ลงมือหนักข้อขึ้น
“เจ้าจะกังวลไปทำไมกัน หากนางไม่อยากกินนักก็ไม่ต้องเอาอาหารไปให้นางให้สิ้นเปลือง ข้าอยากรู้นักว่านางจะทนเสแสร้งได้กี่วัน”
“แต่ว่า” หญิงสาวพยายามทัดทาน ทว่าพอเห็นแม่นมเถียนตวัดสายตาไม่พอใจมองมาจึงทำได้เพียงก้มหน้าเก็บคำพูดกลืนลงคอ
ตอนนี้จวนเว่ยกั๋วกงเถียนเจียวหัวกุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ หากทำให้นางไม่พอใจรังแต่จะหาเรื่องใส่ตัว
“อย่าให้ข้ารู้ว่ามีคนนำอาหารไปให้นาง ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” พูดดักคอสาวใช้ที่ยืนเรียงกันต่อหน้าตัวเองด้วยความถือดี
เริ่มแรกที่ท่านกั๋วกงไม่อยู่บ่าวในจวนล้วนไม่เชื่อฟังคำสั่งของนาง เถียนเจียวหัวจึงสั่งโบยสาวใช้หลายคนเป็นว่าเล่น ไม่เว้นกระทั่งไม่ทำตามคำสั่งเพียงเล็กน้อย อย่างเช่นปักปิ่นดอกเหอฮัวที่ตัวนางรังเกียจ หากสาวใช้คนใดปักปิ่นนี้จะถูกสั่งลงโทษอย่างหนัก ทำให้บ่าวในจวนต่างไม่กล้าขัดคำสั่งของนางอีก
“ต้องให้นางเอ่ยปากขอร้องก่อน พวกเจ้าค่อยนำอาหารไปให้นาง เข้าใจรึไม่!”
สตรีวัยชราบอกเสียงดัง สตรีแซ่เซียวมาจากตระกูลสูงศักดิ์มักชอบเชิดหน้าชูคออยู่เหนือคนอื่นคงไม่เคยขอร้องผู้ใด เพียงแค่คิดว่านางจะต้องมาขอร้องสาวใช้ให้นำอาหารมาให้คงเป็นภาพที่น่ามองยิ่งนัก
ต้องให้สตรีผู้นั้นลิ้มรสความอดสู ยามต้องก้มหัวขอร้องเพื่อไม่ให้ตัวเองอดตาย
“เจ้าค่ะ”
ด้วยความไม่ชอบหน้าฮูหยินเป็นทุนเดิมทำให้เถียนเจียวหัวยิ่งลงมือกลั่นแกล้งหนักข้อขึ้น จากเดิมแค่ไม่ให้สาวใช้นำอาหารไปให้ หากไม่ได้ยินคำขอร้องจากหญิงสาว ซึ่งเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งวันสตรีผู้นั้นก็เอ่ยปากขอ ยิ่งทำให้แม่นมเถียนได้ใจ กระทั่งลามมาถึงเรื่องอาภรณ์
เดิมทีสาวใช้จะต้องนำชุดของนางรวมทั้งผ้าห่มไปซัก แต่จนแล้วจนรอดเซียวหรงต้องใส่ชุดเดิมซ้ำ ๆ เกินกว่าเจ็ดวันทำให้ชุดที่นางสวมอยู่เริ่มสกปรก ยามเอ่ยถามสาวใช้ถึงเรื่องนี้ พวกนางต่างทำเป็นไม่ได้ยินแล้วรีบกลับออกจากห้องไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กระทั่งเวลาผ่านไปเป็นเดือน สภาพของนางที่แต่เดิมซอมซ่ออยู่ก่อนแล้ว บัดนี้เริ่มส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์เหตุเพราะไม่ได้อาบน้ำมานาน มิหนำซ้ำยังต้องสวมอาภรณ์ชุดเดิมมาร่วมเดือนทำให้เนื้อตัวของนางเหม็นฉึ่ง แม้แต่สาวใช้ยังไม่อยากเข้าใกล้
จนวันหนึ่งมีสตรีแปลกหน้าเปิดประตูเรือนนอนของนางเข้ามา วันนั้นนางถึงได้รู้ว่าตัวเองไร้ค่าเพียงใด
เถียนเจียวหัวออกมารอรับแขกคนสำคัญด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นางได้ยินมาว่าแม่นางลี่ผู้นี้ค่อนข้างเป็นคนอ่อนโยนและอัธยาสัยดีไม่น้อยจึงคิดผูกมิตรกับหญิงสาวเอาไว้ หากวันข้างหน้านางแต่งเข้าจวนมาตนจะได้มีคนให้พึ่งพิง
“แม่นางลี่” หญิงชราเอ่ยทัก ยามเห็นร่างงามเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางมีสง่าราศีสมกับเป็นว่าที่นายหญิงจวนเว่ยกั๋วกง
“ท่านคือ”
“ข้าเป็นแม่นมของท่านกั๋วกงเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านกั๋วกงให้ข้าดูแลจวน”
“ที่แท้ท่านก็คือแม่นมเถียนนี่เอง อันที่จริงข้าพอได้ยินเรื่องของท่านอยู่บ้าง”
“เชิญข้างในเถิดเจ้าค่ะ” รีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน เพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าได้ยินอะไรมาบ้าง หากเป็นเรื่องไม่ดีเกรงว่าเรื่องพวกนี้อาจดังเข้าหูท่านกั๋วกงจนพาลทำให้ตนถูกลงโทษ
“วันนี้ต้องรบกวนท่านแล้ว”
ที่ลี่อวิ่นมาที่จวนเว่ยกั๋วกง เหตุเพราะอยากมาเห็นจวนของว่าที่สามี และถือโอกาสเดินเที่ยวชมจวนไปในคราวเดียวกัน
“วันนี้ข้าจะพาท่านเดินดูทุกอย่างภายในจวน เวลาที่ท่านแต่งเข้าจวนมาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาปรนนิบัติท่านกั๋วกงเพื่อตรวจดูเรือนแต่ละหลัง”
“แม่นมเถียนช่างคิดรอบคอบนัก”
หญิงชราเพียงยกยิ้มตอบ จากนั้นค่อย ๆ พาแม่นางลี่เดินเที่ยมชมจวน กระทั่งเดินมาถึงเรือนหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่เกือบท้ายจวน สภาพภายนอกของเรือนหลังนี้ช่างดูทรุดโทรมราวกับขาดการดูแลมานาน ทำให้ลี่อวิ่นหยุดยืนอยู่ที่หน้าเรือนหลังนี้เพื่อถามหาสาเหตุ
“ทำไมเรือนหลังนี้ถึงได้ดูทรุดโทรมนัก”
“อย่าได้ใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”
