ตอนที่ 6: หมากับมาเฟียจอมบงการ
คฤหาสน์ศิลากรเดโช
เสียงล้อรถตู้บดไปตามถนนลาดยางเส้นยาวที่คดเคี้ยวผ่านสวนสไตล์มินิมอลสีเขียวขจี ก่อนจะมาหยุดกึกที่หน้ามุกบันไดหินอ่อนอันโอ่อ่าของตึกใหญ่ แรงเบรกทำเอาคนในรถหัวทิ่มไปตาม ๆ กัน เมโลดี้ ที่กึ่งถูกอุ้มกึ่งถูกลากลงจากรถมาในสภาพที่ดูไม่จืด ใบหน้าหวานงอง้ำ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดที่สั่งสมมาตลอดทาง แก้มทั้งสองข้างยังคงป่องพองนูนเพราะข้าวเหนียวคำโตที่บอดี้การ์ดใจดี (แกมบังคับ) ป้อนให้เพื่อสงบศึกยังถูกเคี้ยวพยายามกลืนลงคออย่างยากลำบาก
เธอก้าวเท้าลงเหยียบพื้นหินอ่อนขัดเงาพลางสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของลูกน้องชุดดำสามคนที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังเหมือนไข่ในหิน
“ปล่อย บอกให้ปล่อยไง” เธอพยายามเค้นเสียงลอดไรฟันที่เต็มไปด้วยข้าวเหนียว
“พวกคุณมันบ้าไปแล้ว ลักพาตัวคนกลางวันแสก ๆ แบบนี้"
"ไหนนายพวกแก เส้นใหญ่มาจากไหน กฎหมายบ้านเมืองไม่กลัวกันเลยหรือไง”
คำด่าของเธอต้องชะงักกึก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่เดินก้าวออกมาจากโถงกลางบ้านด้วยท่าทางดุดันราวกับพญามัจจุราช เวทิศ อยู่ในชุดสูทสีเข้มไม่มีเนกไท กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกสองเม็ดเผยให้เห็นลำคอแกร่งที่ตอนนี้กำลังเต้นตุบ ๆ ตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งสูง ใบหน้าหล่อเหลานั้นบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้นเมื่อเห็นชัด ๆ ว่า 'แขกสำคัญ' ของปู่คือใคร
“ยัยคนปากร้าย”
เสียงทุ้มตวาดก้องไปทั่วบริเวณโถงมุกหน้าบ้าน เวทิศสาวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว แววตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“นี่ปู่ฉันเสียสติไปแล้วหรือไง"
"ถึงได้ให้ลูกน้องไปฉุดยัยสิบแปดมงกุฎปากดีที่เดินชนฉันจนหน้าหงายที่โรงพยาบาลมาที่บ้าน”
เมโลดี้รวบรวมพละกำลังกลืนข้าวเหนียวคำสุดท้ายลงคอจนดัง อึก ก่อนจะแผดเสียงสวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา
“ไอ้คนใจดำ! ไอ้คนนิสัยเสีย!” เธอยกนิ้วเรียวที่ยังติดคราบมันจากหมูปิ้งชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ
“ที่แท้คุณเองหรอ ลักพาตัวฉันมาทำไม"
"รู้ไหมว่าฉันเจ็บก้นจนเดินแทบไม่ได้เพราะโดนคุณผลักเมื่อวาน"
"แล้ววันนี้ยังจะส่งไอ้พวกบ้าพวกนี้ไปฉุดฉันมาอีก!"
"ฉันมีงานต้องทำนะ คุณมันจอมบงการนิสัยถ่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย”
“ปากดีนักนะ"
"ใครสั่งให้เธอมาด่าฉันในบ้านของฉันวะ” เวทิศโวยวายลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
“ลูกน้องปู่ทำบ้าอะไรอยู่!ทำไมไม่เอาผ้าอุดปากยัยนี่ไว้!”
“บรู๊ว!”
เสียงร้องคำรามแหลมสูงดังแทรกขึ้นมาทันควัน ร่างขนาดยักษ์ของ บารอน พุ่งทะยานออกมาจากประตูบ้านด้วยความเร็วแสง ขนสีเทาขาวของมันตั้งชัน ดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกจ้องเป๋งไปที่หญิงสาวที่กำลังยืนด่าเจ้านายมันปาวๆ
ตามสัญชาตญาณของหมาล่าเนื้อที่ถูกฝึกมาเพื่ออารักขา เมื่อมันเห็นเจ้านายขึ้นเสียงโวยวายและแสดงท่าทางคุกคาม บารอนจึงทึกทักเอาเองว่า ‘เหยื่อ’ ตรงหน้าคือศัตรูที่ต้องกำจัด
“โฮ่ง! โฮ่ง! แฮ่!!!”
บารอนกระโจนเข้าใส่เมโลดี้อย่างแรงโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
“ว้าย!”
ร่างบางถูกแรงกระแทกจากสุนัขตัวยักษ์จนเสียหลักกระเด็นไปชนเข้ากับตัวรถตู้เสียงดัง บารอนไม่หยุดเพียงเท่านั้นมันตะกุยขาหน้าขึ้นไปบนไหล่ของเธอ เล็บแหลมคมข่วนเข้ากับเสื้อเชิ้ตขาวจนด้ายหลุดลุ่ย จมูกสีดำฟุดฟิดดมฟิตไปตามซอกคอและใบหน้าของเธออย่างรุนแรงสลับกับเสียงขู่คำรามในลำคอที่น่าหวาดเสียว
“ช่วยด้วย เอาหมาบ้านี่ออกไปที” เมโลดี้ร้องลั่น เธอพยายามใช้เป้สะพายหลังยกขึ้นมาบังหน้าเพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกงับ ทว่าบารอนกลับยิ่งฮึดฮัด มันกระโดดตะกุยตัวเธอไม่หยุดราวกับจะกดเธอให้จมลงกับพื้นรถ
เวทิศยืนกอดอกนิ่งเฉย ดวงตาเย็นชาจ้องมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสะใจลึกๆ
“บารอน จัดการมันเลย ให้รู้ซะบ้างว่าที่นี่ใครใหญ่” เขาพึมพำเสียงเรียบโดยไม่มีทีท่าว่าจะสั่งห้ามสัตว์เลี้ยงของตัวเองแม้แต่น้อย
“นายครับ หยุดบารอนเถอะครับ เดี๋ยวคุณเขาจะเจ็บ” บอดี้การ์ดของเจ้าสัวรีบพุ่งเข้าไปพยายามจะดึงปลอกคอบารอนออก เจ้าหมาแสนรู้กลับแว้งกัดไปทางลูกน้องคนนั้นจน้ขาต้องชักมือกลับ
“อย่ายุ่ง!” เวทิศตวาดเสียงเขียว
“บารอนฟังคำสั่งฉันคนเดียว ถ้าฉันไม่สั่งหยุด ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะมัน”
เมโลดี้เริ่มน้ำตาคลอด้วยความกลัวผสมความโมโห เธอพยายามผลักหัวโต ๆ ของบารอนออกไป แต่กำลังของเธอหรือจะสู้หมาลากเลื่อนตัวยักษ์ได้ เธอถูกมันตะกุยจนแผ่นหลังติดหนึบกับตัวรถ รถสั่นสะเทือนตามแรงกระโดดของสุนัข
“ไอ้คนใจร้าย ฮึก... สั่งหมาคุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ” เวทิศเลิกคิ้วมองเธออย่างเป็นต่อ
“ขอร้องฉันสิ... เรียกฉันว่าเจ้านาย แล้วฉันจะคิดดูอีกที”
“หยุดเดี๋ยวนี้ บารอน ตาเวย์”
เสียงทรงพลังปานฟ้าผ่าดังขึ้นจากคนในบ้าน ร่างของเจ้าสัวยอดที่สวมชุดลำลองดูภูมิฐานเดินก้าวออกมาพร้อมไม้เท้าหัวมังกรคู่กาย ใบหน้าของชายชราเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยอำนาจที่เหนือกว่ามาเฟียหนุ่มหลายเท่าตัว
“หยุด!” เจ้าสัวยอดกระแทกไม้เท้าลงกับพื้นหินอ่อน
บารอนที่กำลังคึกคะนองชะงักกึกทันที แม้มันจะฟังคำสั่งเวทิศเป็นหลัก แต่รังสีอำมหิตจากเจ้าของบ้านที่แท้จริงทำให้มันหูตูบและค่อย ๆ ลดตัวลงจากร่างของเมโลดี้ ทว่ายังไม่วายส่งเสียงครางหงิง ๆ เหมือนจะฟ้องว่าเธอคือคนแปลกหน้า
“ปู่ครับ ยัยนี่มันคือ...” เวทิศพยายามจะประท้วง
“เงียบเดี๋ยวนี้นะตาเวย์” เจ้าสัวยอดหันไปดุหลานชายเสียงเข้ม ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาเมโลดี้ที่ยืนตัวสั่นพิงรถอยู่
“หนู... ปู่ขอโทษจริง ๆ ลูก ปู่ไม่ได้สั่งให้พวกนั้นไปทำรุนแรงกับหนูขนาดนี้”
เมโลดี้จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงด้วยมือที่สั่นเทา เธอจ้องมองเจ้าสัวยอดด้วยความผิดหวัง
“คุณปู่คะ... หนูช่วยคุณปู่เพราะอยากให้คุณปู่รอด"
"ไม่ใช่เพื่อให้คุณปู่ส่งคนไปฉุดเมลมาให้หมาขย้ำแบบนี้นะคะ”
“ปู่รู้... ปู่ผิดไปแล้ว” ชายชราถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่หลานชายที่ยืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ข้าง ๆ
“ส่วนแก ตาเวย! ยืนดูผู้หญิงโดนหมาตัวเองรังแกโดยไม่ห้ามเนี่ยนะ ความเป็นสุภาพบุรุษของแกหายไปไหนหมด”
“สุภาพบุรุษใช้กับคนที่ควรใช้ครับปู่ แต่กับยัยสิบแปดมงกุฎคนนี้... บารอนทำถูกแล้ว”
“เวทิศ!” เจ้าสัวยอดตวาดชื่อจริงของหลานชายจนลูกน้องแถวนั้นพากันก้มหน้าก้มตาไม่กล้าหายใจ
“ถ้าแกยังไม่ขอโทษหนูเมล และยังทำนิสัยอันธพาลแบบนี้อีกละก็... อย่าหวังว่าฉันจะยกตำแหน่งประธานให้แก”
คำขู่ของปู่ทำให้เวทิศกัดฟันกรอด เขาจ้องมองเมโลดี้ที่ยืนปาดน้ำตาอยู่ข้างรถด้วยสายตาที่อาฆาตแค้นกว่าเดิม สงครามในคฤหาสน์ศิลากรเดโชเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และมันดูท่าจะรุนแรงกว่าที่ใครจะคาดคิด!
