บทย่อ
“เอาใหม่คุณไปขวา ฉันไปขวา” “จะไปซ้าย” “งั้นไปซ้ายทั้งคู่” “ไม่ จะไปขวา” สงครามประสาทเริ่มขึ้นกลางบันได
ตอนที่ 1
ติ้ง ติ่ง ติง ติ้ง…
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขัดจังหวะการข้ามถนนของหญิงสาวชื่อ วาดฝัน ชุดช่างซ่อมของอู่หนึ่งทำให้เธอดูแมนขึ้น รีบหยิบที่มาของเสียงรับสายทันทีด้วยความเคร่งเครียด เพราะปลายสายกระแทกเสียงใส่ถึงกับหัวเสียแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากรับฟังจนสายตัดไป การอดทนนี้สร้างความเหนื่อยหน่ายไม่น้อยก่อนสังเกตเห็นรถตู้สีดำจอดเปิดฝากระโปรงระบายความร้อน มีเพียงคนขับรถวัยเกษียณที่ลงมาดูอาการอย่างลำบากใจ
“รถเสียหรือคะ ฉันเป็นช่างค่ะ ให้ช่วยไหมคะ” เมื่อเห็นคนเดือดร้อนแม้ตัวเองเดือดร้อนเช่นกันแต่กลับคิดช่วยคนอื่นก่อน
“ขอบใจนะหนู ขับอยู่ดีๆ มันก็ดับ ลุงต้องไปส่งเจ้านายด้วย โดนหักเงินเดือนแน่ ซวยจริงๆ”
“เรื่องแค่นี้เอง อาจมีปัญหาที่แบต ฉันดูให้ค่ะ” ว่าแล้วก็เปลี่ยนตำแหน่งให้วาดฝันมาแทนที่จนมีคนลงจากรถ
“รถเป็นอะไรลุงมานพ” หญิงสาวขยับแว่นตาลงมาทั้งชุดสูทเอ่ยถามคนขับรถที่กำลังชะเง้อมองการดูอาการรถ
“ไม่รู้เหมือนกันครับคุณทนาย”
“เสร็จแล้ว ลองสตาร์ทดูค่ะ” ไม่ทันขาดคำวาดฝันควงประแจฉีกยิ้มบอกคนที่ยืนรอพร้อมปิดฝากระโปรงรถ มานพรีบวิ่งไปสตาร์ทเครื่องยนต์ทันทีจนสำเร็จติดดั่งเสกได้ ทำให้แพทรา ทนายสาวอมยิ้มมองผู้มีน้ำใจยืดอกภาคภูมิในฝีมือตนเองค่อยๆ หยิบกระเป๋าสตางค์มายื่นเงินสองพันให้
“ค่าเสียเวลาค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ไม่รับแถมยิ้มอย่างเป็นมิตรส่งกลับทำทนายสาวชื่นชม
“มีอะไรหรือเปล่าทนายแพท” เสียงแทรกพร้อมยื่นหน้าออกมานอกประตูเพื่อถามคนของตนที่ยังไม่ขึ้นรถ แต่กลับเห็นหญิงสาวหันมายิ้มให้ถึงกับสะดุดตาแต่ไม่สามารถลงมาได้
“ไม่มีอะไรค่ะท่าน ถ้าอย่างนั้นแลกคอนแทกต์ไว้นะคะ จะได้ตอบแทนวันหลัง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรีบไป” เธอบอกจบก็วิ่งไปโบกรถเมล์แล้วก้าวขึ้นทันที แพทราได้แต่มองด้วยความสนใจจนลับสายตาจึงเดินกลับไปขึ้นรถ
“ให้เธอไปเท่าไหร่ เบิกที่ฉัน” คำบอกของหญิงม่ายวัยกลางคนดูดีติดที่อัมพาตช่วงล่างไม่สามารถเดินได้กำลังล้วงหยิบกระเป๋าเงินออกมา
“ไม่เสียค่ะท่าน เธอไม่เอา”
“เป็นผู้หญิงแถมฝีมือดีมีน้ำใจ หายากนะครับท่าน” มานพร่วมด้วยอีกคนทำให้ผู้เป็นเจ้านายยิ้มกริ่มนึกถึงใบหน้าที่เคยสบทับซ้อนสายตาหญิงที่ติดอยู่ในใจ
“หายากจริงๆ เสียดายที่ไม่มีเบอร์ติดต่อ”
“ขอแล้วค่ะ แต่เธอกระโดดขึ้นรถไปเสียก่อน”
“ไม่เป็นไร ถ้าคนเรามีดวงสมพงศ์กันไม่แคล้วเจอกันอยู่ดี รีบไปจัดการเรื่องที่ค้างอยู่ดีกว่า”
“ครับท่าน” มานพรับคำรีบขับรถมุ่งหน้าสู่สถานีตำรวจ
เมื่อมาถึงจุดหมาย แพทรารีบเข้าไปจัดแจงทำหน้าที่ตนเองเป็นตัวแทนเจ้านายมองคู่กรณีถูกคุมตัวโดยมีมารดาให้กำลังใจอยู่ข้างๆ พอเห็นแพทราถึงกับรีบยกมือไหว้ขอร้อง
“ฉันขอโทษแทนลูกชายด้วย มันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่าเอาเรื่องมันเลยนะคะ”
“ยอมความไม่ได้ค่ะ นอกจากใช้หนี้คืน เพราะสิ่งที่ทำมีมูลค่ามาก แต่ฉันว่าลูกป้าโตแล้ว หน้าที่การงานก็ดีไม่สมเหตุสมผลที่จะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ร่วมกันฉ้อโกงนายทุน มีทางเดียวคือต้องชดใช้”
“จะใช้คืนได้ยังไงละคะ จะกินแต่ละวันยังไม่มีเลย เอาที่ไหนมาใช้หนี้คืนเป็นล้านๆ”
“คุณป้าก็ถามลูกคนดีสิคะว่าฉ้อโกงไปไว้ไหน หรือว่าใช้หมดแล้ว”
“แม่ช่วยผมด้วย” อายุไม่ใช่น้อยแต่กลับงอแงเหมือนเด็กน้อยติดนมแม่จนกระทั่งมีคนเดินเข้ามากระชากแขนชายหนุ่มตัวตนเรื่องให้หันกลับไปรับฝ่ามือนาบลงแก้มอย่างแรงทำอึ้งทั้งโรงพัก
“ไอ้ขัน ไอ้น้องเวร แกทำบ้าอะไรของแก นี่มันเรื่องที่เท่าไหร่แล้ว ฉันต้องตามใช้หนี้ให้แกกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ไม่สำนึกสักทีวะ”
เพียะ!
ยังไม่ทันต่อว่าจบก็ถูกตบสวนกลับด้วยฝ่ามือมารดาผู้คลอดตน ทำอึ้งทั้งคณะที่มองดูเหตุการณ์ วาดฝันยกมือจับแก้มตนเองมองหน้าผู้เป็นแม่น้ำตาคลอเบ้า
“แกเป็นพี่ มีหน้าที่ดูแลน้อง แค่นี้ทำไม่ได้หรือไง น้องมันรู้เท่าไม่ถึงการณ์แกจะเอาความอะไรกับมันนักหนา แกต้องช่วยน้องไม่ใช่ต่อว่า”
“กี่ครั้งแล้วแม่ที่มันทำแบบนี้ ไม่โกงเขาก็ทำเด็กต่ำกว่าสิบแปดท้องจนพ่อแม่มาเอาเรื่อง คนที่ชดใช้คืนคือใคร หนู คือหนูไงแม่ หนูไม่มีสิทธิ์สั่งสอนมันเลยหรือไงไอ้ลูกเวรของแม่ แล้วนี่อีก เป็นล้าน โตเป็นควายควรรับผิดชอบตัวเองสักที”
“อีฝัน” สิ้นคำยกมือง้างเตรียมฟาดแต่ถูกแพทรารั้งไว้ทำให้วาดฝันเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจเพราะเพิ่งเจอกันมาหมาดๆ
