Chapter 3 : "เสียงหัวใจ"
"เช่นกัน โคตรซวยที่มานั่งใก้ลนาย" ใบชาตอบกลับไปทันทีก่อนที่จะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ซองอึนนั่งลงประจำที่ของตนเอง เรียนชั่วโมงแล้วชั่วโมงเหล่าท ก็ไม่พูดไม่จาตลอดทั้งคาบ ทำให้คนที่นั่งข้างๆ แทบอึดอัดใจ
"นี่นาย เอาไอนั่นมาด้วยหรือเปล่า" เขาถามขึ้นด้วยสงสัย เพราะได้ยินเสียงตะกุกตะกักภายในกระเป๋า ในขณะที่อีกคนนั่งกำลังอ่านหนังสือ
"..." ไร้เสียงตอบรับ เหมือนว่าเขาเป็นเพียงอากาศที่มองเห็นเท่านั้น
"เชอะ! ไม่ตอบก็อย่าตอบ ใบชาไปกินข้าวเที่ยงกัน" เขาเดินไปยังเพื่อนสาวที่นั่งตั้งกลุ่มคุยโม้กับเพื่อนคนอื่นๆ แต่ทว่าใบชารีบลุกเดินมาอย่างไว แต่แววตากับมองไปยังซองอึน
"อืม ดีเป็นไปอีกคน หมอนี่มีดีอะไรกัน เหมือนผีเดินได้มากกว่า" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"ซองอึนจ๋า" เธอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่หวานนุ่มละมุนกว่าทุกครั้ง ได้ผล! ชายหนุ่มเงยหน้าจากหนังสือมองเธอด้วยสายตาที่เฉยชา
"ไม่หิว อย่ารบกวนเวลาอ่านของฉันอีก"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะดังสนั่นด้วยความถูกใจยิ่งนัก สายตาคู่จับจองมายังเขา ชายหนุ่มจึงทำได้แต่กลั้นขำ เมื่อหันมองหน้าเพื่อนสาว
"ไปกินข้าวคนเดียวเลย เชอะ!"
"งอนเหรอ ขอโทษเจ้า ดะเดี๋ยวซิ!" เพื่อนสาวงอนเขาแล้วรีบเดินจากไปพร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ
"เพราะนายเลย!" เขาดึงหนังสือของอีกคนมาเก็บไว้ในกระเป๋าตัวเอง
"นายจะทำอะไร เอาคืนมาเดี๋ยวนี้" อีกคนลุกขึ้นยืนพร้อมยื่นมือออกมาเพื่อขอหนังสือคืน
"อยากได้คืน นายก็ต้องไปกินข้าวกับฉันก่อน" เขาลุกพรวดแล้วจ้องใบหน้าของอีกคน ด้วยแววตาที่ชิงชังยิ่งนัก"ทำไม ต้องไปด้วยกระเพาะของนาย ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย" เขาโต้แย้งกลับไป ทั้งคู่สบตากันด้วยความรู้สึกที่ไม่มีใครยอมแพ้ หรือไม่! ใครสักคนต้องยอมแพ้
"ได้ หนังสือนี่นายคงไม่ต้องการ อืม...นั้นฉันเอาไปทิ้งดีกว่า" เขาพูดขึ้นเพราะมั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้ต้องมีความสำคัญมากสำหรับเขา
"ยายฉันทำข้าวกล่องมาให้แล้ว" เขาพูดพร้อมยื่นข้าวกล่องขนาดใหญ่ กลิ่นอาหารด้านในหอมแตะจมูกทั้งที่ยังไม่ได้เปิดมันออก อาหารในนั้นดูน่ากินมาก มีทั้งพัดผัก ขนมหวาน ผลไม้ ทำเอาอีกคนแทบกลืนน้ำลายตัวเอง
"นั่งซิ" เขาพูดขึ้นในขณะที่นั่งลงเพื่อจะกิน
" ทำไมต้องนั่ง" เขาถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบ
"กินข้าวกัน ไหนบอกว่าอยากจะกินข้าวด้วยกันไง" เขาถามย้ำอีกที
"กินซิ! เพราะนายบังคับหรอกนะ ฉันถึงกิน" เขาพูดขึ้นอย่างลืมตัวก่อนจะรีบนั่งลง นี่เป็นวันแรกที่พวกเขาเจอกันและเป็นครั้งแรกที่ซองอึนทานอาหารเที่ยงรวมกับคนอื่น เขามองท้องฟ้าที่ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมไปว่าเขากำลังนั่งอยู่ตรงนี้ ปรากฏรอยยิ้มจางๆจนแทบมองไม่เห็น
"ชอนอา"ซองอึนพูดขึ้น
"ฮะ! อะไรนะ " อีกคนที่ข้าวเต็มท้องแก้มทั้งสองข้างหยุดทานทันที ก่อนหันมองอีกคนที่นั่งข้างกัน พลันปลายจมูกของทั้งสองก็ชนกัน ด้วยบังเอิญ ทั้งคู่สบตากันเหมือนโดนมนต์สะกด แววตาที่เย็นชาเริ่มเป็นประกายจนทำให้หัวใจเต้นเร็วอย่างไม่จังหวะ
~ตุ๊บ ตุ๊บๆๆๆๆ ~
เสียงหัวใจที่ดังขึ้นอย่างไม่เป็นจังหวะนั้นทำให้สองแก้มแดงเห่อร้อน
" ซองอึน นายป่วยเหลือ แก้มนายแดงมาก"เขาเอามือทาบลงบนใบหน้าของซองอึน
"ไม่ต้อง!" เขาเบือนหน้าหนี แสร้งหลบตาหนีอย่างเขินอาย ตัวเองเขาเองก็ไม่เข้าใจความรู้ที่เกิดขึ้น รู้แต่ว่า ยิ่งใกล้เขายิ่งอันตราย
"อะไรของนาย แปลกพิลึก"
"ชอนอา แปลว่า ท้องฟ้าใช่ไหม" เขาพูดขึ้น ก่อนหันมามองอีกคน
"อืม!" เขาถามย้ำ
"ต่อไปนี้นายจะเรียกฉันว่า ชอนอาก็ได้นะ"
เขาพูดขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกายแต่แววตาของอีกคนเหมือนมีอะไรที่ซ่อนเก็บไว้ในใจมากมาย โดยเฉพาะความเศร้าที่เขาทำให้ท้องฟ้ารู้สึกว่า ตัวเองอยากรู้จักเขาให้มากกว่านี้ ทำไมเขาถึงย้ายมาอยู่และเรียนที่นี่ พ่อแม่เขาอยู่ที่ไหนกัน ถึงปล่อยให้เขาโดดเดี๋ยวถึงเพียงนี้ มันเกิดคำถามมากมายในสมอง ที่เขาอยากจะถามออกไป เมื่อเราสนิทกันมากกว่านี้
"อืม" เขาตอบเพียงสั่นๆ
"โอเค! เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ" ท้องฟ้าถามย้ำอีกครั้ง ด้วยสายตาที่จริงจัง
"นายกินข้าวเที่ยงฉันจนอิ่ม ยังจะกล้าถามแบบนี้อีก" เขายกกล่องข้าวที่เหลือแต่ความว่างเปล่าขึ้นให้อีกคนดู
"แฮ่รๆๆ ก็มันอร่อยนะ กินเพลินเลย" เขาพูดแก้เขิน
"อืม เข้าใจแล้ว คงเพลินไปหน่อย" ซองอึนย้ำอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มตรงมุมปาก นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อน
"เอ้านี่ หนังสือ ~สร้างศิลปะโดยใช้ใจ~"เขายื่นหนังสือเล่มโปรดคืนไป แต่ก็ไม่วายแอบอ่านชื่อเรื่อง
"เกี่ยวกับการวาดภาพซินะ"
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปมองเจ้าตัวที่นอนก้มหน้าลงบนโต๊ะอย่างสบายใจ เมื่อมองไปรอบๆ ห้องเรียนพบว่าในห้องมีแค่พวกเขาสองคน
บางครั้งเราไม่อาจรับรู้ความรู้สึกของอีกคนได้ หากเขาไม่เปิดใจให้ใครสักคนเข้าไปทำความรู้จัก หากว่ามีโอกาสที่จะทำให้อีกคนหันมาเปิดเผยความลับ หรือทุกอย่างที่เก็บมันไว้ให้รับรู้บ้างไหม หากวันนั้นมาถึง เขาจะช่วยอีกคนได้หรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับการจับมือกันไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งให้อีกคนต้องโดดเดี๋ยวอีกต่อไป
"นายเป็นใครกันแน่" มันเป็นคำถามที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ที่เขาไม่กล้าถาม
"มีอะไร อยากรู้อะไร" เขาถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อเห็นอีกคนมองหน้าเขาอย่างครุ่นคิด
"ปะ ปะ เปล่า" ~มันรู้ได้ไงหว่า~มันก็แค่ความคิดนะโว้ย
"หรือนายหลงเสน่ห์ฉันอีกคน"
"..." หมดคำที่จะพูด เขาไปเอาความมโนมาจากไหนกันนะ
