บทที่ 1.6
เกสรดอกไม้ที่หากรวมกับสมุนไพรแล้วก็อาจเกิดพิษ?! นางเหม่อลอยเอาแต่คิดถึงประโยคนั้นซ้ำๆ กระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่ากลับมาถึงเรือนของตัวเองแล้ว
เสี่ยวหมานเห็นนางเหม่อลอยก็เป็นกังวล “คุณหนูเจ้าคะท่านไม่สบายหรือ สีหน้าของท่านดูไม่ดีเลย”
นางได้แต่ยิ้ม... “ข้าไม่เป็นไร เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิดคืนนี้ข้าจะเข้านอนเร็วหน่อย”
ไม่เลยนางไม่ได้เข้านอน แต่นางเริ่มร่างเหตุการณ์เท่าที่ตัวเองจะจำได้ ทว่าหลังจากเขียนทุกอย่างออกมาเป็นตัวอักษร ไม่ว่านางจะซ่อนเอาไว้ที่ใดก็รู้สึกไม่สบายใจ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเห็นบันทึกนี้ของนาง ไม่ว่าใครนางก็บอกไม่ได้ หากพูดไปคงหนีไม่พ้นถูกมองว่าเสียสติ
เช้าวันถัดมาบิดาออกไปกับพี่ชายแล้ว ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ตามเสด็จไปล่าสัตว์ นางออกมาส่งบิดา มองแผ่นหลังของเฉินซวี่เสียนที่นางไม่เคยสังเกตมาก่อนว่ามันเย็นชาเพียงใด “เสี่ยวหมานข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าทำ สำคัญมากจะให้ผู้ใดล่วงรู้ไม่ได้นอกจากข้ากับเจ้า”
“คุณหนู...ท่านสั่งมาได้เลยเจ้าค่ะ”
“เจ้านำถุงเงินนี้ไป ไปยังสำนักมือปราบกู้หมิน ตามหามือปราบแซ่หวังนามสั้นๆ ว่าหลี่ มอบเงินนี้ให้เขา บอกเขาว่าอีกสองวันให้เขาไปพบข้าที่อารามไป๋ค่งนอกกำแพงเมือง หากเขาอยากมีงานที่ได้เงินดีทั้งไม่ผิดศีลธรรมก็ให้ทำตามนี้ หากเขาไม่ตกลงเงินนี้ก็มอบให้เขาเป็นของขวัญและเจ้าก็จากมาได้เลย”
“คุณหนู” เสี่ยวหมานมองนางด้วยสายตาสงสัยและตื่นกลัว แน่ละนางเพิ่งสิบสองขวบปีเรื่องเช่นนี้กลับทำอย่างมีลับลมคมใน
“สำคัญมากและห้ามถาม เพียงทำตามคำสั่งก็พอ” นางกำชับด้วยท่าทีจริงจัง “เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของข้า ห้ามไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ ยิ่งคนในจวนก็ห้าม เจ้าเข้าใจหรือไม่”
เห็นอีกฝ่ายหน้าซีดแต่ก็รีบรับคำอย่างจริงจัง หลังจากนั้นก็มองไปรอบๆ “คุณหนูวางใจ ข้าไม่มีทางบอกผู้ใดและจะทำตามที่ท่านสั่ง”
มองสาวใช้ออกไปแล้วหญิงสาวเดินเข้าไปเปิดหีบบนโต๊ะ ในนั้นมีทั้งเครื่องประดับ ตั๋วแลกเงิน เงินที่แลกมาพร้อมใช้ กับของมีค่าอีกหลายชิ้น รวมไปถึงของพระราชทาน
เฉินหมิงเหยาแม้อายุยังน้อยทว่านางเป็นถึงท่านหญิงจวนโหว ดังนั้นเงินแน่นอนว่าไม่ขาดมือ ของมีค่ามีมากมายจนหีบที่ใช้เก็บยังแทบไม่มีที่วาง หากเงินพร่องลงเสี่ยวหมานก็จะแจ้งผู้ดูแล จากนั้นเงินจะถูกเติมจนเต็มเสมอ
นางมองเงินในมือทั้งเงินที่แลกมาแล้วกับตั๋วเงิน ริมฝีปากเม้มกันแน่น “ยังไม่พอ...” คิ้วเรียวมุ่นลง มองไปยังเครื่องประดับที่มีหากสามารถขายได้นางก็จะซื้อบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งเอาไว้ลับๆ
เพียงแต่...หากทำเช่นนั้นย่อมต้องถูกสงสัย เครื่องประดับของท่านหญิงจวนโหวมีค่าควรเมือง หากนำออกไปขายย่อมถูกสืบสาวที่มา ในที่สุดก็จะถูกจับได้ นางไม่อยากให้ใครล่วงรู้ในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ...
เสี่ยวจูสาวใช้อีกคนของนางเดินเข้ามา “คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูฟางมาขอพบท่านเจ้าค่ะ”
“ฟางอวี้หรู??” นางเบิกตา “มาได้จังหวะยิ่ง!” นางมีถุงเงินเดินได้เป็นสหายนี่นา!
กล่าวถึงฟางอวี้หรู... อีกฝ่ายเป็นถึงคุณหนูจวนแม่ทัพฟาง มารดาของนางเป็นคนจากตระกูลสวีที่เป็นเจ้าของโรงแลกเงินอันดับหนึ่งของต้าเหลียง ฟางอวี้หรูคือถุงเงินเดินได้นั้นนางไม่ได้กล่าวเกินจริง เพราะตระกูลสวีไม่มีทายาทคนอื่น จนถึงบัดนี้มารดาของฟางอวี้หรูแม้เป็นฮูหยินแม่ทัพ ทว่าอีกฐานะก็ยังเป็นเจ้าของโรงแลกเงินที่มั่งคั่งที่สุดในเสียนหยางด้วย!!
“หมิงหมิงข้าขออนุญาตท่านป้าแล้ว พวกเราออกไปเดินเที่ยวในตลาดกัน!”
“หรูหรูข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน!” นางโผเข้ากอดสหาย ด้วยชาติที่แล้วอีกฝ่ายแต่งงานและย้ายออกไปอยู่ต่างเมือง
“อะไรกันเพิ่งเจอกันเมื่อสองวันก่อน”
เฉินหมิงเหยายิ้มกว้าง “วันนี้ข้าเลี้ยงเนื้อแกะตุ๋นของหอซูโหลว!”
“ตกลงตามนี้!” ฟางอวี้หรูเกี่ยวแขนนาง นางเองก็เดินเคียงข้างไปกับสหาย สายตาของผู้คนมองมาด้วยความหลากหลาย บ้างดูแคลน บ้างแอบซุบซิบ บ้างก็มองด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ