อย่าได้เสียเวลา
“จะไม่ให้ข้าใส่ใจคงไม่ได้ อีกไม่นานข้าก็จะกลายเป็นนายหญิงของที่นี่แล้ว ทุกเรื่องภายในจวนข้าต้องดูแลไม่ให้บกพร่องแม้แต่น้อย หากสะเพร่ารังแต่ท่านกั๋วกงจะดูแคลนว่าข้าไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง”
“อันที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่เรือนหลังนี้นายท่านไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไป”
“ทำไมหรือ”
“อดีตฮูหยินถูกขังอยู่ด้านในเจ้าค่ะ สภาพของนางไม่น่ามอง ข้าว่าแม่นางอย่าได้สนใจเลย”
ครั้นได้ยินคำว่า ‘อดีตฮูหยิน’ ยิ่งพาลทำให้ลี่อวิ่นรู้สึกฉงน อดีตฮูหยินที่ว่าคงไม่พ้นสตรีที่มาจากตระกูลเซียว นางคงเป็นบุตรสาวของเซียวซูฉือที่ท่านพ่อเคยพูดให้ฟังบ่อย ๆ ว่าคอยขัดแข้งขัดขาเรื่องในราชสำนัก
“นาง...ตายไปแล้วมิใช่หรือ”
“ท่านไปฟังจากที่ใดมาหรือเจ้าคะ” เอ่ยพลางแค่นขำราวกับได้ยินเรื่องตลก
“ทุกคนต่างบอกว่านางตายไปแล้ว มิเช่นนั้นมีหรือที่ท่านกั่วกงจะแต่งงานใหม่”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว ตั้งแต่ที่นางแต่งเข้าจวนมา ท่านกั๋วกงได้ส่งนางมาที่เรือนหลังนี้ นางถูกกักขังให้อยู่แต่ในเรือนมาตั้งแต่วันนั้น”
“เหตุใดท่านกั๋วกงถึงได้ทำเช่นนี้”
“จะมีเหตุผลอะไรได้ล่ะเจ้าคะ ที่นางได้ตบแต่งเข้าจวนก็เพราะบิดาของนางบีบบังคับท่านกั๋วกง”
“เซียวซูฉือผู้นั้นคงละโมบไม่ใช่น้อย”
ลี่อวิ่นพูดขึ้น ยามคิดว่าที่เซียวหรงคงถูกบิดายกให้เว่ยกั๋วกงเพราะหวังในอำนาจและตำแหน่งขุนนางของตัวเอง
ใช่ว่านางจะไม่เคยได้ยินว่าเขาถูกลดตำแหน่งขุนนางลงเพราะรับสินบน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจคนจากตระกูลเซียวที่ไม่รู้จักเจียมตัว
ด้วยความอยากเห็นใบหน้าของคนที่ถูกขังอยู่ด้านใน ทำให้ลี่อวิ่นพยายามขอให้แม่นมเถียนไขกุญแจเข้าไป
“ไหน ๆ ข้าก็มาถึงที่นี่แล้ว ข้าอยากพบนางสักครั้งได้หรือไม่”
เถียนเจียวหัวเริ่มเหงื่อแตกพลั่กทั้งที่อากาศหนาว แม้นางจะมีอำนาจในการดูแลจวน ทว่าไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในเรือนหลังนี้ ก่อนที่ท่านกั๋วกงจะออกเดินทางเขาย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ใครผู้ใดเข้าไปด้านใน นอกจากสาวใช้สองคนที่มีหน้าที่ดูแลฮูหยิน
“ว่ายังไง ข้าเข้าไปข้างในได้รึไม่”
“แม่นางลี่อย่าได้เสียเวลากับสตรีผู้นั้นเลยเจ้าค่ะ อีกอย่างท่านกั๋วกงสั่งเอาไว้ว่าไม่ให้ใครเข้าไป”
“แต่อีกไม่นานอำนาจดูแลจวนต้องเป็นของข้า เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะขัดความต้องการของข้า”
คราวนี้ไม่เพียงตวัดสายตามองไปยังสตรีวัยชราด้วยแววตาคุกกรุ่น นางยังพูดแกมขู่ หากแม่นมเถียนฉลาดมากพอคงจะรู้ดีว่าถ้านางแต่งเข้าจวนกั๋วกงเมื่อใด คนที่ต้องตกที่นั่งลำบากคงไม่พ้นตัวเอง
“เจ้าไปไขกุญแจ” ท้ายที่สุดจึงหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าเรือน
“เอ่อ แต่นายท่านสั่งเอาไว้” สาวใช้อีกคนพยายามทัดทาน ทว่าดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ เพราะเถียนเจียวหัวถือวิสาสะเดินเข้าไปแย่งกุญแจดอกนั้นจากสาวใช้แล้วเปิดประตูออก
ร่างบางยกยิ้มพอใจ ยามเห็นว่าหญิงวัยชรายอมทำตามคำพูดของตัวเองโดยไม่อิดออด ก่อนก้าวเท้าไปข้างหน้าจนหยุดอยู่หน้าประตู
“ทำไมถึง” เอ่ยพร้อมกับหญิงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ หลังได้กลิ่นเน่าเหม็นโชยเข้าจมูก
“จะเข้าไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ” ไม่วายถามย้ำ สตรีแซ่เซียวไม่ได้อาบน้ำมานาน มิหนำซ้ำยังสวมชุดเดิมมาร่วมเดือนแล้ว กลิ่นคงไม่น่าพิศวงเท่าใดนัก
“ข้าจะเข้าไป พวกเจ้าไม่ต้องตามมา”
เซียวหรงเอานอนซมอยู่บนเตียง ขณะร่างกายของนางผอมกระร่องไม่ต่างจากหนู เหตุเพราะอาหารที่ตนได้กินมีเพียงเศษผักกับข้าวที่ใกล้บูด
“สภาพเจ้าในตอนนี้ไม่ได้ต่างจากขอทานสักนิด” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ทำให้คนที่เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในผ้าห่มผงกหัวขึ้นมาดู
“เจ้าเป็นใครกัน” น้ำเสียงแหบแห้งถามขึ้น
