ตอนที่ 7 ไม้ตะพดกำราบหลานชาย
บรรยากาศหน้าบันไดบ้านเจ้าสัวแห่งศิลากรเดโชตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ เมโลดี้ ยืนหอบหายใจถี่ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งของเธอหลุดลุ่ยและมีรอยเปื้อนคราบน้ำลายกับรอยเท้าของเจ้าบารอนเต็มไปหมด เธอพยายามปัดเศษฝุ่นออกจากตัวพลางจ้องมอง เวทิศ ด้วยสายตาที่อยากจะสับเขาเป็นชิ้น ๆ เธอก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วอดไม่ได้ที่จะพึมพำบ่นออกมาเบา ๆ กับตัวเองด้วยความคับแค้นใจ
"เหอะ... ที่แท้ก็หมาหมู่ชัด ๆ เจ้าของเป็นยังไง หมาก็เป็นอย่างนั้น นิสัยไม่ดีพอ ๆ กันทั้งคนทั้งหมา"
แม้เธอจะบ่นพึมพำเบาแค่ไหน หูมาเฟียที่ไวต่อเสียงอย่างเวทิศกับได้ยินมันชัดเจนทุกคำ ร่างสูงขยับกายเล็กน้อยพลางก้าวเข้ามาหาเธออีกหนึ่งก้าว แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเมโลดี้พร้อมกับสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ฟังแล้วชวนขนลุก
"ด่าฉันเสร็จแล้วลามไปด่าหมาฉันต่อเลยงั้นเหรอ" เวทิศยกยิ้มมุมปากที่เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
"ก็ถูกของเธอ... บารอนมันถูกฝึกมาให้จัดการกับคนแปลกหน้า"
"ที่นิสัยไม่ดีและที่มันทำไปเมื่อกี้ ก็เพราะมันคงได้กลิ่นความไม่น่าไว้วางใจจากตัวเธอเหมือนที่ฉันรู้สึกไงล่ะ"
เมโลดี้อ้าปากจะเถียงสวน แต่เสียงไม้ตะพดที่กระแทกลงบนพื้นหินอ่อนจากน้ำมือเจ้าสัวยอดกลับดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน เจ้าสัวยอด เดินเข้ามายืนเบื้องหน้าหญิงสาว ใบหน้าของชายชราฉายแววรู้สึกผิดอย่างปิดไม่มิด
ท่านเหลือบมองสภาพหลานชายที่ยืนวางมาดจองหองอยู่ข้าง ๆ แล้วนึกหมั่นไส้ในความปากดี มือหนาที่กร้านโลกมานานจึงตวัดไม้ตะพดฟาดลงไปที่บั้นท้ายของหลานชายตัวดีอย่างเต็มแรง
ผัวะ
“โอ๊ย ปู่ ทำอะไรเนี่ย” เวทิศถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนมาดของมาเฟียหลุดกระจุย เขากระโดดโหยงเอามือกุมก้นตัวเองพลางหันมาโวยวายใส่ปู่เสียงหลง
“ตีผมทำไมเนี่ย มันเจ็บนะปู่”
“ตีให้แกหุบปากยังไงล่ะ"
"ฉันไม่เคยสอนให้แกยืนดูผู้หญิงโดนหมาตัวเองรังแก"
"แล้วยังจะมีหน้ามาพูดจาเหน็บแนมเขาอีก นิสัยเสียจริง ๆ แบบแม่หนูว่านั่นละ” เจ้าสัวยอดตวาดใส่หลานชายพลางเงื้อไม้ตะพดทำท่าจะฟาดซ้ำ จนเวทิศต้องรีบถอยฉากไปยืนห่าง ๆ ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
ทางด้าน บารอน ที่เมื่อครู่ยังซ่ากระโดดตะกุยเมโลดี้อยู่ ทันทีที่เห็น นายใหญ่ลงมือสั่งสอนเจ้านายของมัน เจ้าฮัสกี้ตัวแสบก็หมอบราบลงกับพื้นจนท้องติดดิน หูทั้งสองข้างลู่ตกมันเหลือบตามองเจ้าสัวยอดที มองเวทิศที่กำลังยืนกุมก้นที คล้ายจะประเมินสถานการณ์ว่าถ้ามันขยับตอนนี้ ไม้ตะพดหัวมังกรนั่นอาจจะเปลี่ยนทิศทางมาหาหัวมันแทน
ชายชราถอนหายใจยาวก่อนจะหันกลับมาหาเมโลดี้ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นความเมตตาและรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด
“หนูเมล... ปู่ขอโทษจริง ๆ ลูก"
"ปู่แค่อยากเจอหนู อยากขอบคุณที่ช่วยชีวิตปู่ไว้"
"เลยสั่งให้เจ้าพวกนี้ไปเชิญหนูมาที่บ้าน ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นเรื่องรุนแรงขนาดนี้”
“เชิญเหรอคะคุณปู่” เมโลดี้ที่หายตกใจจากการเห็นมาเฟียโดนตีตูดก็รีบฟ้องทันที
“มันไม่ใช่การเชิญเลยค่ะ"
"พวกเขาฉุดหนูขึ้นรถตู้เหมือนในหนังลักพาตัวไม่มีผิด"
"ทั้งรัดแขนรัดขาหนูจนเขียวไปหมด"
"แล้วมาถึงที่นี่... หลานชายคุณปู่ยังปล่อยให้หมามาไล่ขย้ำอีก"
"ไม่ได้ไปทำอะไรให้พวกคุณเลยนะ”
เวทิศที่ยืนอยู่ไกลๆ ได้แต่แยกเขี้ยวใส่เมโลดี้พลางลูบก้นตัวเองปอย ๆ ท่ามกลางสายตาของบารอนที่มองเจ้านายอย่างเห็นใจสุดซึ้ง แต่ก็ไม่กล้าลุกขึ้นมาช่วยอยู่ดี
“ไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นเหรอ”
เวทิศ ที่ยืนกุมก้นอยู่ไกล ๆ ตะโกนสวนขึ้นมาทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล พลางชี้หน้าเมโลดี้อย่างจะเอาเรื่องจนบารอนที่หมอบอยู่ต้องสะดุ้งเอาหัวซุกอุ้งเท้า
“พูดมาได้นะว่าไม่ได้ทำอะไร"
"เมื่อวานเธอกล้าดียังไงโทรมาด่าฉันว่าไอ้คนใจร้าย"
"ไอ้คนไม่มีความเป็นคน สั่งฉันอย่างกับเป็นลูกน้องเธอในสายโทรศัพท์นั่นน่ะ"
"อ้อ... แล้วที่โรงพยาบาลล่ะ"
"ยัยผู้หญิงความจำสั้น เธอเดินซุ่มซ่ามมาชนฉันเองแท้ ๆ "
"แต่เธอกลับด่าฉันปาว ๆ ว่าไอ้คนไร้มารยาท ไอ้คนนิสัยเสีย"
"แถมเมื่อกี้เธอยังกล้าด่าฉันต่อหน้าบารอนอีก”
เขาขยับกายจะเข้าไปหาเรื่องต่อ แต่พอเห็น เจ้าสัวยอด กระชับไม้ตะพดในมือแน่นขึ้น เวทิศก็ชะงักกึกแล้วยอมยืนด่าอยู่ห่าง ๆ แทน
“คนอย่าง เวทิศ ศิลากรเดโช ไม่เคยถูกใครด่าจิกหัวขนาดนี้มาก่อน"
"แล้วเธอก็เป็นคนแรกที่ทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง"
"แบบนี้ยังจะกล้าบอกปู่ฉันอีกเหรอว่าไม่ได้ทำอะไรน่ะ ห๊ะ”
เมโลดี้เชิดหน้าสู้สายตาคมกริบนั้นอย่างไม่ลดละ
“ก็คุณทำตัวให้น่าด่าจริง ๆ นี่นา ถ้าคุณดูแลปู่ดี ๆ ฉันจะด่าคุณทำไม"
"และถ้าคุณเดินดูทางไม่ใช่วางมาดมาเฟียคลั่งอำนาจจนเดินชนคนอื่น ฉันก็คงไม่ต้องด่าซ้ำหรอก”
“นี่เธอ...”
เวทิศกัดฟันกรอดจนเห็นสันกรามชัดเจน อยากจะเข้าไปขย้ำยัยตัวแสบคนนี้ให้จมดิน แต่ติดที่ไม้ตะพดมังกรของปู่ที่จ่อรออยู่ที่เดิม
“เงียบเดี๋ยวนี้นะตาเวย์ ยิ่งแกพูด ปู่ยิ่งเห็นว่าหนูคนนี้พูดถูกทุกอย่าง” เจ้าสัวยอดตวาดขัดขึ้น
