บทที่ 6 รับผิดชอบ
“ตาภาม!!!! ทำอะไรหนูรุ้ง” คุณหญิงพิมพ์มาดาตะโกนเรียกเจ้าลูกชายตัวดีที่กำลังดูดปากคนน้องอย่างดูดดื่ม
‘มันน่าจริงๆ นะตาภาม’
“ผมแค่เห็นปากน้องมันบวมๆ น่ะแม่ เลยตรวจดูให้นิดหน่อย” ภามยักไหล่ไม่สนใจ
“ตรวจบ้านแกสิ มีแต่จะทำให้บวมมากขึ้นไปอีก!!!” คุณหญิงกล่าวอย่างโมโห ‘เธอไม่เคยสั่งเคยสอนให้ลูกทำกิริยาแบบนี้’
“บวมก็ดี หน้าตาก็น่ารังเกียจอยู่แล้ว ปากบวมขึ้นหน่อยจะเป็นไร”
แก้วรุ้งที่ได้ยินชายหนุ่มพูดอย่างนั้นก็รีบก้มหน้าลงซ่อนหยดน้ำตาที่กำลังก่อตัวขึ้น ‘คำก็รังเกียจ สองคำก็รังเกียจ ชีวิตเธอมีอะไรดีบ้างนะ’
คุณหญิงรีบยกฝ่ามือตีลูกชายที่ทำไม่รู้ไม่ชี้กับคำพูดของตนเองอย่างเต็มแรง
“แกไปพูดแบบนี้กับน้องได้ยังไง!!!”
“ทำไมผมจะพูดไม่ได้ ก็ผม...” ภามพูดกับคนเป็นแม่ก่อนจะหันไปมองร่างเล็กที่เริ่มตัวสั่น ไม่รู้ว่ากลัวหรือกำลังร้องไห้กันแน่ “รังเกียจ” เอ่ยทิ้งไว้เท่านั้นก่อนจะเดินผ่านหน้าคุณหญิงออกไป ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้คนเป็นแม่
“ตาภาม!!!!!” คุณหญิงตะโกนไล่หลังลูกชายตัวดีที่ชอบพูดทำร้ายจิตใจแก้วรุ้ง
“หนูรุ้ง เป็นยังไงบ้างลูก” คุณหญิงพิมพ์มาดาหันไปถามแก้วรุ้งที่ตัวสั่นโยนอย่างเห็นได้ชัด น้ำตาเม็ดใสค่อยๆ หยดลงมา
“ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง รุ้งขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวรีบเอ่ยขอตัวก่อนที่ตัวเองจะทนไม่ไหวร้องไห้ออกมาต่อหน้าผู้มีพระคุณ
“แม่นวล ฉันจะเลื่อนงานแต่งเป็นอาทิตย์หน้า” เธอตัดสินใจแล้ว ยิ่งตาภามรังเกียจดูถูกแก้วรุ้งมากเท่าไร เธอก็ยิ่งอยากให้ลูกชายได้รับบทเรียนมากเท่านั้น
ขาเรียวฝืนวิ่งไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหมาย และทรุดลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ท้ายคฤหาสน์
“อึก...ฮือออ” น้ำตาใสไหลลงมาเป็นสายหวังจะให้ชำระล้างความรู้สึกที่บอบช้ำ หัวใจดวงน้อยที่ตอนนี้แทบจะสลายเป็นผุยผงเต้นช้าลง ร่างบางร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา
“ทำไม...รุ้งก็คน มีความรู้สึกเหมือนกันนะ” ร่างบางได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ เธอไปทำอะไรให้ ทำไมเขาถึงต้องดูถูกเธอขนาดนี้
การที่ถูกคนที่รักรังเกียจมันเป็นอะไรที่เจ็บจนยากจะบรรยายออกมา
หญิงสาวมองขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ เห็นนกคู่หนึ่งกำลังบินร้องบรรเลงเพลงอย่างมีความสุข
ตัวผู้ร้องเรียกหาตัวเมียก่อนจะกางปีกบินไปมารอบตัวเมีย ส่วนตัวเมียก็ร้องตอบก่อนจะบินตามตัวผู้ไป ทั้งสองดูมีความสุขแม้จะไม่ได้มีอะไรมากมาย สุดแสนจะธรรมดา
แก้วรุ้งมองนกคู่นั้นยิ้มๆ เมื่อไรนะ เธอถึงจะมีความสุขแบบนกในเวหาบ้าง
หญิงสาวนั่งมองธรรมชาติรอบตัวพร้อมลมที่พัดเบาๆ กล่อมราวกับอยู่ในดินแดนสงบ ตัดขาดจากโลกภายนอก
ปี๊น ปี๊น
เสียงแตรรถดังขึ้นที่หน้าบ้าน
“รุ้ง รุ้ง สายแล้วนะ ไปทำงานกัน” มานพที่ยืนรอหญิงสาวหน้าประตูบีบแตรเรียก
“พี่นพ” แก้วรุ้งรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วรีบวิ่งออกไปหาพี่นพ ‘ลืมสนิทเลยว่าต้องไปทำงาน’
“พี่นพมาได้ไงคะ”
“พอดีรุ้งลืมแฟ้มเอกสารไว้กับพี่ พี่เลยถือโอกาสมารับรุ้งด้วยเลย” อันที่จริงเขาจะเอาไปคืนที่ที่ทำงานก็ได้ แต่เพื่อให้ได้ใช้เวลากับร่างบางมากขึ้นก็จำเป็นต้องหาข้ออ้าง
“พี่นพไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ” เธอเกรงใจ เนื่องจากบ้านของเธออยู่ห่างจากบ้านพี่นพไกลพอสมควร
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่ยินดี”
“ไป ขึ้นรถกัน” มานพเปิดประตูรถให้หญิงสาวก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นรถประจำที่คนขับ
แก้วรุ้งยืนอึกอักไม่กล้าขึ้นรถ
“รุ้งนี่เจ็ดโมงครึ่งแล้วนะ อีกสิบห้านาทีเข้างาน รุ้งไปคนเดียวไม่ทันหรอก” มานพเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวขึ้นรถไปด้วยกัน
“จริงเหรอคะ งั้นรุ้งขอติดรถไปด้วยนะคะ” แก้วรุ้งรู้แบบนั้นก็ตาโต ‘ตายแล้ว สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย’
สุดท้ายหญิงสาวก็ขึ้นรถไปทำงานกับชายหนุ่ม
ที่ชั้นบนของบ้านมีสายตามืดมนคู่หนึ่งจ้องมองการกระทำของหญิงสาวกับรุ่นพี่ที่ทำงานอย่างไม่พอใจ
“เหอะ เมื่อกี้ยืนจูบกับผัว ตอนนี้ออกไปกับผู้ชายอีกแล้ว”
“กลับมามีเรื่องแน่” ภามคาดโทษ
