บทที่ 1.3
จวนโหวที่เป็นบ้านเดิมปิดประตูไม่ต้อนรับ ฮองเฮาที่เคยเป็นที่พึ่งพาถูกประหาร องค์ชายสี่ที่เคยถูกยกย่องว่าต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทถูกลอบปลงพระชนม์ บ้านเมืองวุ่นวาย การแก่งแย่งของราชสำนักปะทุขึ้น เสียนหยางที่เคยสงบสุขถูกสงครามการแย่งชิงบัลลังก์ขององค์ชายทำให้ไฟลุกฮือทุกหย่อมหญ้า และในที่สุดขณะที่นางสิ้นหวังหมายใจจะไปขอร้องผู้เป็นสามี ที่พึ่งในใจของนางหนึ่งเดียว หวังว่าเขาจะเมตตาสงสารเห็นแก่ที่นางทำเพื่อจวนโหวมาหลายปี อย่างน้อยให้นางได้มีชีวิตสงบสุขบั้นปลายนึกไม่ถึงว่า...
ในห้องหนังสือของเสิ่นเสวียนโม่ คนสามคนกำลังสนทนากันด้วยท่าทีเคร่งเครียด เสิ่นเสวียนโม่ เฉินซวี่เสียนและเฉินเล่อเยว่ แท้ที่จริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นแผนการของพวกเขาทั้งสิ้น!!!
การหมั้นหมาย การแต่งงาน อำนาจในมือที่คล้ายได้มาอย่างถูกต้องขาวสะอาด ถูกคำพูดของผู้เป็นพี่ชายทำลายสายสัมพันธ์ของสายเลือด ‘นับตั้งแต่ที่เขารับสตรีผู้นั้นเข้าจวน ทำลายศักดิ์ศรีของท่านแม่ ของข้า ข้าก็ไม่เห็นเขาเป็นบิดาของข้าอีก ข้าสังหารเขาได้ก็สังหารบุตรสาวที่เขาโปรดปรานได้เช่นกัน!!!’
นางเบิกตามองลอดช่องประตูด้วยความตกตะลึง บิดาของนางที่แท้ไม่ได้ล้มป่วย แต่ถูกบุตรชายที่เขาภูมิใจหนักหนาสังหาร!!!
เฉินหมิงเหยา...ก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ทว่าอยู่ๆ หน้าอกกลับเจ็บแปลบ ก้มลงมองก็พบว่ามีของมีคมแทงจากด้านหลังทะลุหน้าอกของนางเอง
เสียงประตูเปิดออก...
คนสามคนยืนก้มลงมองนางที่ทรุดตัวล้มลงบนพื้น สายตาของทั้งสามเย็นชาเสียดแทงจนนางเย็นเยียบไปทั้งกาย เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของผู้ติดตามเสิ่นเสวียนโม่
สตรีนางนี้เป็นเหมือนคนคุ้มกันของอีกฝ่าย ฝีมือดีมาก ท่าทางเย็นชา นางก็คือ...หงอวี๋
เฉินเล่อเยว่กล่าวเสียงเรียบ ‘ข้าก็บอกแล้วว่านางไม่มีที่ไป นางปักใจรักท่านพี่อย่างโง่งมถึงเพียงนี้ หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งได้เป็นถึงกั๋วกงฮูหยิน หารู้ไม่ว่านางก็แค่หมากตัวหนึ่งของพวกเราเท่านั้น เห็นหรือไม่...นางกลับมาหาพวกเราเองไม่ต้องเสียเวลาออกไปตามหานางให้เปลืองเวลา’ กล่าวจบก็นั่งลงมองนางด้วยรอยยิ้ม ‘พี่หญิง ท่านคิดจริงๆ หรือว่าท่านพี่มีใจให้ท่าน รู้หรือไม่ว่าที่ท่านไม่ตั้งครรภ์ไม่ใช่เพราะเข้าหอช้า แต่เป็นเพราะท่านพี่แอบให้คนใส่ยาระงับการตั้งครรภ์ให้ท่านต่างหาก ที่ท่านป่วยก็เพราะยาเหล่านั้นที่ท่านดื่มมานานปีกำลังกัดกินท่านช้าๆ อย่างไรเล่า’
แม้แต่ชั่วขณะที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเฉินหมิงเหยา นางก็รู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง นางโง่งมและไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ มองคนไม่ทะลุ ไม่รู้ว่าผู้ใดคือมิตร ผู้ใดคือศัตรู
มองไปยังผู้เป็นสามี...นางเคยรู้สึกว่าเสิ่นเสวียนโม่เคยมีใจให้นาง แม้เขาไม่ใช่คนอ่อนโยนแต่ก็ปฏิบัติกับนางด้วยดีเสมอมา
นางเคยรู้สึกว่าเฉินเล่อเยว่เป็นคนหัวอ่อนว่าง่าย แม้ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก แต่อย่างน้อยพวกนางก็ไม่เคยมีใครทำร้ายอีกฝ่าย
นางเคยรู้สึกว่าเฉินซวี่เสียนเหมาะที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์ เขาเองก็ดีต่อนางเสมอมา แม้เห็นชัดว่าระหว่างนางกับเขายังคงมีช่องว่างที่เกิดจากเรื่องในอดีตของบุพการี แต่นางก็คิดเสมอว่าสุดท้ายแล้วทั้งสามก็เป็นพี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกัน
...เห็นชัดว่านางไร้เดียงสาจนเกินไป โง่งมจนเกินไป นางต้องมาตายเช่นนี้ บิดาเองก็ต้องมาตายเช่นนี้ ต้าเหลียงเองก็วุ่นวายเพราะการแก่งแย่ง
บัลลังก์ที่กำลังถูกเปลี่ยนผ่าน เพราะคานอำนาจที่กำลังรวมตัวกันเพื่อส่งองค์ชายอีกคนขึ้นเป็นฮ่องเต้ แผนการที่ถูกวางเอไว้ตั้งแต่ต้นนับตั้งแต่การหมั้นหมาย
หรือบางทีมันอาจเริ่มต้นนับตั้งแต่สมรสพระราชทานระหว่างบิดาและมารดาของนาง กระทั่งสั่งสมความแค้น ความเกลียดชังให้พี่ชายและน้องสาวของนาง เป็นเหตุให้นางถูกพี่ชายและน้องสาวของตัวเองสังหาร!!!
นาง...ค่อยๆ หลับตาลงยอมรับในชะตากรรม ยอมรับว่าตัวนางเองไร้เดียงสาเกินไป โง่งมไม่รู้เท่าทัน ไม่รู้จักสังเกตในท่าทีของผู้อื่นที่มีต่อตัวเอง ไม่รู้จักมองคน หรือแม้กระทั่งไม่โกรธแค้น
‘ในเมื่อสวรรค์เลือกให้ข้าตายเช่นนี้ แล้วข้ายังจะทำอะไรได้เล่า’
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายนางได้แต่...ปล่อยวาง