บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 สัญญาของพี่สาว - 1

เช้าวันถัดมา แสงแดดอบอุ่นอาบไล้ไปทั่วลานดินกว้างบนเขาชิงอวิ๋น ค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นคืนแรกในรอบหลายเดือนที่เด็กทั้งสามคนได้นอนหลับสนิทโดยไม่ต้องทนกับเสียงร้องประท้วงของกระเพาะอาหาร

หลินเยว่ซินตื่นขึ้นมาจัดการหุงหาอาหารเช้าอย่างง่าย เป็นข้าวต้มผสมมันป่าและไข่ต้มคนละฟอง เมื่อหนังท้องตึงเรี่ยวแรงก็กลับมา นางไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า หญิงสาวคว้าจอบเก่าๆ ที่พิงอยู่ข้างยุ้งฉาง เริ่มลงมือถางหญ้าและพลิกหน้าดินบริเวณมุมกำแพงด้านทิศใต้เพื่อเตรียมแปลงปลูกผัก

จิ้งเหยียนเห็นดังนั้นก็ไม่ยอมอยู่เฉย เด็กชายหยิบเคียวทื่อๆ มาช่วยเกี่ยวหญ้ากอสูง แม้แต่จิ้งอวี้ที่เพิ่งฟื้นไข้ก็ยังมานั่งยองๆ ช่วยคัดแยกเศษหินออกจากดิน ส่วนเสี่ยวเป่านั้นรับหน้าที่วิ่งเก็บเศษไม้ใบหญ้าไปสุมรวมกันไว้ที่มุมลาน โดยมีลูกสุนัขป่าตัวน้อยเดินเตาะแตะตามพันแข้งพันขาไม่ห่าง

ภาพพี่น้องร่วมแรงร่วมใจกันทำงานดูเรียบง่ายและสงบสุข แต่ความสงบนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว

“พี่เยว่ซิน! พี่เยว่ซินอยู่หรือไม่”

เสียงหวานหยดย้อยที่ดัดให้ฟังสบายหูตะโกนมาจากหน้าประตูกำแพงหินที่พังทลาย หลินเยว่ซินหยุดมือจากการสับจอบ นางปาดเหงื่อบนหน้าผาก หรี่ตามองผู้มาเยือน

สตรีร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายสีชมพูอ่อนก้าวเข้ามาในลานบ้าน ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราแต่งแต้มด้วยชาดบางๆ ดูสะสวยกว่าชาวบ้านทั่วไป ด้านหลังของนางมีป้าเฉินและป้าหวัง หญิงวัยกลางคนขาเม้าท์ประจำหมู่บ้านเดินตามมาด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น

‘ฉู่เหม่ยหลัน’ ญาติผู้น้องของร่างเดิม หญิงสาววัยยี่สิบปีที่มีใบหน้าอ่อนหวานแต่ซ่อนความร้ายกาจไว้มิดชิด ในความทรงจำของหลินเยว่ซิน สตรีผู้นี้คือคนที่คอยเป็นแม่สื่อแม่ชัก นำพาบุรุษจอมปลอมมาหลอกล่อให้พี่สาวอย่างนางหลงหัวปักหัวปำ ยุยงให้ร่างเดิมเอาทรัพย์สมบัติไปปรนเปรอผู้ชายสารเลวคนนั้นจนสิ้นเนื้อประดาตัว เพื่อหวังจะฉวยโอกาสยึดบ้านและที่ดินมรดกของครอบครัวหลินไปเป็นของตน

เพียงแค่เห็นหน้าฉู่เหม่ยหลัน หลินจิ้งเหยียนก็โยนเคียวในมือทิ้งทันที เขารีบก้าวมาขวางหน้าน้องชายทั้งสอง แววตาดุดันราวกับสัตว์ป่าระวังภัย

“เจ้ามาทำไม” จิ้งเหยียนถามเสียงห้วน

ฉู่เหม่ยหลันทำทีเป็นตกใจกับท่าทีแข็งกร้าวของเด็กชาย นางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหางตา แสร้งทำน้ำเสียงสั่นเครือ “จิ้งเหยียน ทำไมพูดกับญาติผู้พี่เช่นนี้เล่า ข้าเป็นห่วงพวกเจ้าแทบแย่ พอรู้ว่าพี่เยว่ซินพาพวกเจ้าหนีขึ้นมาอยู่บนเขารกร้างนี่ ข้าก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องรีบไปปรึกษาผู้อาวุโสในหมู่บ้าน”

ป้าหวังที่เดินตามมาพยักหน้าสนับสนุน “ใช่แล้วแม่นางหลิน เจ้าทำเรื่องเหลวไหลอันใดกัน บนเขานี้ทั้งหนาวทั้งอันตราย สัตว์ป่าก็เยอะ เจ้าพาน้องชายมาตกระกำลำบากเช่นนี้ ผีสางเทวดาที่ไหนจะคุ้มครอง”

หลินเยว่ซินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นางปักจอบลงกับพื้นดิน เดินกอดอกเข้าไปหาผู้มาเยือน “แล้วอย่างไร ญาติผู้น้องผู้ประเสริฐมีธุระอันใดถึงได้ถ่อขึ้นมาถึงบนเขา หรือว่าสงสารพวกเราจนทนไม่ไหว เอาข้าวสารมาบริจาคให้สักสองสามกระสอบเล่า”

ฉู่เหม่ยหลันชะงักไปเล็กน้อย นางไม่คิดว่าหลินเยว่ซินจะกล้าต่อปากต่อคำด้วยวาจาฉะฉานเช่นนี้ ปกติแล้วหญิงโง่นี่มักจะคล้อยตามคำพูดของนางเสมอ โดยเฉพาะเรื่องผู้ชาย

“พี่เยว่ซิน ข้าไม่ได้ร่ำรวยอะไร จะเอาข้าวสารที่ไหนมาให้” ฉู่เหม่ยหลันปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารยิ่งขึ้น “แต่ผู้อาวุโสในหมู่บ้านเห็นพ้องต้องกันว่า เจ้าเพิ่งก่อเรื่องเกือบจะขายเสี่ยวเป่าไป แถมยังมีหนี้สินก้อนโตติดตัวเพราะเอาเงินไปเลี้ยงดูผู้ชายพรรค์นั้น สภาพเช่นนี้คงเลี้ยงดูเด็กสามคนไม่ไหวเป็นแน่ ข้าในฐานะสายเลือดใกล้ชิด จึงขอรับอาสาพาน้องๆ ทั้งสามไปดูแลเอง”

คำว่า ‘พาเด็กทั้งสามไป’ ทำเอาบรรยากาศในลานบ้านเย็นเยียบลงกะทันหัน

เสี่ยวเป่าที่ยืนอยู่ด้านหลังพี่ชายเบิกตากว้าง ดวงตาคู่เล็กสั่นระริก ภาพเหตุการณ์ตอนที่เถ้าแก่หม่ากระชากแขนเขาเพื่อจะพาไปขายผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เด็กน้อยปล่อยเศษไม้ในมือร่วงลงพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

“ข้าไม่ไป ข้าไม่ไปกับนาง” เสี่ยวเป่าละล่ำละลัก น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า เขาหันซ้ายหันขวาอย่างคนเสียขวัญ เมื่อเห็นโอ่งน้ำดินเผาใบใหญ่ที่ตั้งคว่ำอยู่ข้างครัวซึ่งยังไม่ได้ล้างทำความสะอาด เด็กน้อยก็ไม่รอช้า วิ่งมุดตัวเข้าไปซ่อนอยู่ในโอ่งใบนั้นทันที ตัวสั่นงันงกอยู่ในความมืดมิด

“เสี่ยวเป่า!” จิ้งอวี้ร้องเรียกน้องชายด้วยความตกใจ

จิ้งเหยียนกัดฟันกรอด เขาก้าวฉับๆ ไปยืนขวางหน้าโอ่งน้ำ มือขวาคว้าท่อนไม้ปลายแหลมที่เหลาเตรียมไว้ทำรั้วขึ้นมาชี้หน้าฉู่เหม่ยหลันและพวกชาวบ้าน

“ใครกล้าแตะต้องน้องข้า ข้าจะแทงมันให้ไส้ไหล” เสียงของเด็กวัยสิบสองปีแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหาร เขาไม่ได้ขู่เล่น หากใครก้าวเข้ามา เขาพร้อมจะแลกชีวิตจริงๆ

ป้าเฉินกับป้าหวังถึงกับผงะถอยหลังด้วยความกลัวกึ่งตกใจ ไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะมีสายตาน่ากลัวปานนั้น

ฉู่เหม่ยหลันเห็นท่าไม่ดี นางรีบหันไปพูดกับหลินเยว่ซิน “พี่เยว่ซิน ดูเด็กพวกนี้สิ ก้าวร้าวไร้การอบรม ขืนเจ้ายังดื้อดึงเลี้ยงไว้ มีแต่จะสร้างปัญหา ส่งพวกเขามาให้ข้าเถอะ ข้าจะช่วยดูแลเอง ส่วนโฉนดที่ดินผืนนี้ ข้าจะช่วยรับซื้อไว้ในราคาเป็นกันเอง เพื่อให้เจ้าเอาเงินไปใช้หนี้และตั้งตัวใหม่ ไม่ดีหรือ”

ในที่สุดหางจิ้งจอกก็โผล่

หลินเยว่ซินมองใบหน้าเสแสร้งของสตรีตรงหน้าด้วยสายตาสมเพช ที่แท้ก็ร่วมมือกับคนหน้าเลือดเพื่อฮุบที่ดินบนเขานี่เอง พวกมันคงรู้แล้วว่าที่ดินผืนนี้คือทำเลทองที่ปลอดภัยที่สุดในอนาคตอันใกล้

หญิงสาวดึงท่อนไม้ออกมาจากมือจิ้งเหยียนอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับฉู่เหม่ยหลัน นางไม่ได้ตวาดเสียงดัง แต่ใช้น้ำเสียงราบเรียบกังวานที่ได้ยินชัดไปถึงหูของป้าเฉินและป้าหวัง

“ฉู่เหม่ยหลัน ท่านช่างมีน้ำใจประเสริฐล้ำเลิศนัก” หลินเยว่ซินยิ้มเย็น “ตอนที่พวกเราไม่มีข้าวกินจนต้องต้มรากไม้ประทังชีวิต ญาติผู้น้องอย่างท่านหายหัวไปอยู่ที่ใด ตอนที่เถ้าแก่หม่าบุกมาพังประตูบ้านทวงหนี้ที่ท่านเป็นคนชักนำผู้ชายสารเลวคนนั้นมาปอกลอกข้า ท่านไปมุดหัวอยู่ใต้กระโปรงใคร ทำไมเพิ่งจะมานึกถึงสายเลือดตระกูลหลินเอาป่านนี้”

ฉู่เหม่ยหลันหน้าถอดสี “เจ้า... เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด ข้าไปหลอกล่อให้เจ้าหลงผู้ชายตอนไหน”

“อ้อ งั้นหรือ” หลินเยว่ซินเลิกคิ้ว “เช่นนั้นปิ่นปักผมหยกขาวที่ท่านปักอยู่นั่น ไม่ใช่ของกำนัลที่ผู้ชายคนนั้นแบ่งให้ท่านเป็นค่านายหน้าหรอกหรือ แล้วกำไลเงินที่ข้อมือท่านเล่า มิใช่ท่านหลอกให้ข้าเอาไปจำนำเพื่อเอาเงินไปปรนเปรอชู้รักจอมปลอม แล้วท่านก็ฮุบเงินครึ่งหนึ่งไปหรอกหรือ จะให้ข้าลงไปเบิกความกับหลงจู๊โรงรับจำนำต่อหน้าผู้อาวุโสในหมู่บ้านหรือไม่”

ป้าเฉินกับป้าหวังหันขวับไปมองเครื่องประดับบนตัวฉู่เหม่ยหลันทันที สายตาของชาวบ้านที่เคยมองด้วยความชื่นชมเปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงสงสัย

“เจ้า... นังบ้า อย่ามาใส่ร้ายข้านะ!” ฉู่เหม่ยหลันชักสีหน้า อารมณ์หวานหยดย้อยเมื่อครู่ปลิวหายไปสิ้น “ข้ามาดีแท้ๆ เจ้ายอมขายเด็กให้พ่อค้าทาสได้ แต่พอญาติจะรับไปดูแลกลับทำมาเป็นหวงก้าง อยากจะรั้งเด็กไว้เพื่อรอกอบโกยสมบัติล่ะสิ”

หลินเยว่ซินก้าวเข้าไปประชิดตัวฉู่เหม่ยหลัน สายตาคมกริบของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายจนสตรีร่างระหงต้องก้าวถอยหลังด้วยความประหม่า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel