บทที่2
“แล้วนี่ตาอิฐรู้รึเปล่าว่าเรามาหาแม่ที่บ้าน” คนถูกถามถึงกลับชะงักรอยยิ้มไปชั่วครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินชื่อของใครบางคนที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอหงุดหงิด รายนั้นเขาจะไปรู้อะไรกัน วันๆ เคยสนรึเปล่าก็ไม่รู้ว่าเธอจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง หรือจะรู้สึกแบบไหนที่เขาพยายามหลบหน้ากัน คนอย่างเขามันใจดำเกินกว่าจะสนใจใครได้!
“แพรบอกเขาแล้วค่ะ ว่าแต่คนอื่นๆ ไปไหนกันหมดคะ” หญิงสาวเลือกที่จะปดมารดาเพราะอยากให้ท่านสบายใจ ไม่ต้องมาหนักใจเรื่องระหว่างเธอกับสามีจอมเย็นชาที่เขาคงไม่มีมาสนใจหรอกว่าในแต่ละวันเธอจะทำอะไรหรือไปไหน หญิงสาวยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดหัวใจ ที่ไม่รู้ทำไมเธอจะต้องไปคิดถึงแต่อีตาบ้าคนนั้นเรื่อย!
“ตาพลไปดูงานที่เชียงใหม่น่ะ ส่วนคนอื่นๆ คงออกันอยู่ในครัวนู้นแน่ะ แล้วนี่เราทานอะไรมารึยัง” ธนพลที่ทั้งสองกำลังเอ่ยถึงนั้นคือพี่ชายขาโหดของเธอ ซึ่งครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องงานแต่งงานในครั้งนี้ขานั้นก็คัดค้านหัวชนฝาเพราะหวงน้องสาวของตัวเองยิ่งชีพ แต่เพราะเป็นคำสั่งเด็ดขาดของผู้เป็นแม่ ทั้งเธอกับพี่ชายจึงไม่มีใครกล้าขัดใจท่าน จำต้องยอมแต่งงานเพื่อทำให้ท่านสบายใจและมีความสุข ต่างจากเธอที่ต้องทนทุกข์เพราะเจ้าบ่าวแทบไม่เคยสนใจ
“แพรขอฝากท้องที่นี่สักมื้อนะคะ ขอแพรทานข้าวเย็นกับคุณแม่นะคะ”แพรชมพูเอ่ยตอบหลังจากคิดถึงพี่ชายตนเองหลายนาที
“ได้สิลูก ดีเหมือนกันแม่จะได้ไม่เหงา” คุณหญิงสายใจตอบทันที หากลูกสาวไม่เอ่ยขอมานางเองก็กะว่าจะเอ่ยชวนอยู่แล้วเชียว
แพรชมอยู่พูดคุยกับมารดาจนกระทั่งถึงเวลาเย็นทั้งคู่จึงย้ายมายังห้องอาหาร ที่ตอนนี้มีเหล่าคนใช้คอยจัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้
“แม่คะ”หญิงสาวคิดอยู่นานก่อนตัดสินใจเอ่ยเรียกมารดา
“ว่ายังไงเรา มีอะไรรึเปล่าลูกแพร” เพราะท่าทีที่เหมือนจะมีบางอย่างในใจของลูก ทำให้ผุ้เป็นแม่อดไม่ได้ที่ต้องเอ่ยถามขึ้น
“คือว่าแพร…แพรขอค้างที่นี่คืนนี้ได้ไหมคะ” แพรชมพูคิดหนักไม่ใช่น้อยด้วยกลัวว่าคำขอนี้มันจะทำให้แม่ของเธอสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสามี แต่หากจะให้เธอกลับไปนอนเหงาอยู่ในบ้านหลังนั้นคนเดียว
สู้เธอเสี่ยงของขอนอนที่นี่กับท่านเสียยังจะดีกว่า
“แม่น่ะไม่มีปัญหาหรอกนะ เราจะมาค้างที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น แต่เราต้องถามสามีของเราด้วยว่าเขาอนุญาตให้เราค้างกับแม่คืนนี้รึเปล่า ว่าไงจ๊ะตาอิฐ เพิ่งเลิกงานรึไงเรา” คำตอบที่มาพร้อมคำบอกเล่าของมารดาทำเอาคนที่ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ตัวแข็งไปชั่วขณะก่อนจะค่อยๆ หันไปด้านหลังซึ่งตอนนี้นั้นมีร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหากัน
ใครบางคน…ที่ปล่อยให้เธออยู่ตามลำพังมาตลอดหลายวัน
ใครบางคนที่กำลังยืนจ้องกันอย่างไม่วางตา!
“ครับคุณแม่”
นาวินตอบกลับผู้สูงวัยด้วยท่าทีสุภาพ เขาปรายตามองอีกคนชั่วครู่ก่อนจะหันกลับไปหาคุณหญิงสายใจ แม่ของภรรยาอีกครั้ง
“แล้วนี่เราทานอะไรมารึยัง ถ้ายังก็มานั่งเลยข้างๆ น้องเลยจ๊ะ” เป็นอีกครั้งที่เขาพยักหน้ารับก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยาที่จนถึงตอนนี้ยังก้มหน้านิ่งไมยอมเอ่ยอะไรออกมาสักคำเดียว
“คืนนี้ยังไงเสียผมคงต้องขอตัวน้องแพรกลับไปก่อนนะครับคุณแม่ พอดีว่าผมมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานก็เลยทำให้น้องโกรธ พี่ขอโทษนะครับน้องแพร” คุณหญิงสายใจยิ้มรับในคำบอกเล่าตรงๆ จากลูกเขย มิน่าลูกสาวของนางถึงได้มีท่าทีแปลกๆ ที่แท้ก็น้อยใจสามีมานี่เอง แต่เรื่องแบบนี้มันก็ไม่ได้แปลกอะไรตรงไหนเลยสักนิด นางเองก็เคยมีอาการเหล่านี้ เผลอๆ อาจจะมากกว่าแพรชมพูเสียด้วยซ้ำไป
“ตามสบายเลยจ๊ะ ยังไงเสียแม่ก็ขอฝากน้องด้วยนะ ขานี้น่ะขี้น้อยใจนักเชียว เราเองก็ด้วยนะยัยแพร มีอะไรก็พูดกับพี่เขากันเสียให้เข้าใจเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ต้องหันหน้าคุยกันเข้าใจไหมลูก”
แพรชมพูได้แต่ยิ้มรับคำบอกกล่าวที่แสนจะหวังดีต่อเธอกับสามี ใครเลยจะรู้ว่าเธออยากคุยกับเขาแค่ไหน แต่เป็นเขาเสียมากกว่าที่พยายามหลบหน้า เขาต่างหากที่เป็นคนทำเรื่องทั้งหมด!
