ตอนที่ 1: เดดไลน์ในโลกที่ไร้เสียง -3
นนท์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เธอไม่มีความน่ากลัวแบบผีในหนังที่เขาเคยดู ไม่มีเสียงโหยหวน มีแต่ความเกรี้ยวกราดแบบมนุษย์ทำงานที่โดนสั่งแก้งานในวันหยุด ความกลัวในใจเขาค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความสับสนและ 'ความซวย' ที่เขารู้สึกได้ลาง ๆ ว่าชีวิตสงบ ๆ ของเขาพังพินาศแน่
“ทำไมต้องเป็นผม?” เขาถามพลางยกมือกุมขมับ
“เพราะคุณมองเห็นฉันไงไอ้หน้าหล่อ! ถามแปลก ๆ” พิมพ์ขวัญตอบทันควัน “ดูสิ คนอื่นเดินผ่านฉันไปเหมือนอากาศ มีแต่คุณที่ทำตาโตเท่าไข่ห่านใส่ฉัน”
นนท์พยายามตั้งสติ ในฐานะนักข่าว เขาเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ ถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นคนเดียวกับเหยื่อในอุบัติเหตุที่เขาตามอยู่ การช่วยเธออาจจะหมายถึงการได้ข้อมูลอินไซด์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน แต่การต้องพก 'วิญญาณสาวขี้โวยวาย' ไปไหนมาไหนด้วยมันคือนรกชัด ๆ
“ผมมีงานต้องทำ ผมต้องไปเก็บหลักฐานในที่ที่เกิดอุบัติเหตุ” นนท์พูดพลางพยายามจะเดินเลี่ยง
“ที่เกิดอุบัติเหตุนั่นน่ะเหรอ? ฉันคือนักแสดงนำในฉากนั้นเลยนะคุณ! ถ้าคุณช่วยฉันส่งงาน ฉันจะเล่าทุกอย่างที่เห็นก่อนรถจะชนให้ฟัง... รวมไปถึงป้ายทะเบียนรถคันที่ปาดหน้าฉันด้วย!” พิมพ์ขวัญยื่นข้อเสนอที่เขาปฏิเสธไม่ได้
นนท์หยุดกึ้ง เขาหันมามองเธอ “คุณจำได้เหรอ?”
“จำได้แม่นยิ่งกว่าสเปกคอมพิวเตอร์อีก” เธอโกหกคำโต (จริง ๆ เธอจำได้ราง ๆ แต่สัญชาตญาณนักโฆษณาบอกว่าต้องขายของไว้ก่อน)
นนท์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นี่คือการตัดสินใจที่บ้าที่สุดในชีวิตเขา ระหว่างการทิ้งวิญญาณตนนี้ไว้แล้วไปทำหน้าที่นักข่าวตามปกติ หรือการยอมรับ 'เงื่อนไข' ของสิ่งลี้ลับเพื่อแลกกับความจริงที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเขาได้
“ตกลง... ผมจะช่วยคุณส่งงาน” นนท์พูดในที่สุด “แต่มีข้อแม้ ข้อแรก อย่ามาเกาะไหล่ผม ข้อสอง อย่ามาสั่งผมเหมือนผมเป็นลูกน้องคุณ และข้อสาม... ถ้าผมทำงานเสร็จ คุณต้องไป”
“ดีล!” พิมพ์ขวัญยื่นมือมาหมายจะเช็กแฮนด์ แต่มือเธอก็ทะลุผ่านมือของเขาไปอีกครั้ง ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน
“แล้ว... งานคุณอยู่ที่ไหน?” นนท์ถาม
“อยู่ที่ร้านกาแฟข้างโรงพยาบาล... เครื่องคอมฯ ของไอ้แว่นหน้าจืดโต๊ะริมหน้าต่าง ฉันต้องไปที่นั่น!”
“แต่คุณไปไม่ได้ไม่ใช่เหรอ? คุณติดอยู่ที่นี่” นนท์เตือนสติเธอเมื่อเห็นพฤติกรรมกระวนกระวาย
พิมพ์ขวัญชะงักไป เธอเผลอมองกลับไปที่ห้อง ICU ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีกับความเอาแต่ใจ เธอรู้ว่ารัศมีของเธอจำกัด แต่เธอก็ไม่อยากปล่อยให้โอกาสเดียวหลุดลอยไป
“ถ้าคุณเดินไป... แล้วฉันพยายาม 'เกาะ' หลังคุณไปล่ะ? มันอาจจะขยายรัศมีได้นะ” เธอเสนอไอเดียแบบมั่วซั่ว
“ผมไม่ให้คุณเกาะหลัง!” นนท์ค้านเสียงหลง
“งั้นก็เดินนำไปสิ! อย่าช้า!”
การเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่าง 'นักข่าวขี้รำคาญ' กับ 'วิญญาณสาวสายรุก' เริ่มต้นขึ้นในวินาทีนั้น นนท์ก้าวออกจากโถงบันไดหนีไฟโดยมีพิมพ์ขวัญเดินเคียงข้างไปอย่างติดหนึบ เขาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจ 'ช่วยส่งอีเมล' ในครั้งนี้ จะนำพาเขาไปสู่ความลับที่ดำมืดกว่าอุบัติเหตุทางถนน และความผูกพันที่ก้าวข้ามเส้นกั้นระหว่างความเป็นและความตายอย่างที่เขาไม่เคยจินตนาการถึง
ระหว่างทางเดินไปยังทางออก พิมพ์ขวัญที่ดูเหมือนจะกังวลเรื่องงานตลอดเวลา กลับหยุดนิ่งอยู่หน้าบอร์ดประกาศข่าวของโรงพยาบาล เธอเห็นภาพตัวเองในข่าวทีวีที่ติดตั้งอยู่บนเพดาน
'ครีเอทีฟสาวอนาคตไกลประสบอุบัติเหตุสยอง คาดหลับในจากการทำงานหนัก' หัวข้อข่าวทำให้พิมพ์ขวัญหน้าชา
“หลับในบ้านพวกคุณดิ... ฉันตื่นเต็มตาตอนที่เห็นรถบรรทุกคันนั้นสวนมา...” เธอพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนจากโวยวายกลายเป็นความสั่นเครือเพียงชั่วครู่เดียว ก่อนที่เธอจะปรับโหมดกลับมาเป็นสาวมั่นทันที “ช่างมันเถอะ ข่าวพวกนี้ชอบใส่ไข่ ไปกันเถอะ!”
นนท์ลอบมองปฏิกิริยาของเธอ เขาเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกที่แข็งกระด้าง เขาเริ่มรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แค่ 'ขี้โวยวาย' แต่เธอคือคนที่พยายามจะปฏิเสธความสูญเสียของตัวเองด้วยการยึดเหนี่ยวสิ่งสุดท้ายที่เธอทำได้... นั่นคืองาน
“คุณโอเคไหม?” เขาถามเบา ๆ โดยไม่หันไปมอง
“อย่ามาทำเป็นห่วงหน่อยเลยน่า รีบไปก่อนที่ไอ้แว่นนั่นจะปิดคอมฯ หนีไป!” พิมพ์ขวัญสั่ง
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงประตูทางออกอัตโนมัติ พิมพ์ขวัญหยุดชะงัก เธอเริ่มรู้สึกถึง 'แรงดึง' ที่หน้าอก มันเหมือนมีหนังยางยืดขนาดใหญ่พยายามรั้งเธอไว้กับตึกโรงพยาบาล นนท์เดินพ้นประตูไปแล้ว เขาหันกลับมามองเห็นเธอที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“มาดิ... ก้าวมา” นนท์เรียก
พิมพ์ขวัญกัดฟันแน่น เธอตัดสินใจ 'พุ่ง' ตัวไปหานนท์ในจังหวะเดียวกับที่เขายื่นมือมาคว้าอากาศในตำแหน่งที่ไหล่เธอควรจะอยู่
เปรี้ยง!
ความรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าเข้าที่กลางใจ ทั้งคู่กระเด็นออกไปคนละทิศละทาง นนท์เซล้มลงพื้น ส่วนพิมพ์ขวัญกระเด็นไปพิงกระจกประตู ผู้คนรอบข้างมองนนท์ด้วยสายตาสงสัยว่าเขาล้มลงไปทำไม
แต่นนท์ไม่ได้สนใจสายตาคนอื่น เขามองเห็นพิมพ์ขวัญที่ยังอยู่ข้างนอกเขตโรงพยาบาลได้! แรงดึงดูดนั้นหายไปชั่วขณะเมื่อเขาสัมผัสเธอ
“เราทำได้...” พิมพ์ขวัญพูดเสียงหอบ “คุณคือ... ตั๋วผ่านทางของฉันจริงๆ ด้วย”
และนั่นคือบทเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อวิญญาณที่ควรจะนอนสงบนิ่ง กลับเลือกที่จะเดินเข้าสู่แสงแดดแผดเผาของกรุงเทพฯ เพื่อทำภารกิจสุดท้ายให้สำเร็จ โดยมีชายหนุ่มผู้โชคร้ายเป็นคนแบกรับชะตากรรมนี้ไปด้วยกัน
