บทที่3
ทั้งคู่อยู่ร่วมรับประทานอาหารกับคุณสายใจนานนับชั่วโมงก่อนจะขอตัวกลับซึ่งตลอดการเดินทางนั้นก็เต็มไปด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยหรือพูดอะไรสักคำกระทั่งหนึ่งในนั้นหมดความอดทน
“คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันกลับบ้าน” แพรชมพูตัดสินใจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบลงไปในที่สุด เธอไม่ชอบตัดปัญหาด้วยการเงียบ เพราะการเงียบมันไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น บางทีอาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิม หากเธอรอให้อีกคนเป็นคนพูดก่อน คงต้องรอไปถึงเช้าแน่
“ป้าสาเป็นคนบอกพี่ครับ” นาวินตอบกลับไปตามความจริงด้วยท่าทีเรียบเฉย
“ค่ะ”
เมื่อได้คำตอบที่อยากรู้หญิงสาวจึงปล่อยให้ความเงียบเข้ามามีบทบาทรอบๆ กายอีกครั้งกระทั่งเมื่อการเดินทางอันเงียบเชียบสิ้นสุดลงเมื่อรถยนต์คันหรูของสามีจอมเย็นชาของเธอเลี้ยวเข้ามาจอดที่โรงจอดรถภายในบ้าน ที่เธอเพิ่งจะรู้ว่าเขาเป็นคนออกแบบเอง
นาวินเดินนำภรรยาเข้ามาในบ้านที่ว่างเปล่าเพราะป้าสากับสาวใช้คนอื่นๆ คงจะพากันแยกย้ายเข้านอนกันหมดแล้วในเวลานี้
“น้องแพรจะไปไหนกับใครพี่ไม่ว่าหรอกนะครับ แต่ทางที่ดีน้องแพรควรจะโทรบอกพี่ก่อน” แพรชมพูอยากบอกเขากลับไปเหลือเกินว่าเธอคงทำอย่างนั้นไปแล้วหากเขาไม่ทำท่าทีเย็นชาใส่กันทุกครั้งที่เจอหน้า อีกอย่างเธอมีเบอร์เขาที่ไหนกัน ครั้นจะให้ไปถามป้าสาก็ไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น เธอคงต้องอยู่กับความอับอายไปอีกหลายวันถ้าลองมีใครสักคนได้รู้ว่าเธอไม่มีแม้แต่เบอร์ของสามี
“พี่รู้ครับว่าระหว่างเรามันเริ่มต้นไม่เหมือนคู่อื่นๆ พี่เองก็มีส่วนผิดสำหรับเรื่องนี้ พี่ขอโทษครับที่ทิ้งน้องแพรไว้ที่นี่คนเดียว” ก็ยังดีที่เขายังรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิด แพรชมพูคิดในใจก่อนจะตอบกลับไป
“ค่ะ ฉันเองก็ต้องขอ…”
“แพรครับ! ต่อไปนี้น้องแพรต้องแทนตัวเองเวลาพูดกับพี่ว่าแพร แล้วก็เรียกพี่ว่าพี่อิฐ ลองเรียกสิครับ” คนบ้าอะไรเผด็จการที่สุด!
“ฉันขอไม่เรียกได้ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยตอบอย่างขัดใจ เธอไม่ชินกับการที่ต้องแทนตัวเองด้วยชื่อกับคนที่ยังไม่สนิทสนมเท่าไหร่
“เหตุผลล่ะครับ”
“ชื่อเล่นฉันอยากเก็บเอาไว้ใช้กับคนที่สนิทมากกว่าค่ะ” เมื่อเขาเลือกที่จะถามกันตรงๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะไม่ตอบออกไปตรงๆ เช่นกัน หากแต่แทนที่จะโกรธ นาวินกลับยิ้มรับก่อนจะตอบ
“ถ้าอย่างนั้นพี่คงต้องทำตัวให้สนิทกับน้องแพรก่อนอย่างนั้นใช่ไหมครับ” เขาไม่พูดเปล่าแต่ก้าวตรงเข้าประชิดตัวกันอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้สึกตัวแพรชมพูก็พบว่าตัวเองถูกรั้งเข้าไปกอดอยู่ในอ้อมแขนของสามีเข้าแล้ว เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาตื่นตระหนกไม่น้อยเลย
“คะ…คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ!” แพรชมพูเผลอกรีดร้องขึ้นเมื่ออีกฝ่ายตั้งท่าจะทำบางสิ่งที่เธอกำลังนึกกลัวอยู่
“ทำให้เราสองคนสนิทกัน หรือว่าน้องแพรคิดว่ายังไงดีครับ”
“ไม่คิดยังไงทั้งนั้นค่ะ! ปล่อยฉะ…ปล่อยแพรได้แล้วค่ะแพรอึดอัด!” คุณหมอหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อได้รับชัยชนะในที่สุด ต่างจากอีกคนที่เอาแต่จ้องมองสามีตัวเองอย่างคาดโทษ นี่น่ะเหรอสุภาพบุรุษของแม่เธอ เขาน่ะมันซาตานร้ายชัดๆ ไม่เห็นจะน่ารักน่าครอบครองตรงไหน! จะมีดีก็แค่ตรงความหล่อที่เธอยอมรับว่าเขาหล่อมากจริงๆ
“ไปอาบน้ำได้แล้วครับจะได้เข้านอน” เสียงของคนใกล้ตัวที่กลับมาดังขึ้นอีกครั้งทำให้คนที่กำลังยืนนิ่งอยู่กับที่สะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะเดินหนีเขาเข้ามาในห้องน้ำอย่างรวดเร็วโดยหารู้ไม่ว่าท่าทางตื่นตระหนกของตนเมื่อสักครู่ทำให้อีกคนเผลอยิ้มตาม กระทั่งร่างบอบบางของภรรยาสาวหายเข้าไปในห้องน้ำในที่สุดนาวินถึงได้เรียกสติที่เกือบๆ ที่จะหลุดหายไปไกลให้กลับคืนมา
แพรชมพูขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำนานร่วมชั่วโมงเต็มก่อนที่เธอจะยอมออกมาเพราะหมดทางหนีเพื่อเผชิญหน้าสามีของตนเองอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเขายังไม่หลับเธอจึงแสร้งเดินมานั่งหวีผมที่โต๊ะเครื่องแป้ง รู้สึกเสียวสันหลังทุกครั้งที่สัมผัสได้ว่าเบื้องหลังของตนเองนั้นมีสายตาอีกคู่จ้องมองกันอยู่ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเมื่อเขาลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินผ่านหายเข้าห้องน้ำ ไม่พูดอะไรกับเธอสักคำ
สิ่งที่เธอกำลังหวาดกลัวขนาดหนักอยู่ในตอนนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ หากเขาเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นสามีของเธอในคืนนี้เล่าจะทำยังไงดี!
เมื่อคิดกับตัวเองไม่ได้คำตอบแพรชมพูจึงหันไปคว้าเอาโทษศัพท์มือถือที่อยู่ใกล้ๆส่งไลน์ไปขอคำปรึกษาเพื่อนสนิทอีกคนในทันที
‘แกจะกลัวอะไรนักหนา! เรื่องนี้มันปกติอยู่แล้ว’
มันเรื่องปกติที่ไหนกันย่ะยัยเพื่อนบ้า! นี่มันเป็นครั้งแรกของเธอเชียวนะ จู่ๆ จะให้มานั่งทำตัวเป็นปกติใครที่ไหนจะทำได้กันเล่า!
หญิงสาวขบคิดในใจก่อนจะสะดุ้งขึ้นเบาๆ เมื่อประตูห้องน้ำถูกเปิดออกมาพร้อมๆ กับร่างกำยำของนาวินที่โผล่ออกมาแค่ครึ่งตัว
“ช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวในตู้ให้พี่หน่อยได้ไหมครับน้องแพร” คำพูดของเขาหรือจะสู้สิ่งที่กำลังได้เห็นอยู่ตรงหน้าในตอนนี้
