ตอนที่7 :สัญญาสองปี
เช้าวันต่อมา...
บ้านของปิ่นมุกเงียบกว่าทุกวัน หญิงสาวนั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วยท่าทางสงบ แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวล วันนี้คือวันที่เธอต้องเซ็นเอกสารการแต่งงานอย่างเป็นทางการ
เอกสารที่หมายความว่า...อีกไม่นานเธอจะต้องออกจากบ้านหลังนี้ และไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่เธอแทบไม่รู้จัก
ปิ่นมุกก้มมองมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก นิ้วเรียวขยับเข้าหากันอย่างประหม่า อิงอรที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นสีหน้าของน้องสาว จึงเอื้อมมือมาจับมือเธอเบา ๆ
“ปิ่น ยังกลัวอยู่หรือเปล่า?”
น้ำเสียงของอิงอรอ่อนโยน ขณะมองน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วง ปิ่นมุกฝืนยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“นิดหน่อยค่ะ”
เธอพยายามทำเสียงให้ปกติ แต่ปลายนิ้วกลับยังเกร็งอยู่ อิงอรบีบมือเธอเบา ๆ
“ถ้าเธอไม่อยากแต่งจริง ๆ บอกพี่ได้นะ”
ปิ่นมุกเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลง
“พี่ก็รู้ว่าปิ่นทำไม่ได้”
น้ำเสียงของเธอเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ อิงอรเม้มริมฝีปาก สีหน้าสงสารน้องสาวอย่างเห็นได้ชัด
“พี่รู้...”
“ปิ่นจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”
ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แม้ดวงตายังคงมีความเศร้าซ่อนอยู่
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
อิงอรมองรอยยิ้มนั้นแล้วถอนหายใจเบา ๆ เธอรู้ดีว่าน้องสาวกำลังพยายามเข้มแข็ง ทั้งที่จริง ๆ แล้วกำลังกลัวมาก
ไม่นานนัก เสียงรถก็ดังขึ้นหน้าบ้าน ปิ่นมุกสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจที่พยายามสงบมาตลอดเช้ากลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ อิงอรหันไปมองทางประตู
“คงมาแล้ว”
ปิ่นมุกสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพยายามตั้งสติ ไม่นาน กฤษตินก็เดินเข้ามาพร้อมภาคภูมิ
วันนี้ชายหนุ่มยังคงแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงยีนส์ รองเท้าบูตคู่เดิม ทำให้เขาดูเหมือนเจ้าของฟาร์มมากกว่าจะเป็นเจ้าบ่าว
สายตาคมมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดที่ปิ่นมุกหญิงสาวลุกขึ้นยืนทันที
“สวัสดีค่ะ”
เธอพูดพร้อมยกมือไหว้ สีหน้าสุภาพ แต่แววตายังมีความประหม่า
กฤษตินพยักหน้ารับ
“สวัสดี”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ปิ่นมุกนั่งลงอีกครั้ง กฤษตินเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม โดยมีภาคภูมินั่งลงข้าง ๆ บรรยากาศเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่ภาคภูมิจะหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“วันนี้เราจะมาคุยเรื่องรายละเอียดของสัญญาการแต่งงานครับ”
ปิ่นมุกมองแฟ้มตรงหน้าด้วยหัวใจที่หนักอึ้งกฤษตินเปิดเอกสารอย่างใจเย็น
“ฉันจะพูดตรง ๆ ตั้งแต่แรก”
เขามองปิ่นมุกด้วยสีหน้าจริงจัง
“การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก”
ปิ่นมุกนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
“ค่ะ”
คำตอบของเธอทำให้กฤษตินชะงักเล็กน้อย เขาคิดว่าเธออาจเสียใจ แต่หญิงสาวกลับยอมรับมันอย่างง่ายดาย
“ฉันไม่อยากให้เธอคาดหวังอะไรจากฉัน”
กฤษตินพูดต่อ น้ำเสียงยังคงหนักแน่น ปิ่นมุกก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบ
“ปิ่นเข้าใจค่ะ”
แม้เสียงจะฟังดูสงบ แต่แววตากลับไหววูบ กฤษตินเห็น แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาเลื่อนเอกสารมาตรงหน้าเธอ
“ในสัญญาระบุว่าเราจะแต่งงานกันเป็นเวลา 2 ปี”
ปิ่นมุกก้มลงอ่านรายละเอียดอย่างตั้งใจ
“ถ้าครบสองปีแล้วไม่มีลูก เราจะหย่ากันทันที”
กฤษตินพูดช้า ๆ เพื่อให้เธอเข้าใจทุกอย่างปิ่นมุกชะงัก มือที่กำลังจับกระดาษหยุดนิ่ง
“ถ้า...ไม่มีลูกภายในสองปี ก็ต้องหย่าใช่ไหมคะ?”
เธอถามย้ำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ใช่”
กฤษตินตอบสั้น ๆ พร้อมพยักหน้า ปิ่นมุกก้มมองเอกสารอีกครั้ง
สองปี...
เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกอย่างไร บางทีการมีวันสิ้นสุดที่ชัดเจนอาจทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก็ได้อย่างน้อย...เธอก็รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ยาวนานตลอดชีวิต
เมื่อครบสองปี เธอจะได้เป็นอิสระ กฤษตินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น
“ถ้าเธอไม่เต็มใจ เธอไม่ต้องเซ็น”
น้ำเสียงของเขาจริงจังกว่าครั้งก่อน ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน
“ถ้าปิ่นไม่เซ็น...จะเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
กฤษตินนิ่งไปเล็กน้อย
“ฉันไม่รู้”
คำตอบนั้นทำให้ปิ่นมุกเม้มริมฝีปาก เธอรู้คำตอบของตัวเองดีอยู่แล้ว
ถ้าเธอไม่เซ็น...เธอก็ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัวและเธอรู้ดีว่าคงไม่มีใครยอมให้เธอปฏิเสธง่าย ๆ
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าช้า ๆก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมา มือของเธอสั่นเล็กน้อย อิงอรมองน้องสาวด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่ไม่ได้ห้าม เพราะรู้ดีว่าปิ่นมุกตัดสินใจแล้ว
ปิ่นมุกก้มหน้าลงและเซ็นชื่อของตัวเองลงบนสัญญาลายเซ็นเล็ก ๆ ปรากฏอยู่บนกระดาษ เพียงไม่กี่วินาที...ชีวิตของเธอก็เหมือนเดินไปอีกทางหนึ่งแล้ว
กฤษตินมองชื่อของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมา เขาเซ็นชื่อลงข้าง ๆ อย่างมั่นคง ภาคภูมิมองเอกสารตรงหน้า ก่อนจะเก็บมันเข้าแฟ้มอย่างเรียบร้อย
“เรียบร้อยครับ”
ปิ่นมุกมองสัญญาตรงหน้าเงียบ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมองเส้นทางชีวิตของตัวเองอยู่
สองปี...
หลังจากนั้นเธอจะเป็นอิสระ กฤษตินปิดแฟ้มแล้วมองเธอ
“หลังแต่งงาน เราต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง”
สีหน้าของเขาเรียบเฉย
“ฉันจะไม่ยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเธอมากเกินไป และเธอก็ไม่ต้องเข้ามายุ่งกับชีวิตของฉัน”
ปิ่นมุกพยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะพูดด้วยเสียงสุภาพ
“ปิ่นจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุดค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้กฤษตินนิ่งไปชั่วขณะ เขามองหญิงสาวตรงหน้า เธอไม่ได้เรียกร้องอะไร ไม่ได้ถามว่าเขาจะรักเธอหรือไม่ ไม่ได้ขอสิ่งใดจากเขา เพียงแค่ยอมรับทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ กฤษตินเบือนหน้าหนีเล็กน้อย
“ก็ดี”
เขาลุกขึ้นยืน ภาคภูมิลุกตาม ก่อนเดินออกจากบ้าน กฤษตินหันกลับมามองปิ่นมุกอีกครั้ง
หญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไป
เสียงประตูปิดลง
ปิ่นมุกมองตามเขาไป อิงอรขยับเข้ามานั่งใกล้ ๆ ก่อนจะจับมือเธอ
“ปิ่น...”
หญิงสาวหันมามองพี่สาว
“คะ?”
อิงอรยิ้มบาง ๆ แม้แววตายังมีความห่วงใย
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมว่าพี่ยังอยู่ข้างเธอ”
ปิ่นมุกพยายามยิ้ม ก่อนจะพยักหน้า
“ค่ะ”
เธอก้มมองมือของตัวเอง อีกสองเดือน...เธอจะกลายเป็นภรรยาของกฤษตินอย่างสมบูรณ์
แต่สำหรับเขา...เธอเป็นเพียงผู้หญิงที่เข้ามาแทนที่เจ้าสาวคนเดิมและสำหรับเธอ...เขาคือสามีที่เธอไม่ได้เลือก การแต่งงานครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นจากคำว่า “จำใจ”
ไม่มีคำว่ารัก
ไม่มีความหวัง
มีเพียงสัญญาสองปีที่ทั้งคู่เซ็นร่วมกัน
โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า...เมื่อเวลาผ่านไป สัญญาฉบับนี้จะกลายเป็นสิ่งที่คนหนึ่งอยากรักษาไว้ที่สุด
ในขณะที่อีกคน...อาจเป็นฝ่ายต้องการฉีกมันทิ้งก่อนครบกำหนด
