บท
ตั้งค่า

ความหวังมอดไหม้กลายเป็นผุยผง

“สภาพของเจ้าในตอนนี้ มีหรือจะคู่ควรเป็นฮูหยินของข้า” ว่าพลางเหยียดมองไปยังคนที่นอนอยู่บนเตียง เขาไม่เคยเหยียบย่างมาที่นี่เลยสักครั้งนับตั้งแต่นางแต่งเข้าจวนมา ทว่าไม่รู้อะไรดลใจทำให้เขาต้องมาที่นี่

“ท่านคิดจะปล่อยข้าออกไปจากที่นี่เมื่อใด” ถามขึ้น ยามคิดว่าหากแม่นางลี่แต่งเข้าจวนมานางก็คงหมดประโยชน์ที่จะให้อยู่ที่นี่

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้กล้าถามเช่นนี้”

“…”

“ข้าซื้อเจ้ามาแล้ว เจ้าย่อมต้องอยู่ที่นี่ไปจนตาย”

นางมีความหวังเพียงน้อยนิด ยามคิดว่าเขาจะยกเลิกกักขังนางในอีกสักวันหนึ่ง ทว่าวันนี้ความหวังของนางได้มอดไหม้กลายเป็นผุยผง...

ใบหน้าคมคายปรายตามองสตรีที่เอาแต่นิ่งเงียบ ไม่ยอมโต้ตอบเหมือนอย่างเคยแล้วถอนหายใจออกมาราวกับรู้สึกเบื่อหน่าย นับตั้งแต่แต่งเซียวหรงเข้าจวนมาไม่มีวันไหนที่บ่าวรับใช้ไม่มารายงานว่านางทำสิ่งใดลงไปบ้าง ต่อให้นางจะทำลายข้าวของภายในเรือนจนพังยับเยินเขาไม่เคยตำหนิ เพียงแต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจเป็นการถือหางให้นาง

“ต่อให้เจ้าทำลายข้าวของหมดทั้งจวน ข้าก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าออกจากเรือน”

“…” ร่างบางหยุดสะอื้น แล้วจ้องหน้าเว่ยกั๋วกง นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแสนเย็นชาของสามี เพราะอยากรู้ว่าเขายังมีความคนอยู่หรือไม่ เหตุไฉนท่านกั๋วกงผู้สูงศักดิ์ถึงได้กลั่นแกล้งได้แม้แต่สตรีที่ไม่มีทางสู้อย่างนาง

“ข้าจะไม่อยู่ที่จวนหลายวัน เจ้าจงอยู่อย่างสงบเสงี่ยม อย่าได้ทำลายข้าวของอีก”

“…”

“แล้วอย่าคิดว่าอดอาหารประท้วงแล้วข้าจะใจดีมาเยี่ยมเจ้าเหมือนวันนี้ ต่อให้เจ้าตายเจ้าก็ยังเป็นผีของสกุลเว่ย”

เซียวหรงเอี้ยวตัวหันหลังล้มตัวลงนอนบนเตียงตามเดิมแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ฟังจากที่เขาพูดไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่านางทำอันใดลงไปบ้าง

ยิ่งได้ฟังคำพูดแสนโหดร้ายจากปากของเขา ยิ่งทำให้แน่ใจว่าอาหารที่นำมาให้นางล้วนไม่พ้นเป็นคำสั่งจากสามีตัวเอง

ยังไม่ต้องนึกถึงถ้อยคำย้ำเตือนเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่ในห้องหอคืนแรก เขายังคงย้ำอยู่เสมอว่าตัวนางเป็นเพียงนักโทษที่ต้องถูกคุมขังไปจนตาย

เมื่อเห็นท่าทางแสนหยาบกระด้างไร้ซึ่งกิริยาอันดีงามของอิสตรีอย่างที่ไม่เคยมีสตรีใดเคยทำแบบนี้กับตัวเอง เว่ยกั๋วกงทำได้เพียงเดินหันหลังออกจากเรือนนอนของนาง ก่อนจะให้คนลงกลอนไว้ตามเดิม ชาตินี้ทั้งชาติเขากับนางยังต้องพบหน้ากันจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง

พวกสาวใช้ที่รับหน้าที่ดูแลนายหญิงของจวนได้แต่มองตามหลังด้วยความโล่งอก เพราะฮูหยินไม่ได้พูดถึงเรื่องอาหารที่พวกตนนำมาให้ ใช่ว่าพวกนางอยากทำเช่นนี้เสียเมื่อไร

หากไม่ได้รับคำสั่งจากแม่นมเถียนมีหรือจะกล้าลงมือทำเรื่องพวกนี้

บ่าวรับใช้จวนเว่ยกั๋วกงย่อมรู้ดีที่สุด ว่านายท่านของพวกเขาอำมหิตเพียงใด

เดิมทีเว่ยฉีมักกินมื้อเย็นเพียงลำพัง ทว่าวันนี้มีแม่นมมาร่วมทานด้วยกัน ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แม้เถียนเจียวหัวจะมีฐานะเป็นแม่นมของเว่ยกั๋วกงผู้สูงศักดิ์ แต่ก็เป็นเพียงสาวใช้นางหนึ่ง หากจะให้มาร่วมโต๊ะกับเจ้านายคงไม่เหมาะสมเท่าใด อีกทั้งตัวเว่ยฉีไม่ได้สนิทสนมกับนางมากนัก หากให้หญิงชรามากินข้าวด้วยกันรังแต่จะทำให้รู้สึกอึดอัด

“ที่ท่านกั๋วกงเชิญข้ามากินมื้อเย็น คงไม่ใช่เพราะอยากพูดคุยกับคนแก่อย่างข้ากระมัง”

“สมกับที่ท่านอยู่ที่นี่มานาน ข้ามีเรื่องฝากฝังท่าน”

“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”

“ข้าต้องออกเดินทางไปต่างเมือง ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้กลับมาเมืองหลวงตอนไหน ระหว่างที่ข้าไม่อยู่หากได้ท่านมาช่วยดูแลจวนเว่ยกั๋วกงข้าถึงจะวางใจ”

“ในเมื่อท่านกั๋วกงถึงกับเอ่ยปากเอง มีหรือข้าจะปฎิเสธ เพียงแต่เรื่องภายในจวนยังมีพ่อบ้านไป๋ดูแลอีกทั้งคน หากให้ข้ารับหน้าที่นี้คิดว่าเขาคงไม่พอใจ”

“คราวนี้ไป๋เหวินต้องไปกับข้าด้วย ข้าถึงขอร้องท่านให้ช่วยดูแลจวน”

“งั้นระหว่างที่ท่านไม่อยู่ข้าจะรับหน้าที่นี้เอาไว้เอง”

“ขอบใจท่านมาก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel