บท
ตั้งค่า

ไม่เคยคิดว่านางเป็นฮูหยินมาตั้งแต่แรก

“แล้วเรื่องหมั้นหมายแม่นางสกุลลี่เข้าจวนล่ะเจ้าคะ”

“ข้าให้ไป๋เหวินส่งสินสอดไปที่จวนสกุลลี่แล้ว”

“ฮูหยินรู้เรื่องนี้หรือไม่”

“นางรู้แล้ว”

“ถึงอย่างไร นางก็เป็นถึงนายหญิงจวนเว่ยกั๋วกง ทำแบบนี้จะเอานางไปไว้ที่ใดหรือเจ้าคะ” เถียนเจียวหัวถาม ใช่ว่านางจะรู้สึกชอบพอสตรีแซ่เซียวเสียเมื่อใด แต่เรื่องแต่งสตรีอีกนางเข้ามาในจวนในฐานะฮูหยินเอก ทั้งที่มีฮูหยินอยู่ก่อนแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเหมาะสม ตัวนางถึงได้ทักท้วงขึ้นมาด้วยเกรงว่าอาจทำให้สกุลเว่ยเป็นที่ติฉินนินทาของผู้คน

“นางก็ยังอยู่ที่เรือนหลังนั้นตามเดิม ข้ากับนางยังไม่ได้เคารพแม้แต่ฟ้าดินกับป้ายชื่อของท่านพ่อและท่านแม่ แล้วนางจะถือว่าเป็นฮูหยินของข้าได้ยังไงกัน”

งานแต่งงานระหว่างเขากับเซียวหรงไม่ได้ทำพิธีครบทุกขั้นตอน ทันทีที่อุ้มนางผ่านเข้าประตูจวนเขาได้ให้สาวใช้พานางไปที่เรือนหลังนั้น กระทั่งใบวันเดือนปีเกิดก็ไม่ได้แลกเปลี่ยนกันตามขนบธรรมเนียม อีกทั้งเขาไม่เคยคิดว่านางเป็นฮูหยินมาตั้งแต่แรก เขาจะแต่งงานสองครั้งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ระหว่างสกุลเว่ยกับสกุลเซียวเกี่ยวพันกันเพียงแค่ผลประโยชน์ เขาจำใจต้องอ้าแขนรับนางเข้าจวนเพราะบิดาของนาง ไม่ได้คิดพิศวาสอันใดแม้แต่น้อย ที่ให้นางอาศัยอยู่ที่เรือนหลังนั้นคนเดียวก็ไว้หน้ามากแล้ว

“แต่ท่านจัดงานแต่งเอิกเกริกปานนั้น แล้วแม่นางลี่จะคิดยังไงล่ะเจ้าคะ”

“ข้าเพียงแค่ต้องไว้หน้าตระกูลเซียว ถ้าหากเหตุผลข้อนี้นางยังไม่เข้าใจ นางคงไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นนายหญิงของที่นี่” ตอบเสียงเรียบ

สตรีวัยชราขมวดคิ้วเข้าหากัน หลังจากได้ยินคำพูดขัดแย้งของคนตรงหน้า เขาพูดเสียกับว่าตัวเองไม่มีทางเลือกจึงต้องแต่งแม่นางลี่เข้าจวน ต่างกับการกระทำที่ตัวชายหนุ่มเป็นคนส่งแม่สื่อไปสู่ขอบุตรสาวของลี่ตงหยุนตัดหน้าคุณชายบ้านอื่น เพราะใต้เท้าลี่ต่างเลือกแล้วเลือกอีกจนลูกสาวไม่ได้ออกเรือนสักที

“ท่านต้องจับตาสตรีแซ่เซียวไว้ให้ดี อย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับนาง”

เขาพูดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงหรือมีเยื่อใยแก่นาง เพียงแต่หากเซียวหรงตายระหว่างที่เขาไม่อยู่ อาจถูกครหาได้ว่าเว่ยกั๋วกงอย่างเขาบีบบังคับให้ฮูหยินของตัวเองต้องตายเพื่อแต่งสตรีอีกคนเข้าจวนมา

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเจ้าค่ะ ข้จะให้คนดูนางเอาไว้ใม่ขลาดสายตาแม้แต่น้อย”

“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าหากนางแอบหนีไปหรือว่าตาย ต่อให้เป็นแม่นมข้าก็จะไม่ละเว้น”

เถียนเจียวหัวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ยามมองไปยังใบหน้าของเว่ยกั่วกงที่บัดนี้ไม่ได้มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย

ตอนที่ท่านชายยังแบเบาะนางมีหน้าที่ให้นมและดูแล พอเขาโตขึ้นหน่อยหน้าที่แม่นมของนางไม่ได้มีความจำเป็นอีกต่อไป ทำให้ตัวนางต้องออกจากจวนเว่ยกั๋วกงไป

กลับมาอีกทีก็เมื่อสามปีก่อนที่อดีตฮูหยินเว่ยกั๋วกงป่วยหนัก นางถึงได้กลับมาดูแลอดีตนายหญิง แต่แล้วเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นมารดาของท่านกั๋วกงก็จากไป

ตัวนางที่ไร้ที่ไปจึงได้อยู่ที่นี่ในฐานะแม่นม โชคดีที่เด็กน้อยที่ตนเคยดูแลยังเห็นแก่เรื่องในอดีตที่เคยชุบเลี้ยงมา ตนจึงไม่ต้องทำงานเหมือนสาวใช้คนอื่น

หลังจากท่านกั๋วกงออกเดินทางไปยังต่างเมือง ทำให้แม่นมเถียนกลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในจวน เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับจวนเว่ยกั่วกงล้วนต้องมารายงานนางก่อน ยิ่งวันเวลาผ่านไปนานเข้าหญิงชรายิ่งเชิดหน้าชูคอประหนึ่งว่าเป็นนายหญิงของจวน จนบางครั้งเผลอลืมไปว่าตัวเองเป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่ง

“แม่นม”

“มีอะไร”

“เมื่อตอนกลางวันข้ากับสาวใช้อีกคนยกสำรับอาหารไปให้ฮูหยินที่เรือน แต่ดูเหมือนว่าฮูหยินจะไม่แตะต้องแม้แต่อาหารเช้า”

“หึ มารยาพวกนี้นางจะเสแสร้งให้ใครดูกัน” ว่าแล้วยกชาขึ้นจิบด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน

“จะทำเช่นไรดีเจ้าคะ หากเป็นแบบนี้ต่อไปข้ากลัวว่านางจะเป็นอะไรไป”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel