บทที่ 1 น้องต้นข้าวของพี่ธาม
แสงไฟสปอร์ตไลท์บนเวทีหอประชุมใหญ่ส่องสว่างจนตาพร่า เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังสนั่นเมื่อพิธีกรประกาศชื่อต้นข้าวจากคณะบริหารธุรกิจ เป็นผู้ครองตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยประจำปีนี้ เธอรับตำแหน่งด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ มือเรียวโอบกอดช่อดอกไม้แน่น แต่นัยน์ตาสวยกลับเหลือบไปเห็นร่างสูงที่ยืนกอดอกอยู่ตรงประตูทางออก
ธาม รุ่นพี่วิศวกรรมศาสตร์ปี 3 ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ระดับตัวพ่อ เขามองมาที่เธอด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากที่ดูเหมือนการเยาะเย้ยมากกว่าการยินดี แล้วเขาก็เดินหันหลังกลับออกไป
“ยินดีด้วยนะจ๊ะน้องต้นข้าวของพี่ๆ” เสียงรุ่นพี่ในคณะเข้ามาแสดงความยินดี แต่ในใจของต้นข้าวยังคงวนเวียนอยู่กับสายตากวนประสาทคู่นั้น
“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวข้าวขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”
หลังฉากที่วุ่นวาย ต้นข้าวเดินเลี่ยงออกมาทางสวนหย่อมหลังหอประชุมเพื่อสูดอากาศหายใจ เธอนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน พลางบ่นอุบอิบ
“คนบ้าอะไร ยิ้มยินดีสักนิดก็ไม่มี หน้าตาดีเสียเปล่าแต่กิริยาสุดทน”
“บ่นถึงพี่อยู่เหรอ ยัยกระต่ายน้อย?”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืดใต้ต้นหูกระจง ต้นข้าวมุ่ยหน้าทันที
“พี่ธาม! มาทำอะไรตรงนี้คะ? ข้าวไม่ได้บ่นถึงพี่สักหน่อย”
ธามเดินก้าวออกมาจากเงามืด เสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าที่ดูสมบุกสมบันขัดกับใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เขายืนพิงต้นไม้พลางจ้องมองมงกุฎบนศีรษะของเธอ
“ดาวมหาลัยเหรอ? กรรมการคงจะสายตาไม่ค่อยดี ถึงเลือกเด็กที่เดินสะดุดชายกระโปรงตัวเองตอนซ้อมมารับตำแหน่งนี้ได้”
“พี่ธาม!” ต้นข้าวลุกขึ้นยืนประจันหน้า “ถ้าพี่จะมาเพื่อแขวะกันล่ะก็ เชิญไปหาบรรดาสาวๆ ในสต็อกของพี่เถอะค่ะ ข้าวจะกลับแล้ว”
“เดี๋ยวสิ” ธามคว้าต้นแขนของเธอไว้ แรงบีบไม่หนักแต่แน่นหนาพอที่จะทำให้เธอหนีไม่ได้ “จะรีบไปไหนล่ะ ยังไม่ได้ทวงสัญญาเลย”
“สัญญาอะไรคะ?”
“ที่บอกว่าถ้าพี่บริจาคเงินให้ค่ายอาสาแล้วเราต้องยอมให้พี่แกล้งตลอดเทอมไง ลืมแล้วเหรอ?” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ จนต้นข้าวได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ
“นั่นมันเรื่องตลกนี่คะ ใครจะไปจริงจัง”
“แต่พี่จริงจัง! โดยเฉพาะของเล่นที่น่าสนใจอย่างข้าวน่ะ” เขายิ้มกว้างขึ้น คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่ทำให้สาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัยต้องสยบ แต่สำหรับต้นข้าวมันคือสัญญาณอันตราย
“เป็นดาวมหาลัยมันเหนื่อยนะข้าว ต้องวางตัวให้ดี ต้องสวยตลอดเวลา แต่ถ้าอยู่กับพี่เธอไม่ต้องทำอะไรเลย แค่รองรับอารมณ์กวนประสาทของพี่ให้ได้ก็พอ”
“พี่มันโรคจิต!” ต้นข้าวสะบัดตัวหลุดแล้วรีบเดินหนีออกไป
ธามมองตามแผ่นหลังบางที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีไปอย่างขำๆ เขาล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงพลางพึมพำ ‘ดาวมหาลัยงั้นเหรอ ก็สวยดี แต่น่าแกล้งมากกว่า’
ในขณะที่ต้นข้าวคิดว่านี่คือการกลั่นแกล้งตามประสาคนขี้เล่น เธอหารู้ไม่ว่าในสายตาของธามที่มองตามไปนั้น ไม่มีแววของความเจ้าชู้เหมือนที่เขาใช้มองผู้หญิงคนอื่น แต่มันมีความเอ็นดูที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่มากกว่า เพียงแต่คนอย่างธามไม่เคยจีบใครดีๆ เขาจึงต้องเริ่มจากการแกล้งเพื่อให้ได้อยู่ในสายตาของเธอตลอดเวลา
