03
หลังจากรอดพ้นเงื้อมมือของราชสีห์อย่างเคลย์ หญิงสาวรีบปิดประตู
“…”
เช้าวันต่อมา
มีมี่แทบไม่ได้นอนทั้งคืน คำถามของเขายังวนอยู่ในหัวไม่หยุด และสิ่งที่ทำให้เธออึดอัดที่สุด คือเธอไม่สามารถตอบได้ทันที
เธอเดินเข้ามหาลัยด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า หนังสือในมือถูกกอดแน่นราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียว วันนี้เธอตั้งใจจะหลบทุกอย่าง หลบสายตาคนอื่น หลบความคิดตัวเองและหลบเขา แต่ทันทีที่เดินผ่านลานกลางคณะ ฝีเท้าของเธอก็หยุดลง หัวใจหล่นวูบ ตรงม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่
ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างสบาย ๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเล็กน้อย หล่อสะดุดตาจนคนรอบข้างแอบมองไม่หยุด และข้าง ๆ เขา คือ แพรว เพื่อนสนิทที่สุดของมีมี่แพรวกำลังหัวเราะกับอะไรบางอย่าง มือเล็กตีแขนเขาเบา ๆ อย่างสนิทสนม ส่วนเขาก็ยิ้มตอบ รอยยิ้มแบบที่เมื่อก่อนเคยเป็นของเธอคนเดียว ทำเอามีมี่ชาวาบไปทั้งตัว
“มีมี่!”
เสียงแพรวเรียกอย่างสดใสเมื่อเห็นเธอ มีมี่ฝืนขยับขาเดินเข้าไป
“มาเร็วจัง วันนี้มีเรียนเช้าเหรอ”
แพรวลุกขึ้นมายิ้มกว้าง ก่อนดึงแขนเธอเข้าไปใกล้
“นี่พี่เคลย์”
มีมี่ชะงัก ค่อย ๆ หันไปมองที่เขาอย่างคุ้นเคย เขายกคิ้วนิด ๆ เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเธอจะตกใจ
“สวัสดีครับ”
น้ำเสียงสุภาพจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเมื่อคืนคนนี้คือคนเดียวกับที่ถามเธอเสียงเย็นชา ทว่าทำเอาแพรวตื่นเต้นไม่หยุด
“หล่อมากใช่ไหมแก! แล้วใจดีด้วยนะ มานั่งคุยกับฉันตั้งแต่เช้าเลย”
มีมี่ฝืนยิ้มบาง ๆ
“เหรอ…”
เคลย์มองเธอนิ่ง ๆ ก่อนพูดเรียบ ๆ
“เพื่อนเธอน่ารักดี”
“โอ๊ย พี่ก็พูดเกินไป”
มีมี่กำมือแน่น เธอรู้ทันทีว่า เขาตั้งใจ ตั้งใจมาที่นี่ ตั้งใจเข้าหาแพรว และตั้งใจให้เธอเห็น ก่อนที่แพรวจะหันมาสะกิดแขนเธอเบา ๆ
“แก ๆ พี่เขาชวนไปกินข้าวเที่ยงด้วย ไปด้วยกันนะ”
“ฉันไม่”
“ไปสิ”
เสียงชายหนุ่มเอ่ยแทรกขึ้นทันที ก่อนที่เขาจะยิ้มบาง ๆ แต่สายตากลับจ้องเธอไม่วางตา
“ไปกันเยอะ ๆ สนุกดี”
ลมหายใจของมีมี่ติดขัด เพราะเธอรู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับประสาทของเธอ และคนที่กำลังจะเจ็บปวด อาจไม่ใช่แค่เธอคนเดียว…
หลังจากฝืนยิ้มอยู่ได้ไม่นาน มีมี่ก็ทนต่อสายตาของเขาไม่ไหวอีกต่อไป
“แพรว…ขอยืมตัวพี่เขาแป๊บนึงนะ”
แพรวกะพริบตาปริบ ๆ
“หืม? รู้จักกันด้วยเหรอ”
มีมี่รีบตอบทันที
“เคยเจอกันนิดหน่อย”
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ
“เคยเจอกันลึกซึ้งพอสมควร”
“พี่เคลย์!”
มีมี่กัดฟันเรียกชื่อเขาเบา ๆ ทำเอาแพรวหัวเราะงง ๆ
“โอเค ๆ ไปคุยกันก่อนก็ได้ ฉันไปซื้อกาแฟรอ”
ทันทีที่แพรวเดินออกไป มีมี่ก็หันกลับมาจ้องเขาทันที
“ตามมา”
เธอเดินนำเร็ว ๆ ไปยังด้านหลังตึกคณะ มุมเงียบที่แทบไม่มีคนผ่าน พอถึงตรงนั้น เธอก็หันกลับมาเผชิญหน้าเขา
“ต้องการอะไร”
ชายหนุ่มล้วงมือใส่กระเป๋ากางเกง ด้วยท่าทีสบายใจ ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
“เกี่ยวอะไรกับเธอ”
“หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ซะ!”
เธอสวนกลับทันที ทว่าเขากลับหัวเราะเบา ๆ
“มันจบไปแล้ว!”
เสียงของมีมี่ดังขึ้นกว่าที่ตั้งใจ แววตาเธอสั่นไหว
“มันผ่านไปสี่ปีแล้วนะ เราต่างก็ควรเริ่มต้นชีวิตใหม่กันได้แล้ว”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอียงคอหน้ามองเธอช้า ๆ พร้อมกับพ่นบุหรี่ใส่หน้าเธอ
“ง่ายไปรึเปล่า”
คำตอบนั้นเบาจนแทบเป็นกระซิบ แต่กลับแทงเข้ากลางใจเธออย่างหนักอึ้ง
“…”
“ฉันพยายามจะไม่เกลียดเธอ”
เขาพูดต่อ ดวงตาจ้องลึกเข้ามา เขาหัวเราะสมเพชตัวเองสั้น ๆ
“แต่พอเห็นเธอกับผู้ชายคนนั้น…ฉันทำไม่ได้”
มีมี่เม้มปากแน่น น้ำตาแทบไหล
“งั้นพี่ก็ไม่ควรมายุ่งกับแพรว”
แววตาของเขาแปรเปลี่ยนทันที
“หวงเพื่อน?”
“มี่ไม่อยากให้คนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของเรา”
“เรื่องของเรา?”
เขาขยับเข้ามาใกล้อีกจนเธอต้องถอยหลังติดกำแพง มือใหญ่ยกขึ้นเท้ากำแพงข้างศีรษะเธอ กักเธอไว้ในวงแขน
“ในที่สุดก็ยอมรับแล้วสินะ…ว่ายังมีเราอยู่”
หัวใจมีมี่เต้นแรงจนเจ็บ
“ถอยไป”
“ตอบฉันก่อน”
เขาก้มหน้าลงใกล้จนลมหายใจร้อนแตะแก้มเธอ
“เธอหึงใช่ไหม ที่เห็นฉันอยู่กับเพื่อนเธอ”
มีมี่เงยหน้าจ้องเขา น้ำเสียงสั่น
“มีี่รำคาญ”
“โกหกไม่เก่งเหมือนเดิม”
พรืบ~~!!
มีมี่ยังถูกกักไว้ระหว่างกำแพงกับวงแขนของเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก
“ปล่อย…”
เธอดันอกเขาเบา ๆ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ขยับสายตาคมยังจ้องเธอไม่วาง
“ตอบมาก่อน”
“ปล่อย!”
เสียงผู้ชายอีกคนดังขึ้นอย่างแข็งกร้าวจากทางด้านหลังทั้งสองชะงักพร้อมกัน
มีมี่หันไปมองทันที แล้วใบหน้าก็ซีดลง อาร์มยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าชัดเจนว่าไม่พอใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาเดินเข้ามาเร็ว ๆ ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักร่างชายหนุ่มตรงหน้าออกจากตัวเธอทันที
“อย่ามาทำลุ่มล่ามกับแฟนกู”
มีมี่ตกใจรีบจับแขนอาร์มไว้
“พี่อาร์ม เดี๋ยวก่อน”
แต่ทว่าเคลย์เพียงถอยไปหนึ่งก้าว แล้วหัวเราะเบา ๆ
“แฟนมึง?”
เขาเลิกคิ้วมองอาร์มอย่างเย็นชา อาร์มกำหมัดแน่นบรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงทันที
เคลย์ดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มตัวเองด้วยท่าทีนิ่งจนน่ากลัว
“แล้วมึงรู้จักแฟนมึงดีแค่ไหน”
“พอได้แล้ว!”
มีมี่ร้องห้ามแต่ไม่มีใครฟัง อาร์มก้าวเข้ามาประจันหน้า
“ไม่ใช่เรื่องทีมึงต้องรู้
คำพูดนั้นเหมือนจุดไฟทันที เคลย์กระชากคอเสื้ออาร์มอย่างรวดเร็ว
“คนอย่างมึง ทำได้แค่เดินตามผู้หญิงไปวันๆ ”
อาร์มสวนกลับด้วยหมัดเต็มแรงใส่ใบหน้าชายหนุ่มเต็มแรง
ผลั่ก!
มีมี่กรีดร้องลั่น
“หยุดนะ!”
เคลย์เซไปนิดเดียว มุมปากแตกมีเลือดซึม แต่แววตากลับยิ่งเย็นลง วินาทีต่อมา เขาซัดหมัดกลับเข้าท้องอาร์มจนอีกฝ่ายงอตัว
เสียงนักศึกษารอบข้างเริ่มแตกตื่น
“เห้ย! มีเรื่องกัน!”
“เรียกอาจารย์เร็ว!”
อาร์มยังไม่ยอม แถมพุ่งเข้าชนเคลย์อีกครั้ง ทั้งสองล้มกระแทกโต๊ะหินเสียงดังสนั่น มีมี่ที่น้ำตาคลอ รีบวิ่งเข้าไปกลางวง
“พอแล้ว! หยุดเดี๋ยวนี้!”
เธอพยายามดึงแขนอาร์ม แต่เคลย์กลับจับข้อมือเธอไว้แน่น
“ถอยไป มีมี่”
“ปล่อย!”
เธอสบตาเขาตรง ๆ ด้วยน้ำตา
“พี่กำลังจะทำลายทุกอย่างอีกกี่ครั้ง!”
คำพูดนั้นทำให้เคลย์นิ่งไปทันที มือใหญ่ค่อย ๆ คลายออก อาร์มรีบดึงเธอไปไว้ข้างหลังตัวเอง ก่อนจะ หายใจแรง ด้วยสีหน้าเดือดจัด
“ถ้ามึงเข้าใกล้แฟนกูอีกครั้ง กูเอาเรื่องแน่”
เคลย์ยืนเช็ดเลือดที่มุมปากช้า ๆ ดวงตากลับมองแค่มีมี่คนเดียว
“เลือกมันจริง ๆ สินะ”
น้ำเสียงนั้นเบาจนน่ากลัว มีมี่ตัวชาเพราะเธอรู้ดี…เรื่องนี้ยังไม่จบแน่นอน…
เริ่มเลอคุณแม่!! อิเคลย์มันเริ่มแล้วววว
