05
4 ปีก่อน…หลังวันที่มีมี่เดินจากไป ชีวิตของเคลย์ไม่ได้พังลงในวันเดียว แต่มันค่อย ๆ แตกละเอียดทีละชิ้นทีละค่ำคืน
วันแรกหลังถูกบอกเลิก เขายังนั่งอยู่ที่เดิมตรงจุดนัดเจอ ท่ามกลางฝนที่หยุดตกไปแล้วนาน เหมือนถ้ายังไม่ลุกไปไหน ทุกอย่างอาจย้อนกลับมาเหมือนเดิมโทรศัพท์ถูกเปิดดูซ้ำ ๆ ไม่มีข้อความจากเธอ ไม่มีสายเข้า ไม่มีอะไรเลยเขาหัวเราะออกมาเบา ๆ คนเดียว ก่อนจะเริ่มไอหนักจนตัวงอ
หนึ่งเดือนต่อมา
เคลย์ล้มป่วย จากคนที่เคยแข็งแรง กลายเป็นคนซูบผอมในเวลาไม่นาน ไข้ขึ้นบ่อย นอนไม่หลับ กินอะไรก็อาเจียน หมอบอกว่าร่างกายอ่อนแอจากความเครียดสะสมภูมิคุ้มกันตกอย่างหนัก แต่สิ่งที่หนักกว่าร่างกาย คือจิตใจ เขานอนมองเพดานทุกคืน แล้วถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าตัวเขาเอง ผิดอะไร ทำไมเธอไปง่ายดายขนาดนั้น
แม้วันเวลาล่วงเลยไปกว่าสามเดือน เขาเริ่มไม่ไปเรียน ไม่รับโทรศัพท์ใคร ไม่เจอเพื่อนไม่สนใจโลกภายนอก ห้องพักมืดอยู่ตลอดเวลา ผ้าม่านถูกปิดสนิท ขวดน้ำวางเกลื่อนพื้น อาหารที่ซื้อมาไม่เคยถูกแกะ เคลย์นั่งอยู่บนพื้นพิงเตียงเป็นชั่วโมง ๆ บางวันไม่พูดอะไรทั้งวัน บางวันหัวเราะกับตัวเองเมื่อคิดถึงประโยคของเธอ
“มี่ไม่รักพี่แล้ว”
เขาท่องมันราวกับคำสาป จนเริ่มเชื่อว่า ตัวเองไม่มีค่าพอให้ใครรักจริง ๆ
แม้จะผ่านไปกว่าหกเดือน ครอบครัวพาเขาไปพบแพทย์จิตเวช ตอนแรกเขาไม่ยอมพูดอะไร นั่งนิ่ง จ้องพื้นไม่สบตาใคร แต่คืนหนึ่งหลังกลับจากโรงพยาบาล เขาทุบกระจกในห้องจนมือเลือดไหล เพราะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งบนถนนหัวเราะกับแฟนค่อนข้างคล้ายมีมี่เกินไป หลังจากนั้น เขาจึงเริ่มรักษาอย่างจริงจัง
แพทย์วินิจฉัยว่าเขามีภาวะซึมเศร้าร่วมกับอาการย้ำคิดย้ำทำจากความสัมพันธ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง เขาได้ยานอนหลับ ยาคลายกังวล และการบำบัดต่อเนื่อง แต่บางอย่างในตัวเขา…ไม่เคยหายไป เขาเลิกเศร้าแบบร้องไห้ แล้วแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาแทน เลิกถามว่า ตัวเองผิดอะไร แล้วเริ่มตั้งถามว่า
“ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายเจ็บคนเดียว”
เขาทุ่มเทตัวเองกับกับการเรียน และทำธุรกิจของครอบครัว ทำงานหนักจนไม่หลับไม่นอน สร้างตัวเองให้ประสบความสำเร็จเร็วเกินวัย ภายนอกเขากลายเป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบ ฉลาด นิ่ง มีอำนาจ ควบคุมทุกอย่างได้ ยกเว้นเรื่องเดียว คือ เธอ
ปัจจุบัน
การกลับมาเจอมีมี่อีกครั้ง เหมือนเปิดแผลที่เคยเย็บไว้จนฉีกขาดทั้งหมด เคลย์ไม่รู้แล้วว่า สิ่งที่ตัวเองต้องการคืออะไร อยากแก้แค้น? อยากได้เธอคืน? อยากเห็นเธอเจ็บเหมือนที่เขาเคยเจ็บ? หรือแค่ไม่ยอมรับว่า
ต่อให้ผ่านไปสี่ปี
ผู้หญิงคนเดิม ยังควบคุมหัวใจเขาได้อยู่ เขาจึงเริ่มทำทุกอย่างแบบบิดเบี้ยว เข้าใกล้เพื่อนเธอ ทำลายความสัมพันธ์ของเธอ กดดันให้เธอสับสน และคอยพิสูจน์กับตัวเองว่า ถ้าเขายังเจ็บ…เธอก็ควรเจ็บด้วย เพราะในใจลึก ๆ ของเคลย์ ความรักกับความแค้น มันแยกออกจากกันไม่ได้แล้ว…
“…”
มีมี่สะบัดมือเขาออกทันที
“อย่ามาแตะตัวฉัน…”
เสียงเธอสั่นเพราะร้องไห้หนัก
ดวงตาแดงช้ำมองเขาเหมือนคนหมดแรงจะรับอะไรอีกแล้ว
เคลย์นิ่งไปเล็กน้อย มือที่เคยยกค้างอยู่กลางอากาศค่อย ๆ ลดลง มีมี่รีบหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาเปิดประตูห้อง มือสั่นจนแตะผิดหลายครั้ง
ปี๊บ~~ ประตูปลดล็อกในที่สุด
เธอรีบผลักมันเปิด ก่อนหันกลับมามองเขาทั้งน้ำตา
“พี่ควรปล่อยมี่ไปตั้งนานแล้ว…”
คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่ค่อย ๆ กรีดลงกลางอกของเขา แต่เคลย์ยังยืนนิ่ง สายตามองเธอไม่วาง
มีมี่กัดริมฝีปากแน่น ก่อนเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูทันที
ปัง!
เสียงประตูดังสะท้อนทางเดินเงียบ ๆ ด้านในห้องร่างบางทรุดลงนั่งกับพื้นทันทีหลังล็อกประตู เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
มือยกขึ้นปิดปากตัวเอง แต่เสียงสะอื้นยังดังไม่หยุด ทุกอย่างกำลังพัง อาร์มเจ็บเพราะเธอ
เคลย์ก็เหมือนคนที่หลุดออกจากความเจ็บปวดไม่ได้สักที และเธอเอง…ก็ยังอ่อนแอเกินกว่าจะตัดใครออกไปจริง ๆ
มีมี่กอดเข่าตัวเองแน่น พยายามควบคุมลมหายใจแต่ภาพสายตาของเคลย์ในอดีต ยังคงติดอยู่ในหัวไม่ไปไหน
“ฉันพยายามเลิกเกลียดเธอมาตั้งสี่ปี…”
น้ำตาเธอไหลหนักกว่าเดิมเพราะเพิ่งรู้ว่า ตลอดเวลาที่เธอคิดว่าคนเดียวที่เจ็บคือเธอ อีกคนกลับกำลังจมอยู่ในความพังไม่ต่างกัน
ด้านนอกห้อง เคลย์ยังยืนอยู่ที่เดิม เงียบ ๆ เขามองประตูที่ปิดสนิทอยู่พักใหญ่ ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างคนสมเพชตัวเองสุดท้าย… เธอก็ยังเลือกผลักเขาออกเหมือนเดิม
ชายหนุ่มก้มมองฝ่ามือตัวเองช้า ๆ ฝ่ามือที่เมื่อครู่ยังสัมผัสน้ำตาของเธออยู่ แล้วกำมันแน่น แววตาค่อย ๆ ด้านชาอีกครั้ง เหมือนกำลังสร้างกำแพงขึ้นมาปิดความรู้สึกตัวเอง แต่ลึกลงไปข้างใน เขารู้ดีว่า ต่อให้เธอปิดประตูใส่เขากี่ครั้ง เขาก็ยังเดินจากเธอไม่ได้อยู่ดี…
ด้านนออกห้องยังเงียบสนิท
เคลย์ยืนมองประตูของมีมี่อยู่พักใหญ่ ก่อนค่อย ๆ ยกยิ้มมุมปากช้า ๆ รอยยิ้มนั้นไม่ได้อบอุ่น แต่มันเต็มไปด้วยความหมกมุ่นที่น่ากลัว
“เธอคิดว่าหนีฉันพ้นจริง ๆ เหรอ…”
เสียงทุ้มพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินกลับไปอีกฝั่งของโถงทางเดิน หยุดอยู่หน้าห้องตรงข้าม
ติ๊ด ประตูถูกเปิดออก
ห้องกว้างหรูหราที่ตกแต่งเสร็จสมบูรณ์อยู่ด้านในไฟอัตโนมัติค่อย ๆ สว่างขึ้นทันทีที่เขาก้าวเข้าไป
เคลย์ปลดกระดุมข้อมือช้า ๆ ก่อนเดินตรงไปยังห้องทำงานด้านใน ผนังหนึ่งของห้องเต็มไปด้วยจอมอนิเตอร์หลายจอ ภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วคอนโดกำลังแสดงอยู่บนนั้น
ล็อบบี้ ลิฟต์ ทางเดิน ลานจอดรถรวมถึง ภายในห้องของมีมี่
ดวงตาคมเข้มมองภาพเธอที่เพิ่งร้องไห้เดินเข้าห้องไปเมื่อครู่เงียบ ๆ นิ้วยาวเคาะโต๊ะเบา ๆ ไม่มีใครรู้ ว่าเจ้าของใหม่ของคอนโดแห่งนี้จะคือ เขา เคลย์ไม่ได้ซื้อแค่ห้องตรงข้ามเธอ เขาซื้อทั้งคอนโด
ตั้งแต่วันที่รู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่ เพราะเขาไม่ต้องการแค่ เจอเธอโดยบังเอิญ เขาต้องการควบคุมทุกอย่างรอบตัวเธอแม้แต่คนที่จะมีสิทธิ์เข้าใกล้เธอ สายตาเขาหยุดอยู่ที่ภาพในห้องเธออีกครั้ง ก่อนเอื้อมมือไปแตะหน้าจอเบา ๆ ราวกับกำลังสัมผัสเธอผ่านกระจก
“ฉันเคยปล่อยเธอหายไปครั้งนึงแล้ว…”
เสียงเขาต่ำและนิ่ง
“ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยอีกแน่”
จอมอนิเตอร์สะท้อนใบหน้าของผู้ชายที่ยังดูสมบูรณ์แบบภายนอก แต่ภายใน กลับเต็มไปด้วยความรักที่บิดเบี้ยวจนน่ากลัว…
