บทที่ 6 ก่อการร้าย
ลลิสาถูกจูงมายังสถานที่หนึ่งหากจำไม่ผิดคือเสาแห่งอาเคร ระหว่างเดินใกล้จะถึง สายตาของเธอก็กวาดมองหาคานโลไปด้วยกับเขาคนนั้นที่จ้างเธอ แต่กลับไม่เจอใครเลยทั้งสองคน นอกจากร่างสูงใหญ่ประมาณชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ท่ามกลางผู้คนมากมายเดินผ่าน แต่เขากลับใช้เงาของเสาหินบังตัวเองเอาไว้ ราวกับยืนรอเธอคนเดียว
“เซรา ลูกพ่อ...”
ทันทีที่ไปถึง เพียงแค่คำนั้นหลุดออกมา ลลิสาถึงกับเอียงคอ หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หลังหน้ากากอันนั้น แต่เลือกที่จะเงียบ พูดไม่ได้เนื่องจากมันอยู่ในข้อตกลง
“หลายปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน สบายดีไหมลูก แล้วพี่เซรันล่ะ ไม่มางานนี้ด้วยเหรอ”
“.....”
“ขอโทษนะที่พ่อมาดักรอเจอลูกแบบนี้ ลูกคงตกใจ”
“.....”
“แต่ถ้าพ่อไม่ทำ คงไม่ได้เจอลูกแน่นอน ทางนั้นกี่ปีๆก็ยังคงตามล่าพ่ออยู่”
มือสากใหญ่บ่งบอกถึงการผ่านความยากลำบากมาระดับหนึ่งยื่นเข้ามาจับมือเธอ ดวงตากลมโตขึงกว้างหลังหน้ากากอันนั้น เธอพยายามดึงออก แต่กลับสู้แรงของเขาไม่ได้ อีกอย่างยังคงงุนงงจนสมองเบลอ ว่าควรยืนเฉยๆ หรือต่อต้าน
ร่างสูงวัยกลางคนตรงหน้าที่ไม่รู้ว่าใคร เพราะเขาเองก็สวมหน้ากาก พยายามจะกอดเธอ ส่วนอีกคนที่พาเธอมากลับยืนเฉยไม่คิดจะช่วยเหลือ มิหนำซ้ำนอบน้อมราวกับคนตรงหน้าเหมือนเป็นเจ้านาย
“เซรา..”
ในขณะที่เขาพยายามดึงเธอเข้าไปกอด จังหวะนั้นความหวงแหนร่างกายตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมาโดนตัว โดยเฉพาะคนแปลกหน้า ก็ปลุกความโกรธขึ้นมา ลืมไปเสียสนิทว่ากำลังทำอะไรอยู่ คิดจะผลักเขาถอยไปให้ไกลตัว และอ้าปากด่าสักฉาด ทว่าคนข้างๆกลับพูดขึ้นมาซะก่อน
“นายครับ เราจะอยู่ที่นี่นานไม่ได้นะครับ”
“ใส่หน้ากากอยู่กลัวอะไร” เขาออกความเห็น พร้อมกับการถูกคุกคามที่ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย “เซรา พ่อคิดถึงลูก คิดถึงแม่ของลูก และพี่ชายของลูก พ่ออยากกลับไปอยู่บ้านของเรา เซราต้องช่วยพ่อนะ”
คราวนี้ลลิสาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เธอหลุดโพล่งออกมา และผลักออกสุดกำลัง
“ปล่อยฉันนะ!”
แน่นอนว่าคนถูกผลักเซถอยหลัง พร้อมกับดวงตาที่ขึงโต
“เธอเป็นใคร ทำไมแต่งตัวเหมือนลูกสาวฉัน..หรือว่าเป็นนกต่อ?”
นกต่อเหรอ?
หญิงสาวขึงตากว้าง เพราะน้ำเสียงที่เขาพูดกับเธอนั้นมาจากน้ำเสียงที่สั่นเครือ ตื่นตระหนกตกใจ เหมือนกลัวอะไรสักอย่าง ที่ถูกจับได้
ซึ่งกว่าจะได้สติ ก็ตอนที่เขาทั้งคู่ร่นถอยเตรียมตัวจะหนีไป จังหวะคนอีกกลุ่มวิ่งกรูกันเข้ามา มารู้ทีหลังว่าเป็นทีมของเธอ ก็ตอนได้ยินเสียงพูดของคานโล
“หมดหน้าที่ของคุณแล้วครับ”
“คะ?”
“เดินกลับไปทางเก่า จะมีเรือจอดรอคุณอยู่ เรื่องเงินนายจะโอนให้คุณเอง อย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะครับ”
จากนั้นกลุ่มมาใหม่ที่ว่าก็วิ่งตามสองคนนั้นไป ไม่เหลือแม้แต่คานโล
“อะ.. อะไรกันเนี่ย”
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนเธอรนไปหมด มาได้สติอีกทีก็ตอนที่เห็นว่าตัวเองเริ่มเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ
เธอมองไปยังทางที่คานโลวิ่งไปอีกครั้ง จากนั้นจึงจะเดินกลับไปทางเดิม ถูกกลืนหายไปกับผู้คน พร้อมกับใจที่เต้นระทึก หายใจไม่ทั่วท้อง และคำถามมากมายที่มีจนล้นท้น หนึ่งในนั้นที่อยากรู้ก็คือ กลุ่มที่เธอทำงานให้
เขาไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายใช่ไหม
