บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 คืนพายุคลั่งกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ - 1

ลมบนยอดเขาเปลี่ยนทิศตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ ยอดไผ่เอนลู่ไปตามแรงลมกรรโชก ลำปล้องเบียดเสียดกันเสียงดังลั่นป่า กลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นใบไม้เน่าลอยฉุนขึ้นแตะจมูก เมฆสีดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้าบดบังแสงอาทิตย์จนท้องฟ้ามืดครึ้ม หลินเยว่ซินออกแรงตอกสลักไม้ตัวสุดท้ายเข้ากับบานหน้าต่างเรือนนอน ลมเย็นยะเยือกหอบเอาละอองน้ำพัดผ่านช่องโหว่ของผนังดินเข้ามาสาดใส่ใบหน้าจนผิวชาหนึบ

พายุลูกใหญ่กำลังจะมา

“จิ้งเหยียน ยกฟืนแห้งเข้ามาเก็บในครัวเพิ่มอีกสองมัด” นางตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้องครืนต่ำที่ดังมาจากทิศเหนือ “เสี่ยวเป่า อย่ามัววิ่งเล่น พาสุนัขตัวนั้นเข้ามาเร็วเข้า”

เด็กชายคนโตไม่ขานรับ แต่สาวเท้าก้าวไวๆ แบกฟืนสองมัดใหญ่ข้ามธรณีประตูเข้ามาจัดวางข้างเตาไฟอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีต่อต้านลดน้อยถอยลงไปตามความเหน็ดเหนื่อยของงานในแต่ละวัน เสี่ยวเป่าอุ้มลูกสุนัขป่าที่พันแผลไว้เรียบร้อยวิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาพี่สาว เสื้อผ้าตัวเก่าชื้นละอองน้ำจนลีบติดอกเล็กๆ จิ้งอวี้ตามมาปิดท้าย เขายื่นมือผอมแห้งไปลงกลอนไม้หน้าเรือนอย่างระมัดระวัง

ไม่ทันไร ฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมา

เสียงเม็ดน้ำตกกระทบหลังคาจากและสังกะสีเก่าดังสนั่นจนแทบไม่ได้ยินเสียงพูดคุย ไอน้ำเย็นเยียบแผ่ซึมเข้ามาตามรอยต่อของแผ่นไม้ กองไฟกลางเตาปะทุเสียงดังเปรี๊ยะ แผ่ไอร้อนบางเบาช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บ หลินเยว่ซินเทน้ำแกงผักป่าผสมถั่วเหลืองต้มใส่ชามดินเผาสี่ใบ ควันสีขาวลอยกรุ่นคลุกเคล้ากลิ่นหอมของเกลือและพริกไทยป่า

ทุกคนกำลังจะหยิบช้อนไม้ แต่เสียงหนึ่งกลับดังแทรกม่านฝนขึ้นมา

ไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง

มันคือเสียงสวบสาบของฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนแอ่งโคลนนอกรั้วบ้าน ตามด้วยเสียงของหนักล้มกระแทกพื้นดินตรงหน้าลาน

เสี่ยวเป่าสะดุ้งสุดตัว ลูกสุนัขในอ้อมแขนขู่ฟ่อในลำคอ ขนคอของมันลุกชัน จิ้งเหยียนคว้ามีดตัดฟืนเล่มยาวที่เพิ่งลับจนคมกริบมาถือกระชับมั่น แววตาของเด็กวัยสิบสองปีเปลี่ยนเป็นดุดันฉับพลัน เขาสาวเท้าไปยืนขวางหน้าประตูด้านใน

“มีคน” จิ้งเหยียนกระซิบ ลมหายใจของเขาสั้นและถี่

หลินเยว่ซินยกมือห้ามเด็กๆ นางเดินย่องไปแนบหูกับรอยแตกของบานประตู กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยตามลมปะปนกับกลิ่นฝน มันไม่ใช่กลิ่นคาวสนิมของสัตว์ป่า แต่เป็นเลือดมนุษย์

“ช่วยด้วย... เปิดประตูที มีคนบาดเจ็บ”

เสียงห้าวแหบต่ำดังลอดเข้ามาแผ่วเบา สลับกับเสียงหอบเหนื่อยรุนแรง หลินเยว่ซินตัดสินใจแง้มบานไม้เปิดออกเพียงหนึ่งคืบ แสงฟ้าแลบสว่างวาบ เผยให้เห็นชายฉกรรจ์สองคนอยู่กลางลานดินที่กลายเป็นปลักโคลน

คนหนึ่งร่างสูงโปร่ง ใบหน้าซีดเซียว เสื้อผ้าไหมสีเข้มเปียกโชกและฉีกขาดจนเห็นแผ่นอกที่มีรอยดาบฟันเป็นทางยาว เลือดสีคล้ำไหลทะลักออกมาไม่หยุด ลมหายใจรวยรินจนแทบยืนไม่อยู่ อีกคนหนึ่งอายุน้อยกว่าเล็กน้อย ท่าทางทะมัดทะแมง กำลังแบกร่างของชายคนแรกไว้บนบ่าด้วยเรี่ยวแรงที่จวนเจียนจะหมดสิ้น

ที่เอวของชายที่ยืนพยุงอยู่ มีป้ายหยกดำสลักรูปพยัคฆ์แยกเขี้ยวห้อยแกว่งไกว

กองทัพพยัคฆ์ดำ

ความทรงจำจากนิยายผุดวาบขึ้นในหัวของหลินเยว่ซิน อดีตแม่ทัพหนุ่มผู้ถูกหักหลังและตามล่ากวาดล้าง เซียวฉางเยี่ย กับองครักษ์คนสนิท หานชิง

“พวกเจ้าเป็นใคร” จิ้งเหยียนตะโกนถามจากด้านหลัง แววตาระแวงเต็มพิกัด “มีดในมือข้าไม่เลือกหน้านะ หากเป็นพวกโจรก็ไสหัวไปเสีย”

“พวกเราไม่ใช่โจรผู้ร้าย” หานชิงกัดฟันพูด ร่างซวนเซจนแทบล้มพับไปทั้งคู่ “นายท่านของข้าถูกลอบทำร้ายกลางป่า หากไม่ได้ที่หลบฝนและยารักษา คืนนี้เขาคงไม่รอด ขอแม่นางโปรดเมตตาด้วยเถิด”

หลินเยว่ซินไม่รอช้า นางผลักประตูเปิดกว้าง “รีบพาเขาเข้ามาข้างใน เร็วเข้า”

“พี่ใหญ่ เจ้าจะบ้าไปแล้วหรือ” จิ้งเหยียนขึ้นเสียง ตาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจ “คนแปลกหน้าสองคนนี้พกกระบี่มาด้วย หากพวกมันฟื้นขึ้นมาแล้วคิดฆ่าชิงเรือนพวกเราจะทำอย่างไร”

“ถ้าปล่อยให้ตายหน้าบ้าน ศพสองศพจะล่อพวกสัตว์กินเนื้อขึ้นมาบนนี้ อีกอย่าง คนที่กำลังจะหมดลมหายใจไม่มีปัญญามาเชือดคอเจ้าหรอก” นางตอบห้วนสั้นแต่ทรงพลัง ก่อนจะหันไปช่วยหานชิงพยุงร่างสูงใหญ่ของเซียวฉางเยี่ยเข้ามาในเรือน

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงแคบๆ ทันทีที่ร่างนั้นถูกวางลงบนแคร่ไม้ไผ่ เซียวฉางเยี่ยตัวเย็นเฉียบ ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกลึกจนเกือบเห็นกระดูกซี่โครง รอบปากแผลเริ่มมีรอยเนื้อเน่าเปื่อยเป็นสีเขียวคล้ำ

พิษ

หลินเยว่ซินมองบาดแผลนั้นด้วยความเคร่งเครียด นางเป็นเพียงนักพฤกษศาสตร์ รู้จักสมุนไพรทุกชนิดบนโลก แต่การผ่าตัดเอาเนื้อเน่าออกและเย็บแผลสดๆ ไม่ใช่สิ่งที่นางเคยเรียนมา หากลงมีดพลาด ชายผู้นี้อาจเสียเลือดจนตายคามือนาง

ระหว่างที่กำลังลังเล เสียงใสกระจ่างของระบบก็ดังขึ้นในหัว

[ระบบพิทักษ์ครอบครัว: แจ้งเตือนภารกิจลับสำเร็จ]

[เงื่อนไข: ยื่นมือช่วยเหลือผู้มีอิทธิพลหลักของเส้นเรื่องโดยไม่หวั่นเกรงอันตราย]

[รางวัล: ถ่ายทอดทักษะ ‘การแพทย์และศัลยกรรมบาดแผลฉุกเฉินระดับเชี่ยวชาญ’]

ทันใดนั้น ความรู้มหาศาลก็ไหลบ่าเข้าสู่สมองของนาง ภาพโครงสร้างเส้นเลือด กล้ามเนื้อ วิธีการจับมีดผ่าตัด การกะน้ำหนักมือ และเทคนิคการเย็บแผล ประทับแน่นอยู่ในความทรงจำราวกับนางเคยทำมันมาแล้วนับหมื่นครั้ง ความลังเลเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น มือที่เคยสั่นเล็กน้อยกลับมานิ่งสนิท

หญิงสาวคว้าตะกร้ายาสมุนไพรที่เก็บมาจากป่าเมื่อหลายวันก่อนออกมา นางสั่งการรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาแม้แต่เสี้ยวอึดใจ “จิ้งเหยียน ไปต้มน้ำร้อนให้เดือดพล่าน จิ้งอวี้ ไปเอาเหล้าหมักในครัวกับผ้าสะอาดมา เสี่ยวเป่า หลบไปอยู่ในห้องนอน อย่าออกมา”

เด็กๆ แม้จะยังหวาดระแวง แต่ความตื่นตระหนกและน้ำเสียงเฉียบขาดของพี่สาวทำให้ขาของพวกเขาขยับไปเอง จิ้งเหยียนรีบวิ่งไปสุมฟืนเร่งไฟใต้กาต้มน้ำ จิ้งอวี้ถือไหเหล้าเล็กๆ วิ่งกลับมาส่งให้ สายตาของเด็กชายวัยเก้าขวบจ้องมองรอยแผลสีคล้ำนั้นนิ่ง จมูกเล็กๆ ย่นเข้าหากัน

“กลิ่นเหมือนยางไม้กานซงผสมพิษคางคก” จิ้งอวี้พึมพำเสียงแผ่ว

หลินเยว่ซินชะงักไปนิดหนึ่ง เด็กคนนี้มีพรสวรรค์เรื่องพิษอย่างน่าตกใจ แค่ได้กลิ่นก็แยกแยะได้แล้ว นางพยักหน้ารับ “ใช่ พิษนี้ทำให้เลือดแข็งตัวและแผลเน่าเร็ว หากไม่กรีดเอาเนื้อเน่าออก เขาจะตายเพราะพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ”

หานชิงที่นั่งทรุดอยู่ข้างเตียงถึงกับเบิกตากว้าง สตรีชาวบ้านธรรมดาเหตุใดจึงมองออกว่านายของเขาโดนพิษอะไร ซ้ำยังรู้วิธีรักษา

หลินเยว่ซินไม่มีเวลามานั่งอธิบาย นางคว้ามีดสั้นเล่มเล็กที่เพิ่งลับใหม่ เผาปลายมีดกับเปลวไฟจนแดงร้อน จากนั้นเทเหล้าขาวราดลงไปเพื่อฆ่าเชื้อ เสียงฟู่ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นไหม้ฉุนกึก นางฉีกเสื้อของเซียวฉางเยี่ยออก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเก่านับไม่ถ้วน ชายหนุ่มผู้นี้ผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชนจริงๆ

“จับเขาไว้ให้แน่น” นางสั่งหานชิง

หญิงสาวกดปลายมีดลงไปตรงรอยแผลอย่างแม่นยำ เลือดเสียสีดำข้นทะลักออกมา เซียวฉางเยี่ยที่หมดสติครางฮือในลำคอ ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำคอและขมับ หานชิงต้องใช้แรงทั้งหมดกดไหล่ของผู้เป็นนายไว้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel