บทที่ 2 ผู้มาเยี่ยม
“คุณภาม”
แก้วรุ้งยืนอึ้ง คนที่เธอเพิ่งจะพูดถึงตอนนี้ได้มาปรากฏตัวตรงหน้าแล้ว
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวยืนนิ่งไม่แสดงความรู้สึก ทั้งๆ ที่ตอนนี้ขาเธอแทบอ่อนจะล้มลงไปกองที่พื้นอยู่รอมร่อ
“แก้วรุ้ง เธอต้องทำขนาดนี้เลยเหรอเพื่อที่จะได้ครอบครองฉัน” เสียงเข้มถามออกไปตรงๆ โดยไม่สนใจจิตใจคนฟังเลยแม้แต่น้อย
‘ใช่สิก็เธอมันคนที่เขาเกลียดนี่’
“รุ้งทำอะไรเหรอคะ?”
“อย่าทำไขสือ เสแสร้งเก่งดีนี่” ร่างสูงกระตุกยิ้มเย็นยะเยือกส่งมาให้
‘จึก แต่ละคำที่เขาพูดออกมาเขาเคยคิดที่จะแคร์ความรู้สึกของเธอไหมนะ หัวใจดวงน้อยๆ นี้มันเจ็บจนเป็นแผลไปหมดแล้ว’
“เธอกล้ามากนะที่ไปขอร้องแม่ฉันให้ฉันมาแต่งงานกับเธอ” ร่างสูงชี้นิ้วไปยังร่างเล็กตรงหน้าอย่างโมโห
อารมณ์ฉุนเฉียวเริ่มคุกรุ่นเมื่อเห็นแม่ตัวดีทำเหมือนจำอะไรไม่ได้ทั้งที่อยากได้เขาเป็นผัวจนตัวสั่น ‘เสแสร้งเข้าไปเถอะ เดี๋ยวเราได้เห็นดีกันแน่’
“รุ้งไม่ได้บอกคุณหญิงนะคะว่าอยากแต่งงานกับคุณภาม”
แก้วรุ้งรีบปฏิเสธ เธอไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดเรื่องเกี่ยวกับเธออีกแล้ว แค่นี้มันก็มากไปแล้วสำหรับเธอ
“เธอยังไม่ยอมรับอีกเหรอ!!”
‘ให้มันได้อย่างนี้สิ ตอนนี้เขาเริ่มหมดความอดทนแล้วนะ’
“ถ้าเธอไม่ได้เป็นคนบอกว่าอยากแต่งงาน งั้นเธอก็ไปบอกคุณแม่สิว่าเธอไม่อยากแต่งงาน” ชายหนุ่มกอดอกมองร่างบางอย่างดูแคลน ‘พูดให้ตายยังไงเธอก็ไม่ไปบอกหรอก เขาเชื่ออย่างนั้น’
“ค่ะ เดี๋ยวรุ้งไปเรียนคุณท่านให้”
เธอเองก็อยากให้เรื่องราวการแต่งงานของเธอกับเขามันจบๆ ไปเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องทุกข์กันอย่างนี้ แม้ในใจจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเคยใฝ่ฝันว่าอยากแต่งงานใช้ชีวิตมีครอบครัวกับเขา แต่ใครจะอยากแต่งงานกับคนที่จงเกลียดจงชังเราขนาดนี้กันล่ะ ถ้าจะให้หัวใจดวงนี้เจ็บน้อยที่สุดก็คงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
“ให้มันเป็นอย่างที่พูดด้วยล่ะ” ภามนึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะตอบรับคำขอของเขา ‘สงสัยคงจะแสร้งเป็นคนดีอีกนั่นแหละ’
พูดจบคนใจดำก็กระแทกเท้าออกไปอย่างหงุดหงิด
หญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งน้ำตาไหลพราก มือเรียวน้อยๆ ยกขึ้นกุมหัวใจของตนเองดั่งกำลังปกป้องมันจากคนใจร้าย
‘เขาจะรู้ไหมนะว่าใจของเธอมันไปอยู่ที่เขานานแล้ว แม้เขาจะไม่เคยเก็บรักษา มีแต่จะย่ำยีให้เจ็บช้ำ แต่ทำไมนะดวงใจดวงนี้ถึงไม่เคยเกลียดเขาสักที’
แก้วรุ้งมองดูเงาร่างสูงจากไปจนพ้นสายตาก่อนจะปิดประตูเข้าไปในบ้านของตนแล้วแต่งตัวให้เรียบร้อย
คฤหาสน์
“คุณท่านคะ คุณแก้วรุ้งมาขอพบค่ะ”
หญิงสาวเดินตามคนรับใช้เข้ามาในคฤหาสน์กว้าง ‘วันนี้เธอจะต้องสะสางเรื่องการแต่งงานของเขากับเธอให้ได้’
“ว่าไงจ๊ะหนูรุ้ง มีอะไรหรือลูกมาหาป้าถึงนี่เลย” คุณหญิงเงยหน้าจากนิตยสารเล่มงามขึ้นมองหลานรักที่เดินเข้ามาด้วยแววตารักใคร่
แก้วรุ้งอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป
“คือรุ้งอยากจะมาขอยกเลิกงานแต่งงานของรุ้งกับคุณภามค่ะ”
“ทำไมล่ะหนูรุ้ง ป้ารู้นะว่าหนูรุ้งคิดยังไงกับตาภาม” เธอรับรู้มาตลอดว่าหลานคนนี้คิดยังไงกับลูกชายเธอ ถ้าลูกสะใภ้ของเธอเป็นแก้วรุ้งเธอก็ยินดีที่จะรับ
แก้วรุ้งเบิกตาโพลงอย่างตกใจที่คุณหญิงรู้ถึงความรู้สึกภายในใจของเธอ หญิงสาวไม่กล้ามองหน้าท่านได้แต่ก้มหน้าปิดบังความรู้สึกที่มีทั้งหมด
“รุ้งไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักรุ้งค่ะ อีกอย่างคุณภามคงไม่อยากเห็นหน้ารุ้งหรอกค่ะ”
คงไม่ใช่เขาหรอกที่ไม่อยากเห็นหน้าเธอ แต่เป็นเธอเองต่างหากที่ไม่อยากเห็นหน้าเขา เธอกลัวจะต้องช้ำในตายซะก่อน
“หนูรุ้ง ป้าแค่อยากให้ตาภามมีครอบครัวดีๆ มีคนดูแล เพราะป้าเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน หนูรุ้งช่วยป้าได้ไหมจ๊ะ” คุณหญิงทอดสายตาเศร้าแววขอร้องไปหาหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าอยู่
“แต่ว่า...”
แก้วรุ้งบีบมือเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ความสุขของเธอคงยอมแลกเพื่อความสุขของคุณหญิง ยังไงเธอก็ยังมีน้ำใบบัวบกนี่ แค่นี้สบายมาก
“ค่ะ รุ้งจะแต่งงานกับคุณภาม”
ขอแค่เป็นความปรารถนาของคุณหญิง เธอก็พร้อมยอมทำตามเสมอ
เธอไม่ได้ทำเพื่อคุณหญิงเท่านั้น แต่เธอก็อยากจะทำเพื่อตัวเองด้วย ไหนๆ ก็ได้แต่งงานกับคนที่รักสักครั้งคงไม่เสียหายอะไร ดีซะอีกถ้าเขาขับไล่เธอ เธอจะได้ตัดใจจากเขาได้เสียที
คุณหญิงพิมพ์มาดายิ้มรับ อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็เชื่อฟังและทำตามเธอมาตลอด
“ถ้าอย่างนั้น รุ้งขอไปทำงานก่อนนะคะ” แก้วรุ้งฝืนยิ้มก่อนจะก้าวเดินออกไป
“ได้ยินแล้วใช่ไหมตาภาม ว่าแกต้องแต่งงานกับหนูรุ้ง” คุณหญิงพูดทั้งที่ยังไม่ได้หันไปมองชายหนุ่ม
