ตอนที่5 : ชีวิตที่ไม่มีสิทธิ์เลือก
หลังจากกฤษตินและภาคภูมิเดินทางกลับไปแล้ว บ้านทั้งหลังก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
ปิ่นมุกยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคู่สวยมองไปยังประตูบ้านที่ชายหนุ่มเพิ่งเดินออกไปอย่างเหม่อลอยเธอยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเธอกำลังจะต้องแต่งงานกับผู้ชายที่แทบไม่รู้จักกันและที่สำคัญ...ผู้ชายคนนั้นไม่ได้เป็นคนที่เลือกเธอ เขาเพียงยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น
“ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น”
เสียงแข็งของมารดาปัทมาดังขึ้น ทำให้ปิ่นมุกสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบหันกลับมา หญิงสาวก้มหน้าลงทันทีตามความเคยชิน
“หนู...กำลังจะขึ้นห้องค่ะ”
“ขึ้นห้อง?”
อีกฝ่ายแค่นหัวเราะเบา ๆ พลางเดินเข้ามาหา
“คิดว่าตัวเองยังมีเวลามานั่งคิดมากอีกหรือไง”
ปิ่นมุกกำมือแน่นอยู่ด้านหน้า ก่อนจะตอบเสียงเบา
“หนูไม่ได้คิดอะไรค่ะ”
“ไม่ได้คิดอะไร แล้วเมื่อกี้ทำหน้าแบบนั้นทำไม”
คำถามนั้นทำให้เธอเงียบ เธออยากบอกเหลือเกินว่าเธอไม่เคยรู้เรื่องการแต่งงานมาก่อน ไม่เคยเตรียมใจ และไม่เคยคิดว่าจะต้องไปแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก แต่เธอรู้ดีว่าการพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเพราะตั้งแต่เด็ก...เธอก็ไม่เคยมีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว
“คุณปัทมาบอกว่าจะไม่แต่งงาน”
ปิ่นมุกพูดช้า ๆ ดวงตายังคงก้มมองพื้น
“แล้วทำไมต้องเป็นหนูด้วยคะ”
หญิงสาวตรงหน้ามองเธออย่างไม่พอใจ ก่อนตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“เพราะเธอเป็นน้องสาวของปัทมาไง”
“แต่ว่า...”
ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากสั่นน้อย ๆ
“หนูไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยนะคะ”
“แล้วรู้ตอนนี้มันจะเปลี่ยนอะไรได้?”
คำพูดนั้นทำให้ปิ่นมุกนิ่งไป เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง จริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย
ตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เธอก็มักเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับรู้เสมอ หลายครั้งเธออยากปฏิเสธ อยากพูดว่าไม่ แต่ทุกครั้งที่ทำแบบนั้น เธอก็มักต้องพบกับบทลงโทษที่ทำให้เธอไม่กล้าขัดคำสั่งอีก
“พ่ออยู่ไหนคะ”
เธอถามเบา ๆ
“ไปทำงาน”
“หนูอยากคุยกับพ่อค่ะ”
“จะคุยเรื่องอะไร”
“เรื่องแต่งงาน...”
น้ำเสียงของปิ่นมุกเบาลงกว่าเดิม เธอเพียงต้องการให้ใครสักคนบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำ หากเธอไม่พร้อม แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้หัวใจเธอหนักอึ้งกว่าเดิม
“ไปคุยกับพ่อก็เหมือนเดิม”
“หมายความว่า...”
“พ่อของเธอตัดสินใจไปแล้ว”
ปิ่นมุกเม้มริมฝีปากแน่น
“แต่หนูไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก”
คราวนี้น้ำเสียงของเธอมีความหวาดกลัวปะปนออกมาอย่างชัดเจน อีกฝ่ายกลับมองเธอนิ่ง ๆ
“แล้วคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เลือกหรือไง”
คำถามสั้น ๆ กลับเหมือนมีดที่กรีดลงกลางหัวใจ
ปิ่นมุกชะงัก มือทั้งสองข้างที่กำอยู่ด้านหน้าเริ่มสั่น เธอรู้คำตอบดี ไม่มี เธอไม่มีสิทธิ์ ตั้งแต่แม่ของเธอจากไป ชีวิตของเธอก็เหมือนถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าต้องเดินไปทางไหน เรียนก็ต้องเรียนตามที่ครอบครัวต้องการ กลับบ้านก็ต้องกลับตามเวลา จะไปไหนก็ต้องขออนุญาต แม้แต่เรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างการแต่งงาน...เธอก็ยังไม่มีสิทธิ์เลือกเอง
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ”
ปิ่นมุกตอบในที่สุด เธอฝืนยิ้มบาง ๆ ทั้งที่ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว
“หนูจะแต่งงานค่ะ”
“ดี”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของปิ่นมุกจางลง
ไม่มีใครถามเธอเลยว่าเธอกลัวหรือไม่
ไม่มีใครถามว่าเธอเต็มใจหรือเปล่า
ไม่มีใครถามว่าเธออยากใช้ชีวิตแบบไหน
ทุกคนเพียงต้องการให้เธอทำตามสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้
ปิ่นมุกหันหลังเดินขึ้นบันไดช้า ๆ ทุกย่างก้าวหนักอึ้งราวกับมีบางอย่างกดทับอยู่ในอก เมื่อเข้ามาถึงห้อง เธอปิดประตูเบา ๆ แล้วพิงแผ่นหลังลงกับประตู ความอดทนที่พยายามรักษาเอาไว้ตั้งแต่ด้านล่างค่อย ๆ พังลง หยดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบ ๆ
“หนูต้องแต่งงานจริง ๆ เหรอคะแม่...”
เสียงสั่นเครือหลุดออกมา เธอเงยหน้ามองรูปถ่ายเก่า ๆ ของมารดาที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ถ้าแม่ยังอยู่...แม่จะบอกให้หนูทำยังไง”
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบที่โอบล้อมหญิงสาวเอาไว้ ปิ่นมุกยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆเธอรู้ว่าร้องไห้ไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน เพราะสุดท้าย...เธอก็ต้องทำตามคำสั่งอยู่ดี
หญิงสาวเดินไปนั่งลงบนขอบเตียง กอดเข่าตัวเองเอาไว้แน่น ภาพของชายหนุ่มที่เพิ่งพบกันวันนี้ผุดขึ้นมาในความคิด
กฤษติน...
เขาดูเย็นชาและเข้าถึงยาก ที่สำคัญ เขาเองก็ไม่ได้ต้องการเธอ ปิ่นมุกหลับตาลงช้า ๆ
“ถ้าคุณไม่ต้องการหนู...หนูจะต้องทำยังไงนะ”
คำถามนั้นไม่มีใครตอบ เธอจึงทำได้เพียงปลอบตัวเองว่า... บางทีการเป็นภรรยาที่ดี และไม่สร้างปัญหา อาจทำให้ชีวิตของเธอไม่ยากเกินไปนัก
ถึงแม้ลึก ๆ แล้วหัวใจของเธอจะหวาดกลัวกับอนาคตที่กำลังรออยู่ก็ตาม
