้เห็นใบหน้าใสที่แต้มด้วยแป้งฝุ่นบางๆ เธอได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนเฟรชชี่ฝ่ายหญิงที่ต้องถือป้ายคณะ

“น้องต้นข้าวครับ น้ำไหมครับ?”

“น้องข้าว ร้อนไหม เดี๋ยวพี่เอาพัดลมพกพามาให้”

เหล่ารุ่นพี่และเพื่อนต่างคณะเดินแวะเวียนเอาของมาปรนนิบัติจนเธอทำตัวไม่ถูก ต้นข้าวได้แต่ยิ้มแหยๆ และปฏิเสธไปอย่างสุภาพ แต่แล้วบรรยากาศที่เคยสดใสกลับเงียบกริบลงเมื่อกลุ่มแก๊งวิศวะเดินเข้ามา นำโดยร่างสูงสง่าในเสื้อช็อปสีกรมท่าที่ดูสะดุดตาที่สุด

ธามเดินนำกลุ่มเพื่อนเข้ามาด้วยท่าทางมาดกวน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ต้นข้าวซึ่งกำลังถูกรุมล้อมด้วยหนุ่มๆ

“เป็นดาวมหาลัยนี่มันดีจริงๆ มีคนคอยรับใช้เป็นแถวด้วย” เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นมาแต่ไกล

“พี่ธาม! วันนี้มีกิจกรรมสำคัญ พี่อย่าแกล้งข้าวเลยนะคะ” ต้นข้าวถอนหายใจเฮือกใหญ่

ธามไม่ตอบแต่เดินเข้ามาใกล้จนคนรอบข้างต้องถอยกรูด เขาคว้าป้ายคณะที่ต้นข้าวถืออยู่ไปถือไว้เองด้วยมือเดียว

“ถือป้ายมันหนัก เดี๋ยวจะหน้ามืดตกเวทีไปเสียก่อน พี่ช่วยถือให้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยน”

“ข้อแลกเปลี่ยนอีกแล้วเหรอคะ?” ต้นข้าวค้อนขวับ

“ไปยืนข้างหลังพี่ ห้ามไปยืนใกล้พวกแมลงหวี่พวกนั้น พี่รำคาญสายตา” ธามพูดเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยคำสั่ง

เพื่อนๆ ของเขาอย่างปืนและหมอก ต่างมองหน้ากันแล้วลอบยิ้ม เพราะรู้ดีว่าไอ้ธามที่ปกติไม่เคยสนใจใครกำลังกางปีกปกป้องกระต่ายน้อยตัวนี้อยู่

กิจกรรมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงฐานสามัคคีคือพลังที่ต้องให้น้องๆ จับคู่กันพยุงตัวข้ามสิ่งกีดขวาง ต้นข้าวถูกจับคู่กับเพื่อนผู้ชายร่วมคณะที่ชื่อนนท์ ซึ่งดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษที่ได้ใกล้ชิดดาวมหาลัย

“ข้าว เดี๋ยวข้าวจับมือเราไว้นะ เราจะพยุงข้าวเอง” นนท์พูดพลางทำท่าจะจับมือต้นข้าว

แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะกัน นกหวีดจากรุ่นพี่คุมฐาน (ซึ่งก็คือธาม) ก็ดังขึ้นปรี๊ดใหญ่!

“หยุด!” ธามเดินดุ่มๆ เข้ามากลางวง “เพื่อความเหมาะสมและไม่เป็นการฉวยโอกาส พี่ขอเปลี่ยนกติกาให้ผู้หญิงจับคู่ผู้หญิง ส่วนไอ้น้องนนท์ไปจับคู่กับไอ้ปืนนู่นไป”

“อ้าวพี่ แต่คู่ผม-” นนท์พยายามประท้วง

“ไม่มีแต่! หรืออยากซ่อมรอบสนาม?” สายตาเย็นชาของธามทำให้นนท์ต้องยอมสงบปากสงบคำ

ต้นข้าวมองการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจ เธอมองเห็นความเผด็จการ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตาของเขา

ในช่วงพักเบรก ต้นข้าวนั่งพัดตัวเองอยู่ใต้ต้นไม้ ธามเดินเข้ามาพร้อมขวดน้ำเย็นเจี๊ยบที่แนบเข้ากับแก้มเนียนของเธอจนต้นข้าวนิ่งไป

“โอ๊ย! พี่ธาม! มันเย็นนะ!”

“เอาไปกินสิ แล้วนี่...เสื้อตัวนี้มันบางไปหรือเปล่า?” เขาขมวดคิ้วมองเสื้อยืดสีขาวของเธอที่เริ่มเปียกชุ่มด้วยเหงื่อจนเริ่มแนบเนื้อ

“ก็เสื้อกิจกรรมนี่คะ ใครๆ ก็ใส่กัน”

ธามไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาถอดเสื้อช็อปวิศวะตัวนอกของเขาออก แล้วคลุมทับลงบนไหล่บางของต้นข้าวทันที กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาห่อหุ้มตัวเธอไว้จนต้นข้าวรู้สึกหน้าร้อนผ่าว

“ใส่ไว้! ห้ามถอด! ถ้าพี่เห็นใครมองเธอมากกว่าสามวินาที พี่จะถือว่ามันหาเรื่องพี่”

“พี่ธาม! ทำแบบนี้คนอื่นจะเข้าใจผิดนะคะ พี่เป็นคนเจ้าชู้ใครๆ ก็รู้ ถ้าข้าวใส่เสื้อพี่แล้วแล้วคนอื่นเข้าใจผิดล่ะ?”

“คนอื่นจะเข้าใจยังไงพี่ไม่สน แต่เขารู้กันทั้งมหาลัยว่าเสื้อตัวนี้พี่หวงที่สุด และตอนนี้มันอยู่บนตัวเธอ” เขาโน้มหน้ามาสบตา “เข้าใจความหมายไหม ยัยกระต่ายน้อย?”

ต้นข้าวเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา พี่ธามคนนี้ชอบแกล้ง แต่ทำไมวันนี้เขากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญที่เขาต้องปกป้อง

บ่ายวันนั้นมีวิชาเรียนรวมระหว่างคณะบริหารและวิศวะ ในหัวข้อจริยธรรมและการทำงาน ห้องเลคเชอร์ขนาดใหญ่บรรจุนิสิตกว่าสามร้อยคน ต้นข้าวนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนสาวด้านหน้าห้อง แต่ไม่นานนักเธอก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของเก้าอี้ข้างๆ

ธามและแก๊งเพื่อนของเขาที่ย้ายที่นั่งจากหลังห้องมานั่งประกบเธอ

“พี่ธาม ตรงนี้ที่นั่งเพื่อนข้าวค่ะ”

“เพื่อนเราไปนั่งนู่นแล้ว” ธามบุ้ยปากไปทางเพื่อนของต้นข้าวที่ตอนนี้ถูกเพื่อนของธามอัญเชิญไปนั่งอีกแถวเรียบร้อยแล้ว

ตลอดคาบเรียน แทนที่ธามจะตั้งใจฟังอาจารย์ เขากลับนั่งมองหน้าต้นข้าวแล้วจดโน้ตอะไรบางอย่างส่งมาให้เธอ

‘เย็นนี้ไปกินข้าวกับพี่นะ’ ข้อความในกระดาษเขียนไว้แบบนั้น

ต้นข้าวส่ายหน้าและเขียนตอบ ‘ไม่ว่างค่ะ มีนัดกับเพื่อนไปทานอาหารกับรุ่นพี่สายรหัสค่ะ’

ธามขมวดคิ้ว เขาหันไปซุบซิบกับปืนเพื่อนสนิท ไม่นานนักมือถือของต้นข้าวก็สั่นแจ้งเตือน มีข้อความจากรุ่นพี่ในคณะบอกว่า ‘เย็นนี้งดนัดกินเลี้ยงนะจ๊ะ พอดีพี่ๆ ติดธุระด่วน’

“พี่ทำอะไรคะ!” ต้นข้าวหันไปค้อนธามวงใหญ่

“พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย พี่แค่บอกเพื่อนพี่ว่าพี่อยากกินข้าวกับดาวมหาลัย เพื่อนพี่เขาก็เลยช่วยจัดการให้” เขายิ้มอย่างผู้ชนะ “อีกอย่างนะข้าว ไอ้คนเจ้าชู้อย่างพี่น่ะถ้าอยากได้อะไรพี่ไม่เคยพลาด โดยเฉพาะเวลาที่พี่อยากจะรักเดียวใจเดียวกับใครสักคน”

คำพูดนั้นทำให้ต้นข้าวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง คำว่ารักเดียวใจเดียวจากปากเสือผู้หญิงอย่างธามเนี่ยนะ? มันฟังดูน่าเชื่อถือพอๆ กับการบอกว่าฝนจะตกในฤดูร้อน แต่ทำไมดวงตาที่จ้องมองมาถึงได้ดูจริงจังจนเธอต้องหลบตาไปเอง

กิจกรรมรับน้องวันนั้นจบลงด้วยการที่ดาวมหาลัยต้องนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันเท่ของรุ่นพี่วิศวะออกไปท่ามกลางสายตาคนทั้งมหาลัย และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้นข้าวรู้ว่าชีวิตต่อจากนี้ของเธอจะไม่ได้วุ่นวายแค่เรื่องเรียน แต่จะวุ่นวายเพราะคนขี้แกล้งอย่างพี่ธามคนนี้แหละ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel