บทที่ 3 พายุโหม
ได้ยินแล้วใช่ไหมตาภาม ว่าแกต้องแต่งงานกับหนูรุ้ง”
คุณหญิงพิมพ์รู้นานแล้วว่าลูกชายตัวดีของเธอแอบฟังอยู่ข้างบนแต่ไม่ยอมลงมาคุยด้วยตนเอง
“ครับ ผมได้ยินแล้ว” ภามก้าวขาลงจากบันไดก่อนจะเดินมาหาผู้เป็นแม่ด้วยแววตานุ่มลึก
‘เธอกล้ามากนะแก้วรุ้งที่บังอาจแอบรักฉันแถมยังยอมรับกับแม่ฉันตรงๆ อีก ได้เจอดีแน่’
“ได้ยินว่าอะไร”
“แก้วรุ้งจะแต่งงานกับผม” พูดแล้วแววตาเข้มก็ฉายแววเกรี้ยวกราดมากกว่าเดิม
“แกจะแต่งไม่แต่ง”
“ผมเลือกได้ด้วยเหรอ” ว่าแล้วแววตาเกรี้ยวกราดเมื่อครู่กลับกลายเป็นแววตาเจ้าเล่ห์ในทันที
“งั้นแกก็คงรู้นะว่าจะต้องทำยังไง ไปจ้ะลูกรัก ไปเตรียมตัวแต่งงานได้แล้วนะลูก” คุณหญิงยิ้มดีใจที่ลูกชายตกลง ก่อนจะเดินออกไปอย่างมีความสุข
ชายหนุ่มนั่งมองออกไปยังนอกหน้าต่าง
“นับจากวันที่เธอแต่งงานกับฉัน เธอจะไม่มีวันได้มีความสุข เพราะฉันจะแก้แค้นเธอเอง”
บริษัท เอ็นเตอร์ จำกัด
“รุ้งๆๆ ช่วยดูตรงนี้ให้เราหน่อยสิ”
ธัญญ่า เพื่อนสนิทของแก้วรุ้งที่รู้จักกันตั้งแต่ปี 1 จนได้มาทำงานด้วยกันในบริษัท เอ็นเตอร์ จำกัด ตอนนี้ก็ร่วม 6 ปีแล้ว
“หืมม ไหนอะธัญ ก็ปกติดีนี่” หญิงสาวตรวจดูแล้วก็ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ
“นี่ แกไม่เห็นจริงๆ เหรอ ตรงนี้อะ ที่หัวหน้าวงไว้อะ” พูดจบธัญญ่าก็ชี้ให้แก้วรุ้งดู
“อ้อ ตรงนี้ เราควรจะต้องพิมพ์ให้ชัดเจนลงรายละเอียดเพิ่มอีกหน่อยน่าจะโอเคแล้ว” หญิงสาวตรวจดูแล้วจึงเสนอแนะเพื่อนไป
“เฮ้ย แกไม่เห็นจริงๆ เหรอ หัวหน้าไม่ได้ให้ฉันแก้ แต่หัวหน้าบอกว่าตรงนี้เขียนดี” ‘เธอเริ่มสงสัยจริงๆ ละ วันนี้เพื่อนเธอมันเป็นอะไรเนี่ย ดูเบลอๆ’
“อ้าวเหรอ โทษทีๆๆ ดีใจด้วยนะ” แก้วรุ้งเอ่ยขอโทษที่ตัวเองใจลอยไปหน่อยบวกกับความคิดมากเกินไปของเธอเองทำให้ดูอะไรผิดพลาด
“ไม่เป็นไรๆ วันนี้แกเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นหน้าเครียดๆ แถมยังไม่มีสติอีก” ว่าแล้วธัญญ่าก็ดีดหัวเพื่อนเธอไปทีหนึ่ง
“ไม่มีอะไรอะ งั้นรุ้งกลับก่อนนะ” แก้วรุ้งรีบบอกลาธัญญ่าด้วยกลัวว่าเพื่อนจะรู้เรื่องที่เธอคิดมากในวันนี้
หญิงสาวเดินออกมาจากบริษัทก่อนจะมานั่งรอรถเมล์ที่เดิมเพื่อโดยสารกลับบ้าน
ทว่าระหว่างนั้นก็มีรถมาจอดตรงหน้าเธอ และเมื่อคนขับเปิดกระจกออกมาเธอก็รู้ทันทีว่าคือใคร
“พี่นพ พี่มาทำอะไรตรงนี้คะ” แก้วรุ้งถามออกไปด้วยความสงสัยที่เห็นรุ่นพี่ที่ทำงานยังไม่กลับ
“พี่เห็นว่าฝนจะตกแล้ว เลยจะรับน้องรุ้งกลับด้วยกัน ไหนๆ ก็ไปทางเดียวกันแล้ว ให้พี่ไปส่งนะ”
มานพตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ เขาอยากดูแลแก้วรุ้งจริงๆ แต่ติดที่เธอไม่เคยเปิดใจต้อนรับเขาสักที มีแต่เขาที่คิดไปเองฝ่ายเดียว
“เอ่อ คือ เดี๋ยวรถเมล์น่าจะมาแล้ว พี่นพกลับไปก่อนเถอะค่ะ” ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่ามานพคิดยังไงกับเธอ แต่เธอยังอยากเป็นรุ่นน้องที่ดีกับเขาเท่านั้น
เปรี้ยง!!! ทันใดนั้นเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น
“พี่ว่ารุ้งกลับกับพี่ดีกว่านะ ฝนจะตกแล้ว พี่เป็นห่วง”
แก้วรุ้งเห็นแววตาที่จริงใจบวกกับเห็นว่าฟ้าฝนเริ่มครึ้มก็เกรงว่าจะทำให้คุณหญิงเป็นห่วงเอา
“อย่างงั้นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้นก่อนเดินไปยังรถของพี่นพแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับ
มานพยิ้มๆ ก่อนจะออกรถ
“จอดตรงนี้เลยค่ะ ถึงแล้วบ้านรุ้ง”
แก้วรุ้งพูดพลางเก็บของ จริงๆ อยู่กับพี่นพก็ไม่ได้บรรยากาศแย่อย่างที่เธอคิด เพราะชายหนุ่มชวนคุยเก่งมาก ทั้งยังเล่าเรื่องสนุกๆ ให้เธอฟังอีกด้วย
“ครับ น้องรุ้ง โอกาสหน้าเจอกันครับ” มานพโบกมือให้หญิงสาวก่อน
“ครั้งหน้าให้รุ้งเลี้ยงข้าวตอบแทนนะคะ” หญิงสาวยิ้มให้เขาก่อนจะเปิดประตูรถออกไป
เมื่อแก้วรุ้งเดินเข้ามาภายในประตูรั้วบ้านไม่ถึงสองก้าวเธอก็ได้ยินเสียงคนกระแอมข้างตัว
“เมื่อเช้าตอบตกลงแต่งงาน มาตอนเย็นมีผู้ชายอีกคนมาส่งบ้าน แบบนี้เรียกแรดหรือเปล่า” ภามพูดกระแทกแดกดันหญิงสาว
“คุณภามมาอยู่ที่นี่ได้ไงคะ” กว่าสติเธอจะกลับมาได้ ก็ต้องให้คำพูดแรงๆ ของเขานี่แหละช่วย
“ฉันจะอยู่ที่ไหน มันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเธอ”
แก้วรุ้งที่ได้ยินดังนั้นก็เลือกที่จะเดินหนีเพราะพูดกันไปก็คงไม่รู้เรื่อง
“นี่!! เธอจะเดินไปไหน ฉันยังไม่ได้สั่งให้เธอไปนะ” ชายหนุ่มคว้าแขนของแก้วรุ้งไว้พร้อมกระชากเข้าหาตัว
