บทที่ 5 คนใจร้าย
‘คุณภามจูบเราทำไม’ แก้วรุ้งได้แต่คิดในใจ
“ทำไมคุณถึงต้องย่ำยีศักดิ์ศรีของรุ้งอย่างนี้ด้วย คุณไม่เคยคิดถึงจิตใจรุ้งบ้างเลยจริงๆ” พอนึกถึงคำพูดของคนใจร้ายเมื่อครู่ก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมาอีกหน
หญิงสาวทรุดกายลงหน้าประตูพร้อมกับฝนที่ค่อยๆ พรำลงมา
แก้วรุ้งเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ามืดครึ้มเฉกเช่นอารมณ์เธอในตอนนี้
‘ท้องฟ้ากำลังร้องไห้เหมือนเธอเลยนะ’
“แม่จ๊ะรุ้งสบายดีนะ รุ้งไม่เป็นไร รุ้งจะตอบแทนบุญคุณของคุณหญิงนะแม่ แม่ไม่ต้องห่วง”
หญิงสาวปล่อยธารน้ำตาไหลหลอมรวมกับเม็ดฝนใส ความโศกเศร้าในครั้งนี้เธอขอให้มันไหลไปกับสายฝน
วันต่อมา
“หนูรุ้ง มาทำอะไรแต่เช้าในครัวจ๊ะ” คุณหญิงพิมพ์มาดาถามด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นแก้วรุ้งกำลังวุ่นๆ อยู่ในครัว
‘แม่คนนี้นี่ขยันอยู่เรื่อย’
“พอดีรุ้งได้สูตรน้ำสมุนไพรมาจากเพื่อนที่ทำงานค่ะ รุ้งอยากลองทำให้คุณหญิงดื่มดู” เธอเพิ่งได้สูตรน้ำใบเตยเพื่อรักษาสุขภาพมา ยังไงวันนี้ก็ตื่นเช้าอยู่แล้ว ลองทำสักนิดก็ไม่เสียหายนี่เนอะ
“ดีเหมือนกันป้าก็อยากกินน้ำสมุนไพรเย็นๆ”
“คุณป้าไปรอที่โต๊ะก่อนนะคะ เดี๋ยวรุ้งยกไปให้ค่ะ” หญิงสาวหันไปมองคุณหญิงแววตาใส ฉีกยิ้มหวานราวกับเมื่อคืนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น
“จ้ะ ป้าไปรอที่โต๊ะนะ” คุณหญิงพิมพ์มาดายิ้มรับก่อนจะเดินไปรอที่โต๊ะตามที่หญิงสาวบอก
แก้วรุ้งใช้เวลาสักพักก่อนจะค่อยๆ ตักน้ำใบเตยเขียวใส่แก้วนำไปให้คุณหญิง
“คุณหญิงคะ คุณหญิงไปนั่งรอที่โต๊ะก็ได้นะคะเดี๋ยวรุ้งยกไปให้” แก้วรุ้งพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ‘สงสัยคุณหญิงอยากดูวิธีการทำกระมังถึงได้ยืนมองอยู่ข้างหลังไม่ห่างอย่างนี้’
แก้วรุ้งถอดผ้ากันเปื้อนออกก่อนจะหันหลังกลับมาเพื่อยกน้ำสมุนไพรไปให้คุณหญิง ทว่ากลับต้องตกใจเมื่อคนที่เธอคิดว่าเป็นคุณหญิงมาโดยตลอดแท้จริงแล้วเป็นคุณภาม
“คุณภาม!! มาตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย” แก้วรุ้งตกใจจนเผลอทำแก้วหลุดมือ
เพล้ง!!
“ทำอะไรซุ่มซ่ามไปได้” ภามพูดด้วยสายตาว่างเปล่า ‘จริงๆ เขามายืนมองเธอตั้งนานแล้ว ทำอย่างกับเห็นผีไปได้’
“รุ้งขอโทษค่ะ” แก้วรุ้งรีบขอโทษ แล้วก้มลงเพื่อเก็บเศษแก้วบนพื้น แต่ด้วยความไม่ระวังจึงทำให้เศษแก้วบาดมือ
“โอ๊ย เจ็บ” เลือดสีชาดค่อยๆ ไหลออกมาตามรอยบาด ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ทำเป็นไม่สนใจรีบเก็บเศษแก้วให้หมดด้วยกลัวคนตัวโตจะตำหนิ
“นี่ เธอไม่เห็นเหรอว่านิ้วเธอเลือดออก ทำไมถึงยังเก็บอยู่ได้” ภามสบถอย่างหงุดหงิด ‘คนอะไรยอมปล่อยให้ตัวเองเจ็บ’
“มานี่” ชายหนุ่มคว้าข้อมือของแก้วรุ้งขึ้นมาแล้วรีบตรงไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อจะทำแผลให้หญิงสาว
“โอ๊ย คุณภามจะพารุ้งไปไหน รุ้งไม่ไปนะ” แก้วรุ้งพยายามแกะมือของคนใจร้ายออกแต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งไม่อยากให้คุณหญิงได้ยินเสียงด้วย เธอจึงไม่ร้องอะไรออกไปแล้วตามคนใจร้ายไปเงียบๆ
“อะนี่ ทำแผลซะ” ภามโยนกล่องปฐมพยาบาลให้แก้วรุ้งอย่างหงุดหงิด
“ขอบคุณค่ะ” แก้วรุ้งรับมาอย่างกลัวๆ ก่อนจะจัดการแผลตนเองให้เรียบร้อย
ระหว่างที่หญิงสาวทำแผลก็มีสายตาเข้มจ้องมองอยู่ตลอดไม่คลาดสายตา
“เสร็จแล้วรุ้งขอตัวก่อนนะคะ” เมื่อหญิงสาวทำแผลเสร็จแล้วเธอจึงเอ่ยขอตัวเพื่อเลี่ยงออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดตรงนี้
“เดี๋ยว ทำไมเธอไม่พันแผลฮะ” ภามทักท้วงขึ้นเมื่อเห็นร่างบางกำลังจะเดินออกไป
“รุ้งพันไม่เป็น” แก้วรุ้งก้มหน้างุด
“มานี่ ฉันพันให้” ภามคว้าแขนแก้วรุ้งมาอีกครั้งก่อนจะผลักแก้วรุ้งให้นั่งลงบนโซฟา มือหนาเอื้อมไปจับแขนเรียวก่อนจะค่อยๆ ทำแผลให้อย่างเบามือ
‘คุณภามดูอบอุ่นจัง ถ้าเขาดีกับเธอแบบนี้ตลอดไปก็ดีสิ แต่มันคงเป็นได้แค่ฝัน’ แก้วรุ้งมองภามด้วยแววตารักใคร่
“จะจ้องฉันอีกนานไหม เสร็จแล้ว” ภามพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ขอโทษค่ะ” แก้วรุ้งรีบเอ่ยขอโทษ
ทันใดนั้นภามก็จับใบหน้าเล็กให้เงยขึ้นก่อนตัวเขาจะก้มลงมาจุมพิตหญิงสาว
ลิ้นอุ่นของชายหนุ่มค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของหญิงสาวแล้วควานหาความหวานในนั้น
เมื่อสติของหญิงสาวเตลิดสัญชาตญาณของร่างกายก็เรียกร้องสั่งให้เธอจูบตอบเขา ควานหาความหวานในปากของเขาเช่นกัน
ทั้งสองจูบกันอย่างไม่มีใครยอมถอย จนสุดท้ายชายหนุ่มจึงเป็นคนถอนริมฝีปากออก
“นี่คือบทลงโทษของเธอ จำไว้ซะ” ภามใช้มือเช็ดริมฝีปาก
“ตาภาม!!!! ทำอะไรหนูรุ้ง”
