ตอนที่ 6 : เจ้าสาวที่ไม่ใช่สเปก
หลังจากกลับออกมาจากบ้านของปัทมา กฤษตินนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สายตาของเขามอง ออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ภาพทิวทัศน์สองข้างทางเคลื่อนผ่านไปเรื่อย ๆ โดยไม่พูดอะไร แต่ในหัวกลับมีภาพของผู้หญิงคนหนึ่งวนเวียนอยู่ไม่หยุด
ผู้หญิงที่นั่งเงียบอยู่ข้างพี่สาว
ผู้หญิงที่พูดน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น และที่สำคัญ...ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวของเขา
ภาคภูมิที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันมามองเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง เมื่อเห็นกฤษตินเงียบผิดปกติ เขาก็อดถามไม่ได้
“คุณกฤษตินคิดอะไรอยู่ครับ?”
กฤษตินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองภาคภูมิด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“ฉันกำลังคิดว่าทำไมเรื่องแต่งงานถึงวุ่นวายขนาดนี้”
น้ำเสียงของเขาแฝงความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
ภาคภูมิยิ้มบาง ๆ อย่างรู้ทัน ก่อนจะหันกลับไปมองถนน
“ผมว่ามันก็ไม่ได้วุ่นวายขนาดนั้นนะครับ”
กฤษตินขมวดคิ้วทันที
“นายยังจะบอกว่าไม่วุ่นวายอีกเหรอ?”
“ครับ”
ภาคภูมิตอบอย่างใจเย็น ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“คุณปู่ให้คุณแต่งงาน คุณไปพบเจ้าสาว เจ้าสาวตัวจริงไม่แต่ง แล้วส่งน้องสาวมาแทน”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ผมว่ามันวุ่นวายพอสมควรนะครับ”
กฤษตินเงียบไป ก่อนจะถอนหายใจแรง
“แล้วนายยังจะพูดให้ฉันหงุดหงิดอีก”
ภาคภูมิหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านาย
“ผมแค่พูดตามความจริงครับ”
กฤษตินเอนหลังพิงเบาะ พลางหลับตาลงครู่หนึ่ง
ภาพของปัทมายังคงติดอยู่ในความคิด เธอสวย
มั่นใจ กล้าพูดและที่สำคัญ เธอเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกตรงกับผู้หญิงที่เขาเคยคบหา
แต่สุดท้าย...เธอกลับเป็นคนปฏิเสธเขา
“ผู้หญิงคนนั้นไม่อยากแต่งกับฉัน”
เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ภาคภูมิเหลือบมองผ่านกระจก
“ปัทมาเหรอครับ?”
“อืม”
กฤษตินลืมตาขึ้น ก่อนจะหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ
“เธอบอกว่าไม่ชอบฉัน ไม่ชอบฟาร์ม ไม่ชอบการใช้ชีวิตต่างจังหวัด”
ใบหน้าของเขายังคงนิ่ง แต่แววตากลับมีความไม่พอใจอยู่ลึก ๆ
“ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าเธอจะชอบหรือไม่ชอบ”
ภาคภูมิพยักหน้า
“แล้วคุณปิ่นมุกล่ะครับ?”
คำถามนั้นทำให้กฤษตินนิ่งไปทันที เขาหันไปมองภาคภูมิด้วยสายตาแข็งขึ้น
“ทำไม?”
“ผมแค่ถามครับ”
ภาคภูมิพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่สีหน้ากลับเหมือนกำลังรอฟังคำตอบ กฤษตินถอนหายใจ ก่อนตอบตรง ๆ
“ฉันไม่ได้ชอบเธอ”
คำตอบนั้นชัดเจนและไม่มีความลังเล
“เธอไม่ใช่สเปกฉัน”
ภาคภูมิเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เพราะเธอไม่เหมือนผู้หญิงที่คุณเคยคบ?”
“ใช่”
กฤษตินตอบทันที พลางกอดอกและมองออกไปนอกหน้าต่าง
“ฉันชอบผู้หญิงที่มีความมั่นใจ ดูดี เข้าสังคมเก่ง ไม่ใช่ผู้หญิงที่เอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบ ๆ”
เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
“ปิ่นมุกดูเรียบร้อยเกินไป”
ภาคภูมินิ่งฟัง
“เธอไม่เหมือนผู้หญิงที่คุณกฤษตินเคยคบจริง ๆ ครับ”
“เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าฉันจะรู้สึกอะไรกับเธอ”
กฤษตินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ภาคภูมิไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงมองเจ้านายผ่านกระจก ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ครับ”
กฤษตินขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น
“นายยิ้มอะไร?”
ภาคภูมิรีบเก็บสีหน้า แต่แววตายังมีความขบขัน
“เปล่าครับ”
“ถ้ามีอะไรก็พูด”
กฤษตินจ้องเขม็งด้วยสีหน้าเอาจริง ภาคภูมิจึงยอมพูดออกมา
“ผมแค่คิดว่า บางครั้งคนที่เราไม่ชอบตั้งแต่แรก อาจเป็นคนที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดทีหลังก็ได้ครับ”
กฤษตินหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เห็นด้วย
“ไม่มีทาง”
เขาพูดพลางส่ายหน้า
“ฉันรู้จักตัวเองดี”
ภาคภูมิไม่ได้เถียง
“ครับ”
เพียงคำสั้น ๆ เท่านั้น แต่กลับทำให้กฤษตินรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
---
ในเวลาเดียวกันนั้น ปิ่นมุกยังคงอยู่ที่บ้าน
หลังจากอิงอรกลับออกไปแล้ว หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องนอนอย่างเงียบ ๆ เธอเปิดตู้เสื้อผ้าและมองเสื้อผ้าของตัวเอง มีเพียงชุดเรียบง่ายไม่กี่ชุด
ไม่มีเสื้อผ้าราคาแพง
ไม่มีเครื่องประดับ
ไม่มีของฟุ่มเฟือยเหมือนพี่สาว
ปิ่นมุกเอื้อมมือไปแตะเสื้อผ้าเบา ๆ ก่อนถอนหายใจ
“เราต้องไปอยู่ที่นั่นจริง ๆ เหรอ...”
เธอพึมพำกับตัวเอง คำถามนั้นไม่มีใครตอบ
ปิ่นมุกจึงได้แต่ก้มหน้าลง เธอไม่รู้จักกฤษติน ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ไม่รู้ว่าเขาจะยอมรับเธอในฐานะภรรยาหรือไม่ และที่สำคัญ...เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้เลือกเธอ เขาเองก็ไม่ได้เต็มใจให้เธอเป็นเจ้าสาว
ปิ่นมุกเม้มริมฝีปาก ก่อนจะนั่งลงบนขอบเตียง ความรู้สึกน้อยใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เธอกลับต้องเป็นคนรับผลจากการตัดสินใจของคนอื่น
เธอหลุบตาลง
“ไม่เป็นไร...”
หญิงสาวพยายามปลอบตัวเองด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“ถ้าต้องแต่ง ก็แค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”
เธอพูดเหมือนต้องการให้ตัวเองเชื่อในสิ่งนั้น
---
สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
บ้านของกฤษตินเริ่มเตรียมงานแต่งงานตามกำหนด
ชายหนุ่มไม่ได้มีความตื่นเต้นแม้แต่น้อย สำหรับเขา
การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงสิ่งที่ต้องทำ เขายังคงใช้
ชีวิตเหมือนเดิม ทำงานที่ฟาร์ม ดูแลกิจการ พบปะผู้คน
และกลับบ้านในช่วงเย็น
เพียงแต่ช่วงนี้...ภาคภูมิมักจะเห็นเจ้านายนั่งเงียบมากขึ้น
“คุณกฤษตินครับ”
ภาคภูมิเดินเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ สีหน้าจริงจัง
กฤษตินเงยหน้าจากเอกสารตรงหน้า
“อะไร?”
“เอกสารเกี่ยวกับการแต่งงานครับ”
เมื่อได้ยินคำว่าแต่งงาน สีหน้าของกฤษตินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“วางไว้ตรงนั้น”
เขาพูดพร้อมชี้ไปยังโต๊ะด้านข้าง
ภาคภูมิวางเอกสารลง ก่อนจะยืนนิ่ง
“มีอะไรอีก?”
กฤษตินเงยหน้ามองด้วยสีหน้าสงสัย
ภาคภูมิลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถาม
“คุณแน่ใจนะครับว่าจะทำแบบนี้ต่อไป?”
กฤษตินขมวดคิ้ว
“หมายถึงอะไร?”
“แต่งงานทั้งที่ไม่ได้รัก”
ภาคภูมิพูดอย่างตรงไปตรงมา กฤษตินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ฉันไม่จำเป็นต้องรัก”
“แต่เธอจะเป็นภรรยาคุณนะครับ”
ภาคภูมิพูดด้วยสีหน้าจริงจัง กฤษตินหลุบตาลงมองเอกสารตรงหน้า
“ฉันรู้”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
“และฉันจะทำหน้าที่ของตัวเอง”
ภาคภูมิพยักหน้าอย่างช้า ๆ
“ครับ”
กฤษตินหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน สายตาของเขาหยุดอยู่กับข้อความบางส่วน ก่อนจะขมวดคิ้ว
“นี่คืออะไร?”
ภาคภูมิมองเอกสารนั้น ก่อนตอบ
“สัญญาที่คุณปู่เตรียมไว้ครับ รายละเอียดเรื่องชีวิตหลังแต่งงาน”
กฤษตินอ่านต่อด้วยสีหน้าจริงจัง ยิ่งอ่าน สีหน้าของเขาก็ยิ่งเคร่งขรึม
“สองปี?”
เขาเงยหน้าขึ้น
ภาคภูมิพยักหน้า
“ครับ”
“หมายความว่าแต่งงานกันสองปี?”
“ครับ”
กฤษตินนิ่งไป ก่อนจะอ่านรายละเอียดต่อ จากนั้นเขาก็พบเงื่อนไขสำคัญที่ระบุเอาไว้ หากภายในสองปีไม่มีบุตร การแต่งงานจะสิ้นสุดลงและทั้งสองต้องหย่ากัน
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ สีหน้าครุ่นคิด
“คุณปู่วางแผนไว้หมดแล้วสินะ”
ภาคภูมิถอนหายใจเบา ๆ
“ท่านคงอยากให้คุณมีครอบครัวจริง ๆ ครับ”
กฤษตินหัวเราะในลำคอ
“ครอบครัวที่เกิดจากสัญญาเนี่ยนะ?”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ภาคภูมิไม่ได้ตอบ เพราะเขารู้ดีว่า เจ้านายของตัวเองยังไม่พร้อมเปิดใจให้ใคร
กฤษตินปิดเอกสารลง
“สองปี...”
เขาพึมพำเบา ๆ สองปีไม่ใช่เวลาที่นานเกินไป
ถ้าทุกอย่างเป็นเพียงหน้าที่ เมื่อครบกำหนด...ต่างคนต่างก็กลับไปใช้ชีวิตของตัวเองชายหนุ่มคิดเช่นนั้น
โดยไม่รู้เลยว่า...ผู้หญิงที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตของเขา จะไม่ได้เป็นเพียงชื่อในสัญญาอย่างที่เขาคิด และการแต่งงานที่เขามองว่าเป็นเพียง “หน้าที่”กำลังจะค่อย ๆ เปลี่ยนหัวใจของเขาไปทีละน้อย
แต่ก่อนจะถึงวันนั้น...เขากับเธอยังต้องเดินเข้าสู่ชีวิตคู่ด้วยความไม่เต็มใจเสียก่อน และในวันพรุ่งนี้...เขาจะต้องพบกับปิ่นมุกอีกครั้ง
ในฐานะ...ว่าที่ภรรยาของเขา
