วาดใจฉันด้วยฝันของนาย

35.0K · ยังไม่จบ
ภูผานภาลัย
27
บท
19
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จุดเริ่มต้นเกิดจากวันเรียนช่วงชั้นมัธยมผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยจนวันที่เขาจากลาไปทิ้งให้อีกคนจมอยู่กับอดีต เมื่อหวนคืนมาเจอกันอีกครั้งกลับใช้วิธีลักพาตัว นี่หรือสิ่งตอบแทนความรักที่เขามี คนรักในวันวายได้ตายจากไปนานแล้ว ส่วนเขาผู้นี้คือมาเฟียในคราบท่านประธานที่แสนจะไร้หัวจิตหัวใจ

นิยายรักโรแมนติกนิยายYaoiประธานผู้ชายอบอุ่นเด็กเรียนวัยรุ่นผู้สืบทอดมาเฟียพระเอกเก่งโรแมนติก

Chapter 1: "บ้านท้ายซอยนู้น!"

~ท้องฟ้า~

เปิดโลกเช้าวันใหม่ด้วยรอยยิ้มของชายหนุ่ม  ช่วงปิดเทอมที่แสนจะเบื่อหน่ายกำลังจะผ่านพ้นไป ชายหนุ่มในชุดนักเรียนสีขาว กางเกงยาวสีดำที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมสัมภาระลงในกระเป๋าสะพายสีเหลืองอร่าม

"ท้องฟ้า เสร็จหรือยังลูก เปิดเทอมวันแรกเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก!" เสียงผู้หญิงวัยสี่สิบต้นๆ ตะโกนร้องเรียกชายหนุ่ม ทั้งที่เธอกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดข้าวของขึ้นชั้นวาง

"ไม่สายหรอกแม่ ตั้งแต่เรียนมาเคยเห็นฟ้าไปเรียนสายเหรอ"

ผมที่ยุ่งอยู่กับการแต่งตัว แววตาจ้องมองตัวเองผ่านกระจก ฉีกยิ้มที่เห็นเขี้ยวเล็กๆอย่างมั่นใจ ก่อนเดินลงมาชั้นล่างของบ้าน  ที่เปิดเป็นร้านขายของชำมานานนับสิบปีของที่ขาย ก็หนีไม้พ้นพวกขนมขบเคี้ยว ของใช้ส่วนตัว อาหารสำเร็จรูป แม่บอกผมว่าความฝันของพ่อคือการเปิดร้านเป็นของตัวเอง และแม่เองก็ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านให้เหนื่อย พ่อผมทำงานอยู่ต่างประเทศ เราแทบไม่ได้เจอกันเลย แม่บอกว่าพ่อยุ่งมาก เพราะเป็นแค่แรงงานอุตสาหกรรม พ่อตัดสินใจไปทำงานที่นั่นส่วนหนึ่งก็เพราะแม่ ก็เพื่อหาเงินให้มากพอที่ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้แม่ได้ ถึงแม้ว่าพ่อจะอยู่ไกล แต่ผมก็มีความสุข เหมือนว่าพ่ออยู่ใกล้เรา

"เอาของพวกนี้ไปด้วย!" ผมมองผู้เป็นแม่ที่ส่งยิ้มให้ผม อย่างมีเลคนัย ก่อนยื่นถุงใส่ข้าวของเต็มไปหมด

"อะไร! ให้ผมเอาไปแจกเพื่อนเหรอไง ใจปล้ำนะเนี่ย"เขาหยอกล้อผู้เป็นแม่

"ใช่ที่ไหน! เอาไปส่งลูกค้าให้หน่อย" เธอพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"นะ แม่ขอช่วยหน่อยนะ เห็นไหมงานยังอีกเยอะ" เธอผุดยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ

"ที่ไหน ไหนว่าไม่อยากให้ไปเรียนสายไง" ชายหนุ่มย้อนถามกลับไป ผู้เป็นแม่เปลี่ยนสีเหยียดยิ้มกว้างชั่วร้ายทันที

"เรียนสายสักวันจะเป็นอะไรไป นะ" เธอพูดขึ้นอย่างมั่นใจ ทำเอาผมแปลกใจมากขึ้นกว่าเดิม แต่ช่างเถอะ! ถามมากเดียวคุยกันขขยาวพอดี

"ที่ไหนล่ะครับ คุณนาย" ผมย้อนถามย้ำขึ้นอีกครั้ง

"บ้านท้ายซอยนู้น!"

"ฮ่ะ! แม่พูดผิดใช่ไหมเนี่ย" ผมถามย้ำอีกครั้ง เพราะที่นั่นไม่มีใครอยู่มานานมากแล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงกันตายในครั้งนั้น

"เมื่อคืนมีสองยายหลานย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านท้ายซอย และเมื่อตะกี้เขาก็มาสั่งของกับแม่ แต่งตัวดูดี มีฐานะ ผิวขาวผ่อง แม่ว่าต้องเป็นคนรวยมากๆ "

"ไม่เอาฮะ! ใครๆ เขาก็รู้ว่าที่นั่นมีผี แถมเฮี้ยนมากด้วย ให้ตายผมก็ไม่ไปที่นั่นเด็ดขาด โนเวร์ โอเค " ผมวางถุงสินค้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบใส่รองเท้านักเรียน เพื่อจะวิ่งออกไป แต่ทว่า...

"เงินสนับสนุนกิจกรรมเข้าค่ายหมออาสาคงไม่ต้องแล้วซิน่ะ! เสียดายจัง ว่าจะให้มากกว่าปีที่แล้ว อืม สักสองเท่า!"

"สองเท่า!! ได้ครับแม่คนสวย แถมใจบุญอีก จะรีบไปรีบมานะครับ รักน่ะ จุ๊บๆ" เขารับถุงสินค้าจากแม่ ก่อนจะวิ่งไป โดยลืมเรื่องที่ตนกลัว ปล่อยให้คนเป็นยืนยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันกลับมองฝั่งตรงข้าม แล้วพยักหน้าตอบรับ กับใครคนหนึ่ง

"สองเท่าโห่ ซื้ออุปกรณ์ และยาได้เยอะเลย" ชายหนุ่ม คิดไปเดินไป พร้อมมองบรรยากาศรอบๆ ที่ดูวังเวงยิ่งนัก ก้อนเมฆที่ปิดบังแสงดวงอาทิตย์เอาไว้ ทำให้ตลอดเส้นทางดูมืดมน อีกทั้งสองข้างทางต่างปกคลุมไปด้วยพุ่มไม้ ต้นไม้ และเถาวัลย์ เขาหยุดเดินเมื่อถึงที่หมาย มองไปยังตัวบ้าน  มีเสียงจิ้งหรีดดังขึ้นเป็นระยะๆ

ตัวบ้านที่เคยสกปรก บัดนี้มันกลับดูสะอาดตาอย่างกับบ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ ใบไม้ขยะมากมายที่ส่งกลิ่นเหม็นเต็มหน้าบ้าน ตอนนี้มันถูกกวาดออกจนหมด เผยให้เห็นพื้นดินที่ขาวสะอาดตา บริเวณถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้ กล้วยไม้นานาพรรณ แทบไม่มีเค้าโครงบ้านผีสิงที่ใครๆ ต่างพูดถึงอีกต่อไป

"สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหมเอ่ย ผมเอาของมาส่งครับ"

"..." ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เขาจึงตัดสินใจว่าจะเอาของไปวางไว้ บนม้านั่ง แต่แปลกมาก! ยิ่งเดินไปใกล้บ้าน ยิ่งรู้สึกขนลุกซู่ เสียวสันหลังวาบขึ้นมา  สายตามองไปยังต้นไทรขนาดใหญ่ที่ลำต้นถูกไว้ด้วยผ้าพื้นหลากสีสัน พร้อมกลิ่นธูปลอยมาแตะจมูก น้ำแดงที่ตั้งเรียงรายไว้เพื่อเซ่นไหว้พวกสิ่งที่มองไม่เห็น ทำให้เขาหวาดกลัวกว่าเดิม

"ใครมันช่างกล้า มาอยู่ที่นี่กันนะ! บ้าไปแล้ว"

เขาพูดขึ้นในขณะที่สายตาไปสะดุดกับเงาตะคลุ่มๆ หลังต้นไทร เหมือนกำลังนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น เงานั้นหันหลังมามองผม คงเพราะรู้สึกได้ว่ามีคนยืนดูอยู่ เขาได้แต่ยืนนิ่งตัวสั่นเทาเหมือนลูกนก เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดขึ้นบนใบหน้า เงานั้นค่อยๆ ลุกขึ้นเดินมายังเขา  ขาของเขานิ่งค้างราวกับหินขยับหนีไม่ออก

พลันก้อนเมฆที่ได้ปกปิดแสงอาทิตย์ได้ลอยออกไป เผยให้แสงสว่างสาดส่องมายังเงา เห็นใบหน้าที่ดูดีซีดแต่หล่อตี๋ จมูกที่โด่ง คิ้วหนา ปากอมชมพู น ปรากฏรอยยิ้มจางๆจนแทบมองไม่ทัน ชายหนุ่มตรงหน้า สวมใส่เสื้อสีขาวทำให้เขาโคตรหล่อ เหมือนพระเจ้าสรรค์สร้างเอกลักษณ์ของร่างกายมาให้เขาโดยเฉพาะ ยกเว้นแววตาเย็นชา และรอยยิ้มจืดจางนั่น

"ไอเจ้านี่! มันคือตัวอะไร" เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เย็นชา เหมือนไม่ขยะแขยงกับสิ่งที่จับมันด้วยมือเปล่า

" เฮ้ย!! ตะ ตะ ตุ๊กแก นายเอามันไปไกลๆ เลย หรือไม่ก็ทิ้งมันซ่ะ" พระเจ้าเขามาพร้อมกับความแปลกประหลาดเหรอ หรือพระเจ้าให้ความหล่อเขาแต่ลืมสอนวิธีการใช้กันแน่

"ชื่อ รูปร่างมันน่ารักดี มาดูใกล้ๆ ซิ! "เขาพูด และยื่นมันเข้ามาใกล้ผมโดยไม่กลัวมันเลยสักนิด

"โอ่! ไม่น่ะ นายมองมันว่าน่ารักเหรอ เอามันไปห่างๆ จากตัวฉันเลย" ผมพูดขึ้นด้วยความขยะแขยง สายตาผมที่มองเขาอย่างพิจารณาแล้วว่าเขาไม่ปกติในชีวิตของมนุษย์