บทที่ 2 คืนเข้าหอที่ว่างเปล่า
บทที่ 2 คืนเข้าหอที่ว่างเปล่า
กว่างานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสจะจบลง เข็มนาฬิกาก็ชี้บอกเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการยืนต้อนรับแขกนับพันเทียบไม่ได้เลยกับความเหนื่อยหน่ายในหัวใจ
หลังจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอวยพรและทำพิธีส่งตัวเข้าหอเสร็จสิ้น ประตูห้องนอนหรูในเรือนหอหลังงามก็ถูกปิดลง ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันที ราวกับเสียงอึกทึกครึกโครมเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา
มินตรายืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้อง สายตากวาดมองกลีบกุหลาบสีแดงสดที่โปรยปรายอยู่บนเตียงนอนหนานุ่มเป็นรูปหัวใจ ช่างดูโรแมนติก... แต่กลับให้ความรู้สึกเย้ยหยันสถานะของเธอในตอนนี้เหลือเกิน
พรึ่บ!
เสียงปลดเนกไทอย่างแรงดังขึ้นเรียกสติมินตรา ภูผาโยนสูทราคาแพงพาดไว้กับพนักโซฟาอย่างไม่ไยดี ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงความเบื่อหน่ายและเย็นชา
"เลิกแสดงบทบาทภรรยาผู้แสนดีได้แล้ว ไม่มีใครดูอยู่" ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ขณะเดินไปเปิดตู้เย็นเล็กหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม โดยไม่คิดจะเผื่อแผ่มาถึงหญิงสาวที่ยืนขาแข็งอยู่ในชุดเจ้าสาวหนักอึ้ง
"คุณภูผาจะอาบน้ำก่อนไหมคะ มินจะได้เตรียม..."
"หยุด" เขาหันมาชี้นิ้วสั่ง "ไม่ต้องมาปรนนิบัติ ฉันมีมือมีเท้า ทำเองได้"
ชายหนุ่มวางขวดน้ำลงกระแทกโต๊ะเสียงดัง ก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้ามาหามินตรา ทำให้เธอเผลอก้าวถอยหลังด้วยความประหม่า จนแผ่นหลังบางชนกับขอบเตียง
"เรามาตกลงกติกากันหน่อยดีกว่า... ในเมื่อเธอต้องอยู่ที่นี่ในฐานะ 'เมีย' ตามกฎหมาย" ภูผากอดอก มองลงต่ำด้วยสายตาข่มขู่
"ข้อแรก... พื้นที่ส่วนตัวของฉัน คือเขตหวงห้ามสำหรับเธอ ห้องทำงาน และลิ้นชักทุกอย่างที่เป็นของฉัน ห้ามแตะต้อง"
มินตราพยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะ"
"ข้อสอง... เรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่ใช่ธุระของเธอ ไม่ว่าฉันจะกลับบ้านกี่โมง จะไปไหน หรือจะไปกับใคร ห้ามถาม ห้ามโทรตาม และห้ามทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของต่อหน้าคนอื่นถ้าฉันไม่อนุญาต"
คำว่า 'ไปกับใคร' กระตุกวูบในใจมินตรา แต่เธอก็ทำได้เพียงก้มหน้ารับคำ "ค่ะ มินทราบแล้ว"
"และข้อสุดท้าย... สำคัญที่สุด" ภูผาโน้มหน้าลงมาจนชิด แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีน้ำตาคลอ
"ห้ามหลงรักฉันเด็ดขาด เพราะฉันไม่มีวันรักผู้หญิงหน้าเงินที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้อย่างเธอ... จำไว้"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในใจคนฟัง มินตราเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น เธออยากจะตะโกนบอกเขาเหลือเกินว่า 'มันสายไปแล้ว เธอรักเขามาตั้งนานแล้ว' แต่สิ่งที่ทำได้คือการกลืนก้อนสะอื้นลงคอ
"มินจะจำไว้ค่ะ"
ภูผาแค่นหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหยิบหมอนและผ้าห่มสำรองออกมาจากตู้เสื้อผ้า
"คืนนี้เชิญเธอนอนเสวยสุขบนเตียงเจ้าสาวนั่นไปคนเดียวก็แล้วกัน ฉันจะไปนอนห้องทำงาน"
"แต่คุณภูผาคะ... คืนนี้คืนเข้าหอ ถ้าคุณป้ารู้..." มินตราพยายามท้วง เพราะกลัวผู้ใหญ่จะตำหนิ
"นั่นมันปัญหาของเธอ ไม่ใช่ของฉัน" ภูผาตอบอย่างไม่ยี่หระ "อ้อ... แล้วอย่าคิดจะไปฟ้องแม่ฉันล่ะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอปากสว่าง เราได้เห็นดีกันแน่"
ปัง!
เสียงประตูห้องปิดลงอย่างแรง ทิ้งให้มินตราอยู่ตามลำพังในห้องหอที่กว้างใหญ่ไพศาล ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกับความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเตียงที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ มือเรียวหยิบกลีบดอกไม้ช้ำๆ ขึ้นมาดู... มันก็เหมือนหัวใจของเธอตอนนี้ สวยงามแต่ไร้ค่า ถูกเหยียบย่ำจนช้ำเลือดช้ำหนอง
น้ำตาที่กลั้นมาตลอดทั้งวันไหลรินลงมาอาบสองแก้ม มินตรากอดเข่าร้องไห้เงียบๆ ในชุดเจ้าสาวที่แสนสวยหรู คืนแรกของการวิวาห์ที่หญิงสาวใฝ่ฝัน กลับกลายเป็นคืนที่เธอต้องนอนกอดความเหงา และความจริงที่ว่า...
สามีของเธอ ไม่เคยต้องการเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
