บท
ตั้งค่า

ตอนที่10 : คำพูดที่บาดหัวใจ

หลังจากวันแรกผ่านไป ปิ่นมุกก็เริ่มคุ้นเคยกับชีวิตในฟาร์มมากขึ้น

ทุกเช้าเธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จัดการงานในบ้านให้เรียบร้อย ก่อนออกไปช่วยคนงานในฟาร์มตามที่กฤษตินมอบหมาย แม้งานจะหนักและแตกต่างจากชีวิตที่เธอเคยรู้จัก แต่หญิงสาวไม่เคยบ่นออกมาแม้แต่คำเดียว

เธอเพียงบอกตัวเองว่า...ในเมื่อเธอเลือกไม่ได้ ก็มีเพียงต้องทำให้ดีที่สุด

เช้าวันนี้ก็เช่นกัน ปิ่นมุกกำลังช่วยจัดเรียงตะกร้าผักที่เก็บจากแปลง ก่อนจะยกตะกร้าใบหนึ่งขึ้นด้วยสองมือ

“เดี๋ยวครับคุณปิ่นมุก”

เสียงภาคภูมิทำให้เธอหยุด เขารีบเดินเข้ามาช่วยยกตะกร้าจากมือเธอ สีหน้าเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าเธอต้องออกแรงมาก

“ใบนี้หนักเกินไปครับ”

ปิ่นมุกยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า

“ฉันยกไหวค่ะ”

“ผมรู้ว่าคุณยกไหวครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำทุกอย่างเอง”

ภาคภูมิพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางวางตะกร้าลงอย่างระมัดระวัง ปิ่นมุกมองเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ

“คุณภาคภูมิใจดีกับฉันเกินไปแล้วนะคะ”

ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย

“ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ”

เสียงรถยนต์ดังเข้ามาใกล้ ก่อนจะจอดอยู่ด้านหน้าโรงเก็บของ

กฤษตินก้าวลงจากรถพร้อมสีหน้าเคร่งขรึม วันนี้เขามีงานต้องตรวจหลายอย่าง จึงดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก สายตาคมเหลือบเห็นปิ่นมุกกับภาคภูมิยืนอยู่ด้วยกัน

“ภาคภูมิ”

เสียงเรียกนั้นทำให้ภาคภูมิหันกลับไปทันที

“ครับคุณกฤษติน”

“งานที่ฉันให้ไปดูเมื่อวานเรียบร้อยหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ ผมกำลังจะเอารายงานไปให้คุณพอดี”

กฤษตินพยักหน้า ก่อนเหลือบมองปิ่นมุก

“ส่วนเธอ งานที่ฉันสั่งเสร็จหรือยัง”

ปิ่นมุกรีบพยักหน้า

“เสร็จแล้วค่ะ”

“ทั้งหมด?”

“ค่ะ”

“แน่ใจ?”

เธอพยักหน้าอีกครั้งด้วยสีหน้ามั่นใจ

“แน่ใจค่ะ”

กฤษตินมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปตรวจงานด้วยตัวเอง ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่มีอะไรผิดพลาด

เขานิ่งไปเล็กน้อย

หญิงสาวทำได้ดีเกินกว่าที่เขาคิด แต่แทนที่จะเอ่ยชม เขากลับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

“ก็พอใช้ได้”

ปิ่นมุกยิ้มบาง ๆ แม้จะไม่ได้รับคำชมอย่างที่หวัง แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ

“ขอบคุณค่ะ”

กฤษตินหันมองเธอทันที

“ขอบคุณอะไร?”

หญิงสาวชะงัก ก่อนตอบตามตรง

“ที่คุณบอกว่าพอใช้ได้ค่ะ”

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แค่พอใช้ อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองทำดี”

รอยยิ้มบนใบหน้าของปิ่นมุกค่อย ๆ จางลง เธอก้มหน้ารับคำ

“ค่ะ”

กฤษตินหันไปมองงานตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนพูดต่อ

“ตั้งแต่พรุ่งนี้เพิ่มงานอีกส่วนหนึ่ง”

ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นทันที

“งานอะไรคะ”

“ช่วยตรวจของในโรงเก็บ แล้วจัดบัญชีวัตถุดิบเบื้องต้น”

เธอพยักหน้า

“ได้ค่ะ”

ภาคภูมิที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้ดีว่างานเหล่านี้ค่อนข้างหนักสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในฟาร์ม

“คุณกฤษตินครับ งานของคุณปิ่นมุกตอนนี้ก็—”

กฤษตินหันไปมองด้วยสายตานิ่ง ๆ จนภาคภูมิต้องหยุดพูด

“มีอะไร?”

ภาคภูมิถอนหายใจเบา ๆ ก่อนส่ายหน้า

“ไม่มีครับ”

กฤษตินหันกลับมาหาปิ่นมุก

“ถ้าทำไม่ไหวก็พูด”

ปิ่นมุกเม้มริมฝีปาก ก่อนตอบเสียงเบา

“ฉันจะพยายามค่ะ”

“ฉันไม่ได้ถามว่าจะพยายามหรือไม่”

น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งขึ้น

“ฉันถามว่าทำได้หรือเปล่า”

ปิ่นมุกเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

“ทำได้ค่ะ”

กฤษตินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก

ปิ่นมุกยืนมองตามเขา ก่อนก้มหน้าลง

ภาคภูมิเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าลำบากใจ

“อย่าคิดมากนะครับ คุณกฤษตินเป็นคนพูดตรง ๆ”

ปิ่นมุกฝืนยิ้ม

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”

“แน่ใจนะครับ?”

เธอพยักหน้า แม้ดวงตาจะมีแววเศร้าซ่อนอยู่

“ค่ะ”

แต่คำว่าไม่เป็นไรของเธอ กลับไม่เหมือนคนที่ไม่เป็นอะไรเลย

ช่วงบ่าย ปิ่นมุกยังคงทำงานต่อ เธอเดินเข้าออกโรงเก็บของหลายครั้ง ตรวจจำนวนสินค้า จดบันทึก และจัดของให้เป็นระเบียบตามที่กฤษตินสั่ง จนกระทั่งเย็น...

มือของเธอเริ่มแดงจากการยกของและทำงานตลอดทั้งวัน ภาคภูมิเดินเข้ามาเห็นจึงรีบเอ่ยขึ้น

“พอแล้วครับคุณปิ่นมุก วันนี้คุณทำเยอะมากแล้ว”

หญิงสาวส่ายหน้า

“ยังเหลืออีกนิดเดียวค่ะ”

“ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้ครับ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ”

เธอพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

“ถ้าฉันทำไม่เสร็จ คุณกฤษตินจะคิดว่าฉันทำงานไม่ได้”

ภาคภูมิมองเธออย่างสงสาร

“คุณไม่จำเป็นต้องกลัวเขาขนาดนั้นนะครับ”

ปิ่นมุกนิ่งไป ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเบา

“ฉันไม่ได้กลัวค่ะ”

เธอหลุบตาลง

“ฉันแค่ไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง”

คำพูดนั้นทำให้ภาคภูมิพูดไม่ออก เขารู้ดีว่าเจ้านายของตนไม่ได้รู้เลยว่า ผู้หญิงคนนี้พยายามมากแค่ไหนเพียงเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นภาระ

คืนนั้น...

ปิ่นมุกกลับเข้าบ้านช้ากว่าปกติ เธอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าอ่อนล้า ก่อนจะเห็นกฤษตินนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง

“ทำไมเพิ่งกลับ?”

“ฉันทำงานที่โรงเก็บของอยู่ค่ะ”

ปิ่นมุกตอบพลางยืนนิ่งอยู่หน้าห้องอาหาร กฤษตินมองมือของเธอที่แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่สีหน้าของเขายังคงนิ่ง

“งานแค่นั้นใช้เวลาทั้งวัน?”

ปิ่นมุกก้มหน้าลง

“ขอโทษค่ะ”

“ฉันไม่ได้ถามให้เธอขอโทษ”

น้ำเสียงของเขาเย็นลง

“แต่ถ้าทำงานช้าขนาดนี้ ต่อไปเธอจะทำอะไรได้?”

ปิ่นมุกเงียบ คำพูดนั้นเหมือนมีบางอย่างกดลงกลางอก เธอสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ แล้วตอบอย่างอดทน

“ฉันจะพยายามให้มากกว่านี้ค่ะ”

กฤษตินมองเธอ ก่อนพูดออกมาโดยไม่ทันคิด

“เธอก็ทำได้แค่นี้สินะ”

ปิ่นมุกชะงัก ดวงตาที่เคยสงบนิ่งสั่นไหวขึ้นทันที กฤษตินเองก็เห็นสีหน้าของเธอ แต่ความหงุดหงิดทำให้เขายังพูดต่อ

“อย่าลืมว่าเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของฉัน ไม่ใช่แขกที่ฉันต้องคอยดูแล”

ปิ่นมุกกำมือแน่นเพื่อกลั้นความรู้สึก

“ค่ะ”

“ถ้าจะอยู่ที่นี่ ก็ต้องทำตัวให้เหมาะสม”

หญิงสาวพยักหน้าช้า ๆ

“เข้าใจแล้วค่ะ”

เธอพยายามไม่ให้เสียงสั่น แต่สุดท้ายก็ยังหลุดออกมาอย่างแผ่วเบา

“ถ้าคุณไม่พอใจ ฉันจะพยายามให้มากกว่านี้”

กฤษตินนิ่งไป เขามองเห็นดวงตาของเธอที่เริ่มแดง แต่ปิ่นมุกกลับไม่ร้องไห้ต่อหน้าเขา

หญิงสาวก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนเดินขึ้นห้องไปเสียงประตูปิดลงเบา ๆ

ภายในห้อง ปิ่นมุกยืนพิงประตูอยู่นาน เธอพยายามกลั้นน้ำตา แต่สุดท้ายมันก็ไหลออกมาเงียบ ๆ

“ฉันพยายามแล้วนะ...”

เสียงกระซิบสั่นเครือหลุดออกจากริมฝีปาก เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว

“ฉันพยายามทำให้ดีที่สุดแล้วจริง ๆ”

อีกด้านหนึ่ง กฤษตินยังนั่งอยู่ที่เดิม เขามองไปยังบันไดด้วยสีหน้าครุ่นคิด คำพูดของปิ่นมุกวนเวียนอยู่ในหัว

‘ฉันพยายามแล้วนะ...’

ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น ก่อนยกมือขึ้นกดหว่างคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงเห็นเธอเสียใจ หัวใจของเขาถึงรู้สึกแปลก ๆแต่สุดท้ายกฤษตินก็เลือกปัดความรู้สึกนั้นทิ้ง

สำหรับเขา...ปิ่นมุกยังคงเป็นเพียงภรรยาที่เข้ามาอยู่ในชีวิตตามสัญญา

และเขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกมากไปกว่านั้นเด็ดขาด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel