บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

ลมหายใจเฮือกสุดท้ายนางได้แต่...ปล่อยวาง

ทว่า...ความว่างเปล่าตรงหน้ากลับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะข้างหูของนางกลับได้ยินเสียง

แกรก...แกรก

เฉินหมิงเหยาขมวดคิ้วเพราะรำคาญเสียงนั้นเต็มทน นางจะหลับก็ยังไม่อาจหลับสนิท ดวงตาที่พยายามเปิดขึ้น...หนักอึ้ง ความเจ็บปวดที่หน้าอกเริ่มชัดเจนเรื่อยๆ กระทั่งชั่วสุดท้ายของสตินึกคิดที่กำลังหลุดลอย นางรำคาญเสียงราวกับคนกำลังกวาดพื้นนั่น ปากจึงหลุดตะโกนออกมา

“หนวกหูเสียจริง!!!”

แล้วหญิงสาวก็ลืมตาพรวด!!! มองเห็นม่านหน้าเตียงปักลายดอกอวี้หลิง...

“คุณหนู...ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เสี่ยวหมานเปิดประตูเข้ามา เฉินหมิงเหยากะพริบตามองอีกฝ่าย อยู่ๆ ขอบตาของนางก็ร้อนผ่าว

เสี่ยวหมาน...สาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกันกับนาง คนที่สละชีวิตช่วยให้นางหนีรอดจนกลับไปถึงจวนกั๋วกง ถึงอย่างนั้นเพราะนางโง่งมเกินไป คิดว่าอดีตสามีจะสงสารและยื่นมือช่วยเหลือ นางกลับถูกสังหารอย่างน่าสมเพชต่อหน้าพี่ชายและน้องสาว รวมไปถึงเสิ่นเสวียนโม่ผู้เป็นสามี!!

“เสี่ยวหมาน!!” นางลุกพรวดโผเข้าไปกอดเสี่ยวหมาน ตอนนั้นเองที่สาวใช้อีกสองคนเปิดประตูเข้ามา สายตาของเฉินหมิงเหยามองออกไปนอกห้อง กระทั่งเห็นต้นดอกท้อสามต้นที่ยังคงอยู่ดี

ต้นท้อสามต้นนี้มารดาของนางเป็นคนลงมือปลูกเอง เพราะในวันที่นางเกิดดอกท้อในจวนบานสะพรั่ง ดังนั้นในตอนที่นางย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนใหม่ มารดาจึงปลูกเอาไว้ในสวนเพื่ออวยพรให้นางโชคดี

หญิงสาวปล่อยเสี่ยวหมานจากนั้นก้าวออกมาด้านนอกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สาวใช้ทั้งสามคนวิ่งตามออกมา “คุณหนูด้านนอกลมแรงทั้งยังหนาวเหน็บระวังไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ ท่านสวมเสื้อคลุมก่อน”

นางเหม่อมองไปรอบๆ จากนั้นก้มลงมองมือของตัวเอง “นี่มันอะไรกัน ก็ข้า...ข้าถูก” ตอนก้มลงมองมือของตัวเองปอยผมก็ลู่ลงมา เส้นผมดำยาวสลวยทั้งยังทั้งหนาและยาวแทบจรดบั้นเอว

นางคว้าผมของตัวเองดึงมาข้างหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ หลังแต่งเข้าไปในจวนกั๋วกงเพราะต้องดูแลจวน ดูแลสามี ดูแลทุกๆ อย่าง สุขภาพของนางค่อยๆ ย่ำแย่ เส้นผมหลุดร่วงปริขาดจนบางและสั้นยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นนางจึงตัดสินใจม้วนมวยเอาไว้ตลอดเวลา

มาวันนี้เหตุใดนางจึง...

“คุณหนูกลับเข้าไปข้างในกันเถิดเจ้าค่ะ ท่านโหวกับฮูหยินคงรออยู่ที่ห้องโถงแล้ว”

“ท่านพ่อกับท่านแม่?!” นางเลิกคิ้วมองเสี่ยวหมาน กระทั่งถูกประคองเดินกลับเข้าไปในห้อง มองตัวเองที่อยู่ในคันฉ่อง

เฉินหมิงเหยาอ้าปากค้างตาเบิกกว้าง นาง...พบว่าตัวเองกลับมาในช่วงที่ยังไม่ปักปิ่นอีกครั้ง แถมตอนนี้มารดาของนางเองก็ยังอยู่ บิดาของนางเองก็ไม่ได้ถูกพี่ชายสังหาร!!!

“ท่านแม่!!!” นางวิ่งพรวดออกจากห้องหลังสาวใช้ช่วยกันแต่งตัวให้เสร็จแล้ว โผเข้าไปกอดมารดาพร้อมกับร่ำไห้ “ท่านแม่...” นางสะอื้นจนตัวสั่นกอดมารดาแน่นราวกับว่าเพิ่งฝันร้ายตื่นหนึ่ง

คนในจวนโหวแตกตื่นวุ่นวาย เฉินโหวถึงขั้นให้คนออกไปตามหมอ กระทั่งในวันนั้นไม่มีใครเข้าใจว่าแท้ที่จริงท่านหญิงของจวนโหวล้มป่วยเป็นอะไรกันแน่

ดึกมากแล้ว...

ในความมืดเฉินหมิงเหยานั่งครุ่นคิดคนเดียวเงียบๆ ครานี้นางมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน นางรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความฝันแน่นอน มันเกิดขึ้นและนางถูกสังหารจากนั้นนางก็กลับมาเป็นตัวเองในวัยสิบสองขวบปี

จำได้ว่า...ต้นดอกท้อในเรือนของนางถูกตัดก็เพราะมารดาล้มป่วย นางเป็นคนเต็มใจให้คนตัดต้นดอกท้อที่มารดารักมาก จำใจเพราะท่านหมอกล่าวว่าเกสรดอกท้อเป็นต้นเหตุให้มารดาล้มป่วย และมันจะเกิดขึ้นราวๆ หกเดือนหลังจากบิดาติดตามฮ่องเต้ไปร่วมการล่าสัตว์

คืนนั้นทั้งคืนนางกำลังคิดและลำดับเรื่องราวที่ตนพอจะจดจำได้ ทว่าไม่กล้าที่จะเขียนบันทึก ได้แต่กัดปากตัวเองด้วยความเคร่งเครียด กระทั่งไม่ได้นอนเลยจนฟ้าสาง...

มื้อเช้า...ทุกคนล้วนมารวมตัวกันที่เรือนสือหลิน ทั้งอนุ บุตรที่เกิดจากอนุ ล้วนต้องมากินมื้อเช้าพร้อมหน้าที่นี่ทั้งสิ้น แต่หลังจากนั้นมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นจะได้รับการยกเว้น เว้นเพียงบิดาของหญิงสาวจะสั่งให้รวมตัวกัน

นาง...ลอบมองพี่ชายและน้องสาว รวมไปถึงหลิวอี๋เหนียง ทุกคนล้วนมีท่าทีปกติ พูดคุย สนทนา รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ไม่มีท่าทีอึดอัด ไม่มีท่าทีโกรธขึ้ง ทุกอย่างไม่มีแม้แต่สัญญาณเตือน
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel