บท
ตั้งค่า

ตอนที่9 : งานหนักของคุณนายฟาร์ม

แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ปิ่นมุกค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง

เธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองพื้นที่ข้างกาย

กฤษตินไม่อยู่แล้ว เตียงฝั่งของเขาเรียบร้อยราวกับเมื่อคืนไม่ได้มีใครนอนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ

ปิ่นมุกถอนหายใจเบา ๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียง เธอจัดที่นอนให้เรียบร้อย ก่อนเดินเข้าไปล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเรียบง่ายสำหรับทำงานในฟาร์ม

เมื่อคืนกฤษตินบอกเอาไว้ชัดเจนว่า หลังจากแต่งงาน เธอต้องเรียนรู้ชีวิตที่นี่และเธอจะไม่เป็นภรรยาที่สร้างปัญหาให้เขา

เมื่อเดินลงมาชั้นล่าง ปิ่นมุกเห็นภาคภูมิกำลังพูดคุยกับคนงานอยู่บริเวณหน้าบ้าน ชายหนุ่มหันมาเห็นเธอเข้าพอดีจึงยกมือไหว้ด้วยความสุภาพ

“คุณปิ่นมุก ตื่นเช้าจังเลยครับ”

ภาคภูมิเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ พลางมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจดเท้าอย่างแปลกใจที่เห็นเธอแต่งตัวพร้อมทำงานตั้งแต่เช้า

ปิ่นมุกยิ้มเจื่อน ๆ และก้มหน้าลงเล็กน้อย

“คุณกฤษตินบอกว่าฉันต้องช่วยงานที่ฟาร์มค่ะ ฉันเลยคิดว่าควรเริ่มตั้งแต่วันนี้”

น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล แต่แฝงความเกรงใจจนภาคภูมิอดรู้สึกสงสารไม่ได้

“คุณไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ครับ เพิ่งแต่งงานวันแรกเอง”

ปิ่นมุกส่ายหน้าเบา ๆ สีหน้าจริงจังขึ้น

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำได้”

ภาคภูมิมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจอย่างไม่รู้จะห้ามอย่างไร

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมพาไปครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

เสียงรถกระบะดังขึ้นไม่ไกลจากตัวบ้าน กฤษตินเดินเข้ามาพอดี เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มกับกางเกงยีนส์และรองเท้าบูตเหมือนเช่นทุกวัน

ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าเมื่อเห็นภรรยายืนอยู่กับภาคภูมิ

สายตาคมมองเสื้อผ้าของเธอ ก่อนเลื่อนขึ้นมองใบหน้าที่ดูยังง่วงอยู่เล็กน้อย

“ใครให้เธอไปทำงาน?”

คำถามนั้นทำให้ปิ่นมุกชะงัก เธอหันไปมองเขาด้วยสีหน้าสงสัย

“เมื่อคืนคุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือคะ ว่าฉันต้องเรียนรู้ชีวิตที่ฟาร์ม”

กฤษตินนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนเบือนหน้าหนี

“ฉันบอกให้เรียนรู้ ไม่ได้หมายความว่าต้องรีบทำทุกอย่างตั้งแต่เช้า”

ปิ่นมุกเม้มริมฝีปากอย่างไม่แน่ใจว่าเขาต้องการอะไร

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฉันควรทำอะไรคะ”

กฤษตินมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วตอบสั้น ๆ

“ตามฉันมา”

เขาหันหลังเดินไปทันที ปิ่นมุกรีบเดินตาม ส่วนภาคภูมิได้แต่มองเจ้านายกับภรรยาสลับกัน ก่อนเดินตามไปเงียบ ๆ ไม่นานทั้งสามก็มาถึงบริเวณแปลงผักด้านหลังฟาร์ม

กฤษตินชี้ไปยังแปลงผักที่คนงานกำลังช่วยกันจัดพื้นที่

“วันนี้ช่วยถอนวัชพืชตรงนี้”

ปิ่นมุกมองแปลงผักกว้างตรงหน้าแล้วพยักหน้าอย่างว่าง่าย

“ค่ะ”

กฤษตินขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เหนื่อยก็หยุดได้”

ปิ่นมุกเงยหน้ามองเขาอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนั้นจากเขา แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร กฤษตินก็หันไปสั่งงานคนอื่นต่อทันที

ภาคภูมิเดินเข้ามาหาเธอพร้อมถุงมือคู่หนึ่ง เขายื่นให้ด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“ใส่นี่นะครับ มือจะได้ไม่เป็นแผล”

ปิ่นมุกรับมาแล้วส่งยิ้มขอบคุณ

“ขอบคุณค่ะ”

“ถ้าทำไม่ไหว บอกผมได้เลยนะครับ”

เธอพยักหน้า ก่อนนั่งลงเริ่มถอนวัชพืชอย่างตั้งใจ

ช่วงแรกทุกอย่างดูไม่ยาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป แสงแดดเริ่มแรงขึ้น เหงื่อก็เริ่มซึมตามไรผมและหน้าผากของหญิงสาว ปิ่นมุกยังคงทำต่อโดยไม่ปริปากบ่น

กฤษตินที่กำลังตรวจงานอยู่ไม่ไกลเหลือบมองเธอเป็นระยะ เขาคิดว่าเธอคงทำได้ไม่นานผู้หญิงที่แต่งงานกับเขาเพราะถูกส่งตัวมาแทน น่าจะรับชีวิตในฟาร์มไม่ไหว

แต่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง...

สองชั่วโมง...

ปิ่นมุกยังคงนั่งทำงานอยู่ที่เดิม แม้มือจะเริ่มแดงและใบหน้าจะเต็มไปด้วยเหงื่อ เธอก็ยังไม่หยุด

ภาคภูมิเดินผ่านแล้วเห็นเข้าจึงพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“คุณปิ่นมุก พักก่อนก็ได้นะครับ”

ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้น ยกหลังมือเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก ก่อนยิ้มบาง ๆ

“ยังไหวค่ะ ถ้าฉันทำเสร็จเร็ว จะได้ช่วยงานอย่างอื่นต่อ”

ภาคภูมิมองเธออย่างหนักใจ

“แต่คุณเพิ่งมาอยู่ที่นี่วันแรกนะครับ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองขนาดนี้”

รอยยิ้มของปิ่นมุกจางลงเล็กน้อย เธอก้มหน้ามองมือของตัวเอง

“ฉันไม่ได้อยากพิสูจน์อะไรหรอกค่ะ”

เธอเว้นจังหวะ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเบามาก

“ฉันแค่ไม่อยากให้คุณกฤษตินคิดว่าฉันเป็นภาระ”

คำพูดนั้นทำให้ภาคภูมินิ่งไป เขาหันไปมองกฤษตินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก และดูเหมือนชายหนุ่มจะได้ยินทุกคำ

กฤษตินกำมือแน่นเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย

“ภาคภูมิ”

เสียงเรียกของเขาทำให้ภาคภูมิหันกลับมา

“ครับ”

“ไปดูงานแปลงอื่น”

ภาคภูมิมองเจ้านายครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“ครับ”

เมื่อภาคภูมิเดินออกไป กฤษตินจึงหันมองปิ่นมุก

หญิงสาวยังคงก้มหน้าทำงาน ไม่ได้สนใจว่าเขากำลังมองอยู่

“เธอไม่จำเป็นต้องทำจนหมดแรง”

เสียงของเขาดังขึ้น ทำให้มือของปิ่นมุกหยุดชะงัก

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างประหลาดใจ

“คุณบอกเองไม่ใช่หรือคะว่าฉันต้องช่วยงานในฟาร์ม”

กฤษตินขมวดคิ้ว

“ฉันบอกให้ช่วย ไม่ได้บอกให้เธอทำจนตัวเองเจ็บ”

น้ำเสียงของเขายังคงแข็งเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ฟังดูเย็นชาเท่าเมื่อคืน

ปิ่นมุกก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ค่ะ”

กฤษตินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินจากไป

แต่เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็หยุดแล้วหันกลับมา

“พักกินข้าวเที่ยงด้วย”

ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

“ค่ะ”

เขาไม่พูดอะไรต่อ ก่อนเดินออกไป

หญิงสาวมองตามแผ่นหลังของเขาอย่างไม่เข้าใจ

เมื่อคืนเขายังทำเหมือนเธอเป็นเพียงคนที่เข้ามาอยู่ในบ้านตามสัญญา แต่วันนี้...ทำไมเขาถึงพูดเหมือนเป็นห่วงเธอ?

ปิ่นมุกส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเลิกคิด เธอก้มลงทำงานต่อ

เธอรู้ดีว่าไม่ควรคาดหวังอะไรจากผู้ชายคนนี้

เพราะการแต่งงานของพวกเขามีเวลาเพียงสองปี และเมื่อถึงวันนั้น...เธอก็จะต้องเดินออกจากชีวิตของเขาอยู่ดี

ส่วนกฤษตินที่เดินกลับไปยังบ้าน ยังคงคิดถึงภาพหญิงสาวที่นั่งทำงานท่ามกลางแดดร้อนอยู่ตลอดทาง

เขาไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน ทั้งที่ตั้งใจจะทำให้เธอรู้ว่า การแต่งงานครั้งนี้ไม่มีความหมาย แต่พอเห็นเธอพยายามทำทุกอย่างโดยไม่ปริปากบ่น...กลับเป็นเขาเสียเองที่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

ชายหนุ่มหยุดเดิน ก่อนถอนหายใจอย่างหงุดหงิด

“ก็แค่ภรรยาตามสัญญา...”

เขาพึมพำกับตัวเอง สีหน้าพยายามทำให้ทุกอย่างดูเป็นเรื่องธรรมดา

แต่หัวใจกลับไม่ยอมเชื่อคำพูดนั้นเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel