บทที่ 4 ค่าจ้างสร้างตึก
เธอเป็นจิ๋วเธอก็งง หรือต่อให้เป็นใคร ก็ไม่เข้าใจ ต่อการกระทำของเขา ลลิสาก้มหน้าลง หลังกวาดตามองไปรอบห้องจนหนำใจแล้ว แอบชื่นชมรสนิยมของเขาอยู่เป็นนิจ และกลิ่นอายความรวยของเขาที่ลอยเข้ามาปะทะจมูกผ่านการจินตนาการจนเผลอยิ้ม แต่เพียงแค่นึกถึงการกระทำของเขาในวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจก็ลดลง
ถึงเขาจะดูดี แต่เขาก็ดูอันตราย
หลังจากที่เธอเล่าทุกอย่างที่เจอมาให้จิ๋วฟัง คนตรงหน้าก็นั่งตัวแข็งทื่อทันที สาเหตุไม่ใช่เพราะเรื่องของเขา เพราะเรื่องนั้นจิ๋วตกใจและร้องห๊ะไปหลายครั้งระหว่างที่เธอเล่าแล้ว ที่ทำให้นั่งนิ่ง ตาขึงกว้างมองเธออยู่นั้นเป็นเรื่องค่าตัวของเธอต่างหาก
“เรียกไปห้าสิบล้าน!”
จิ๋วตะโกน และนั่นก็ทำให้เธอสะดุ้งไปด้วย ห่อไหล่หลับตาปี๋ ราวกับถูกเคาะระฆังข้างหูเพื่อเตือนสติว่าสิ่งที่ทำลงไปมันเกินกว่าเหตุจริงๆ
“ก็ตอนนั้นมันโมโหอะ”
เธอบอกตามตรง เขาทำเธอฉุนหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การข่มด้วยท่าทางที่เย็นชา และการเมินเฉยเหมือนเธอไม่มีตัวตน ทั้งหมดนี้ทำให้เธอหมั่นไส้ เป็นชนวนเหตุให้ทำแบบนั้นทั้งสิ้น
แต่พอเวลาผ่านไป อารมณ์เหือดหายกลายเป็นปกติ บวกกับความตกใจของจิ๋ว ถึงมาได้สติเอาทีหลัง จึงเหมาะสมแล้วที่ควรถูกตำหนิ
“เขาเห็นหรือยัง ยังแน่ๆ เพราะถ้าเห็นคงติดต่อมาแล้ว”
“หรือเราควรติดต่อไปดี แบบว่าบอกเขา..ใส่เลขศูนย์เกิน”
“เกินไปหลายตัวเชียวน้า”
จิ๋วร้องเหอะ น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ยาก อีกนัยยะทำแบบนั้นเท่ากับเป็นการแก้ตัว จะถูกมองไม่เป็นมืออาชีพ เสียชื่อ
“ถ้าอย่างนั้นทำไงดี”
“ก็คงต้องรอ ถ้าเขาไม่โอเคเดี๋ยวก็โทรมาเองแหละ เผลอๆเป็นเขาซะมากกว่าที่เป็นฝ่ายยกเลิก แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน จะได้โล่งใจ..แต่แค่เสียดายเงิน”
อันที่จริงงานนี้ค่อนข้างคลุมเครือ จิ๋วที่รับงานให้ลลิสามานักต่อนัก มักจะชัดเจนต่อเงื่อนไข รูปแบบงาน และข้อตกลง ผ่านเอกสารที่ระบุชื่อผู้ว่าจ้างอย่างชัดเจนมาตลอด พอเป็นงานนี้ที่แม้แต่ชื่อของคนจ่ายเงินก็ไม่เห็น หน้าตาก็ไม่เห็น จงใจปกปิดตัวตนอย่างชัดเจน จึงไม่ค่อยสบายใจ
ดังนั้นการที่ลลิสาทำแบบนี้ก็ดีแล้ว เพียงแต่จะเสียเวลา และโอกาสเท่านั้นเอง
แต่งานนี้ก็ใช่ว่าโดดเด่น
นางแบบสาวไม่ได้เปิดเผยตัวตน ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ไม่ให้พูด จนกว่างานจะเลิก จะมีโอกาสได้ไง
ถ้าได้ประกวดก็ว่าไปอย่าง
“แล้วถ้าเขาไม่ติดต่อมาล่ะ”
“ก็แปลว่าเขาตกลงไง”
ลลิสาเผยใบหน้าของความกังวล ดวงตาคู่สวยแกว่งไปมาราวกับกำลังครุ่นคิด จากนั้นจึงจะตวัดไปทางพี่เลี้ยงของเธอ
“หวังว่าเงื่อนไขนี้จะยังคงเหมือนเดิม”
“ก็ต้องเหมือนเดิมสิ อ่านเงื่อนไขนั้นก่อนเซ็นไม่น่าเป็นกังวล เขาบอกว่าเราเรียกค่าตัวได้ก็ไม่ผิด เพียงแต่มันมั่นหน้าไปหน่อย แค่นั้นเอง”
แล้วคว่ำปาก
“รวยขนาดนั้น อย่าว่าแต่ขนหน้าแข้ง ฟันก็ไม่ร่วงหรอกพี่”
และแล้ววันเทศกาลก็มาถึง ชุดของเธอถูกส่งมาก่อนวันงานเพียงหนึ่งวัน เธอยังไม่เปิดดูเพราะทางฝ่ายนั้นบอกว่าจะส่งช่างแต่งหน้ามาให้ด้วย ความลึกลับไม่ได้มีแค่เขา ช่างแต่งหน้าของเธอใส่หน้ากากเหมือนกัน ความงงนั้นมีมากซะจนจิ๋วยังเกาหัว คือพวกเขาสามารถประทินโฉมให้เธอผ่านหน้ากากอันน่าอึดอัดนั้น ออกมาสวยราวกับไม่เป็นอุปสรรค อย่างง่ายดายได้อย่างไร
เธอจะไม่ชมว่าพวกเขาเก่ง เพราะมันน่ากลัว
ตอนนี้หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีแบบสุ่มพองโตที่ใช้ผ้ากำมะหยี่ในการถักทอเป็นหลัก และปักด้วยคริสตัลระยิบระยับอีกที ถึงมันจะดูสวยมาก เหมาะกันกับเธอสุดๆ แต่เธอก็ไม่ได้ภูมิใจเท่าไหร่เลย เนื่องจากอยู่ในงานนั้นเธอเป็นใครที่ไหนไม่อาจรู้
“เขาจะไม่ฆ่าสาเพื่อปิดปากใช่ไหม”
เสียงกระซิบดังขึ้นหลังช่างกำลังเก็บของเพื่อออกจากห้อง จิ๋วที่ยืนอยู่ข้างหลังคอยทำหน้าที่ตรวจเช็คความเรียบร้อยของหน้าและผมอย่างที่เคยทำมาด้วยความเคยชิน แม้ว่าไม่มีจุดไหนต่างพร้อย โน้มตัวเข้ามาแนบชิด เพื่อจะได้คุยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาได้อย่างสะดวก
“คิดมาก”
“ก็ต้องคิดมากไหมพี่ ห้าสิบล้านก็ยังตกลง ราวกับค่าจ้างห้าหมื่น ง่ายแบบนี้มันน่ากลัวเกินไป กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจเงื่อนไขที่ขอให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ มาฆ่าเธอเพื่อปิดปาก แบบว่า ฆ่ากันซะจะได้จบๆ”
ทีแรกผู้จัดการส่วนตัวของเธอขึงตากว้าง ขณะกำลังฟังเธอร่ายยาวไม่เว้นช่องว่างจะหายใจ ก่อนจะขำพรืดออกมาภายหลังให้กับนิสัยชอบมองโลกในแง่ร้ายของเธอ
“ไม่หรอก คิดไกลเกินไปแล้ว แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วแหละ แล้วถ้าหากเขาจะฆ่าเธอจริง พี่แนะนำให้เธอเอาตัวเข้าแลกเลย”
“พูดอะไรน่ะพี่ จะบ้าเหรอ”
“อ๊าว”
จิ๋วคว่ำปากดึงตัวเองกลับ มองหน้าบึ้งตึงของนางแบบผ่านกระจกแล้วยิ้มกว้าง ท่าทางไม่พอใจนั้น ยามเธอเห็นมักจะพาขำทุกที ผู้หญิงอะไรยิ่งทำหน้าโกรธยิ่งเหมือนเด็ก ไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิด กลับกันช่างน่ารักน่าชังจนอยากยื่นมือไปหยิกแก้ม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“สงสัยจะมาแล้ว” ช่างแต่งหน้าพึมพำ พลางหันมาหาพวกเธอ “ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับก่อนนะคะ”
จากนั้นเป็นคานโลที่เดินแทรกเข้ามาหลังทั้งคู่เดินออกไปจากห้องแล้ว เขายืนตรงอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนก้มหัวลงให้พวกเธอ
“เรือมาจอดเทียบท่าแล้วครับ เชิญคุณลลิสา.. คนเดียว”
เท้าของพวกเธอสะดุดกันเองเพราะก้าวผิดจังหวะ จิ๋วหันขวับมองคนพูด ลลิสาที่ไม่ได้หันมองใครแต่หยุดขยับอวัยวะทุกส่วน
“คะ?”
ประโยคของเขาทำจิ๋วงุนงง มองตัวเองที่อุตส่าห์แต่งตัวจัดเต็มใบหน้าร้อนวูบวาบ เหลือแค่สวมหน้ากากเธอก็พร้อมออกไปเผชิญโลกแล้ว แต่กลับถูกคุมกำเนิดซะงั้น
อย่าบอกนะว่า..
“ขอโทษครับ แต่ผมคิดว่าผมพูดชัดเจนแล้ว”
ถึงว่าส่งชุดมาให้ลลิสาเพียงคนเดียว
“แต่นี่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขนี่คะ”
“ครับ ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข”
“แล้วทำไมถึง..”
“นายไม่ได้ห้ามเรื่องไปงานครับ แต่นายห้ามเรื่องที่จะไปกับเรา ในเงื่อนไขจ้างแค่นางแบบแค่คนเดียว คนอื่นที่ไม่ใช่ ไม่ได้ครับ”
แรงมากกกกกกกกกก
ลลิสาหันไปมองเบ้ปากจะร้องไห้ จิ๋วจึงพยักหน้าเป็นการยืนยันว่าเธอโอเค พร้อมเดินไปจับไหล่ลาดเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ
“ไม่เป็นไร พี่จะนั่งเรือแท็กซี่ตามไป เดี๋ยวเราไปเจอกันที่โน่นนะ อย่าลืมรับโทรศัพท์”
“โทรศัพท์ก็ห้ามพกครับ”
