ตอนที่ 3
วาดฝันยืนมองแพทราคุยกับตำรวจจนกระทั่งน้องชายถูกปล่อยตัวประคองประคบประหงมจากมารดาจนน่าสะอิดสะเอียนในสายตาเธอ แพทราย้อนกลับมายื่นกระดาษเปล่าให้วีรดาเซ็นต่อหน้าพยานหลายคนแล้วเดินมาหาวาดฝัน แม้เธอจะน้อยเนื้อต่ำใจแต่หากคิดในทางดีเธอจะได้ไม่ต้องมาชดใช้กรรมแทนอีก ต่อให้หนทางข้างหน้าจะเจออะไรก็ตาม
“เก็บของไหมคะ”
“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวแม่ก็เอาไปทิ้งเอง มีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ” น้ำตาเริ่มคลอเบ้าแม้ปากจะเด็ดขาด
“แกก็อ้อนให้ท่านซื้อให้สิ อย่าโง่หน่อยเลย” ไม่วายชี้ทางให้ลูกสาวแล้วพาลูกชายออกไปอย่างดีใจทิ้งวาดฝันยืนอยู่กับแพทราอย่างไม่สนใจว่าเธอจะต้องเผชิญกับอะไร
“ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันบอกท่านเรื่องเสื้อผ้าคุณเอง”
“ท่านอายุเท่าไหร่คะ ฉันจะได้ทำตัวถูก”
“ห้าสิบกลางๆ ค่ะ” แพทรายิ้มกรุ้มกริ่มให้กับวาดฝันแล้วผายมือเชิญเธอเดินไปขึ้นรถ ระหว่างรอประตูเลื่อนหญิงสาวสูดลมหายใจเพื่อตั้งสติเพราะคิดว่าได้เป็นภรรยาของชายรุ่นพ่อ
“เจอกันจนได้นะ” รอยยิ้มอบอุ่นสร้างความผ่อนคลายอาการเกร็งของหญิงสาว มือซ้ายตบเบาะให้เธอขึ้นไปนั่งข้าง
“คือฉัน”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว ฉันเป็นผู้หญิงสามีเสียไปนานแล้ว มีแต่ลูกสาว”
“ค่ะ” แม้ลังเลงุนงงแต่ก็จำนนเข้าไปนั่งข้างด้วยความเกร็งปิดท้ายด้วยแพทรานั่งอยู่ด้านหลัง หลังจากปิดประตูรถขับออกไปสร้างความอึดอัดให้หญิงสาวไม่น้อยจนม่านฟ้า หญิงม่ายวัยกลางคนอัมพาตครึ่งท่อนล่างเอ่ยอีกครั้ง
“ต้องเรียกว่ายังไงดี ชื่ออะไร”
“วาดฝันค่ะ”
“ฝันละกัน ไม่ต้องกลัวนะ ก็แค่หญิงแก่อัมพาตกิน ปัญญาเดินเองยังไม่ได้ อยากมีคนมาช่วยดูแลจะได้ไปลำบากลูกสาว อีกอย่างมีผู้หญิงอยู่ในบ้านลูกสาวน่าจะอบอุ่นขึ้น”
“หนูไม่เคยดูแลใคร ถ้าหนูทำอะไรผิด หนูขอโทษก่อนนะคะ”
“ฝันเสียสละดูแลน้องและแม่จนได้ใจ แค่นี้ไม่เรียกว่าดูแลรึ เอาละ เดี๋ยวสัญญาอะไรทนายจะเป็นคนจัดการ ไม่เสียเปรียบแน่นอน”
“ท่านค่ะ ฉันให้คุณแม่บ้านซื้อชุด และของใช้ผู้หญิงให้คุณฝันแล้วนะคะ”
“ซื้อให้ครบทุกอย่าง แล้วทำเรื่องเบิก”
“ค่ะท่าน”
“ขอบคุณค่ะ”
“บอกแม่บ้านจัดห้องชั้นบนไว้ด้วย”
“ได้ค่ะท่าน” เป็นทนายที่ยิ่งกว่าทนายและค่าจ้างย่อมคู่ควรไม่งั้นแพทราคงไม่เป็นทนายประจำตระกูลนี้มานาน วาดฝันได้แต่นั่งนิ่งทบทวนสิ่งที่เคยถูกกระทำและกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องเผชิญต่อไปนี้ เนื้อสาวที่แสนหอมหวานราวกับผลเชอร์รี่จะถูกใช้งานทารุณแค่ไหน เธอแทบไม่อยากจะเชื่อตนเองหรืออาจถูกนำส่งขายออกนอกประเทศ ยิ่งตระหนักประหม่าไม่น้อย
เมื่อมาถึงบ้านแพทราเปิดประตูส่งยิ้มให้วาดฝันลงรถตามด้วยม่านฟ้า เดินนำเข้าบ้านหลังใหญ่รวยระดับพันล้านทำหญิงสาวประหม่ามองแม่บ้านออกมาต้อนรับคนใช้ วาดฝันกวาดสายตามองไล่คนใช้ผู้หญิงเรียงคนล้วนมีอายุมากทั้งนั้น
“คุณวงแหวนลูกสาวคนเดียวของท่านไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ค่ะ” แพทราป้องปากกระซิบบอกทันทีเมื่อเห็นหน้าไขสือของหญิงสาว
“อ้อ ค่ะ” เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่กระจ่าง
“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง ดิฉันจัดเตรียมห้องไว้เรียบร้อยแล้ว ดูไหมคะ เผื่อต้องการเปลี่ยนตรงไหน” มารี แม่บ้านวัยกลางคนเจ้าระเบียบผายมือเชิญวาดฝันยืนมองแพทราก่อนมองสบตาม่านฟ้า
“ขึ้นไปดูห้องนอน ดูสิว่าเตียงนุ่มพอไหม” คำพูดเจ้าของบ้านทำวาดฝันประหม่าใจ วนเวียนในหัวว่าตอนไหนเธอจะถูกขาย
“ค่ะ” ตอบรับเพราะไม่มีทางเลือก เดินตามมารีขึ้นบันไดไปยังห้องที่ถูกคนใช้เปิดต้อนรับ ห้องโทนสีชมพูราวกับห้องของเจ้าหญิงทั้งเตียงหนานุ่ม กลายเป็นคนรวยไปชั่วข้ามคืน
“เป็นไงคะสีถูกใจหรือเปล่า สามารถเปลี่ยนได้ค่ะ จริงๆ แล้วห้องนี้เป็นห้องรับแขกสีพาสเทล เอากระดาษแปะผนังจึงกลายเป็นสีนี้”
“ฉันอยู่ได้หมดค่ะ อยู่ห้องคนใช้ยังได้”
“ไม่ได้ค่ะคุณผู้หญิง ถ้าขาดเหลือสิ่งใดเรียกใช้งานคนใช้ได้ทั้งหมด คุณไม่ได้เข้ามาในฐานะแขกแต่เข้ามาในฐานะครอบครัว” มารียิ้มกริ่มแล้วเดินออกไปปิดประตูให้หลังเพื่อให้วาดฝันอยู่ตามลำพัง