บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เขานั่งหันหลัง

ลลิสาไม่ได้เจอเขาอีกเลยจนกระทั่งอ่านเสร็จ เขาปล่อยให้เธออยู่กับสัญญาฉบับนี้ตั้งแต่นั้น ความเงียบทำให้เธออ่านมันจนเข้าใจ แต่เพราะมันง่ายเกินไปจึงเป็นสาเหตุทำให้ต้องคิดวนเวียน

“แค่นี้เองเหรอ”

หญิงสาวพึมพำ เพราะเงื่อนไขที่มันน้อยเกินไป ทำให้เธอไม่กล้าเรียกค่าตัวแพง

เอาไงดีล่ะ เธอควรต้องเรียกเท่าไหร่ ผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่ได้เข้ามาด้วย จะปรึกษาก็ไม่ได้

สมองของเธอทำงานหนัก สลับกับการชำเลืองมองตรงไปยังห้องนั้น ที่ร่างสูงเดินหายเข้าไปก่อนหน้านี้ กำลังคิดว่าเธอสามารถใช้โทรศัพท์ได้ไหม

ในขณะที่กำลังคิดอยู่ เธอก็อ่านเงื่อนไขนั้นอีกรอบ

รายละเอียดสองหน้ากระดาษเอสี่ แต่เนื้อหาหลักๆมีแค่ไม่กี่ข้อ ส่วนสัญญา เอกสารการเซ็นอยู่ในแท็บเล็ต ซึ่งเป็นการเซ็นแบบ Eletronic Signature

ดวงตาคู่สวยอ่านวนเงื่อนไขสามข้อนั้นซ้ำๆอยู่หลายหน ทั้งชุดสวม ทั้งหน้ากากเขาเป็นคนจัดให้ ห้ามถอดจนกว่าจะจบงาน ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร และที่สำคัญห้ามพูดกับใครด้วย ทุกข้อที่ร่างมาทั้งหมดเข้าทางเธอ หญิงสาวชื่นชอบอะไรแบบนี้เป็นที่สุด เพราะหมายความว่าเธอไม่ต้องคอยปั้นหน้า สวมบทบาท หรือใส่หน้ากากอีกชั้นเพื่อเอาใจใครทั้งนั้น

อย่างงานที่ผ่านๆมา ไฮโซบางคนจ้างเธอไปประจบประแจงเป้าหมายที่ต้องการจะดึงเข้าเพื่อหวังผลประโยชน์ ซึ่งนั่นหนีไม่พ้นเธอจะต้องมีความรู้ อาทิเช่นหากคนที่ถูกผู้ว่าจ้างของเธอล็อคเป้าทำธุรกิจส่งออก เธอก็จะต้องมีความรู้เรื่องนี้เช่นเดียวกัน

เหนื่อยแทบตาย แลกมาด้วยเงินค่าจ้างไม่กี่หมื่น

แต่กับงานนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เธอแทบไม่ต้องทำอะไร สวมหน้ากาก เป็นใบ้ และเก็บความลับ ก็สามารถเรียกค่าตัวได้แล้ว

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

เขากำลังทำให้เธอรู้สึกชั่งใจ ความง่ายของงานทำให้เธอคิดแล้วคิดอีก ไม่รู้เลยว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน แถมมีความสงสัยอยู่หลายจุด

ว่าแต่ใช้โทรศัพท์ได้ไหมนะ

เธอเพ่งสายตาเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง คราวนี้เห็นเงาของเขาทอดยาวพาดผ่านขยับวูบวาบ ราวกับกำลังยืนทำอะไรบางอย่าง เธอจึงลองถามดู ก่อนถามก็สูดลมหายใจเต็มปอดก่อนหนึ่งอึก

“คุณคะ”

ทว่าไม่มีเสียงตอบรับ และเหมือนว่าเงานั้นจะหยุดขยับไปด้วย เมื่อเขาไม่ตอบกลับความประหม่าจึงตกอยู่ที่เธอทันที หญิงสาวเผยอริมฝีปากเลือกไม่ถูกระหว่างเรียกเขาใหม่หรือเงียบไปไม่พูดต่อ ก่อนจะเลือกอย่างแรก แต่พอจะเปล่งเสียงออกไปอีกครั้งเท่านั้นแหละ กลับไม่พูดไม่ออก เธอไม่กล้า

ลลิสาลบริมฝีปาก ก้มหน้างุด คิ้วขมวด

เอาไงดี..

ในตอนนั้นหญิงสาวคิดว่าเธอนั่งอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว รายละเอียดก็รู้แล้ว เหลือแต่เซ็นแล้วก็ออกไปได้เลย แต่ก่อนจะเซ็นจะต้องเรียกค่าตัวก่อน ซึ่งตรงนี้แหละที่กำลังสร้างปัญหา

เสียงถอนหายใจดังขึ้นท่ามกลางความสงบ ที่มีแค่เสียงน้ำพุไหลอยู่ในอ่าง ความกดดัน อยากจะออกไปจากที่นี่ จุดความกล้าให้เธอด่วนตัดสินใจทันทีโดยพลการ

เธอคิดว่าในเมื่อเขาไม่เห็นหัว เธอก็จะเรียกให้มันหนักๆไปเลย ว่าแล้วก็หยิบปากกาสไตลัสขึ้นมาเขียนจำนวนเงินและตวัดลายเซ็น ก่อนจะลุกขึ้น

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

กำลังจะอ้าปากบอกลา ทว่าประตูถูกเปิดเข้ามาซะก่อน โดยคนที่เปิดเป็นคนเดียวกันกับที่พาพวกเธอมาที่นี่...คานโล

“เชิญครับคุณลลิสา ผมจะไปส่ง”

เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอเสร็จแล้ว คนข้างในคงบ่งการและควบคุมอยู่สินะ

หลังมีการตอบตกลงและเซ็นเอกสารร่วมงานกับผู้ไม่ประสงค์บอกนาม ลงไปในแท็บเล็ตนั้นแล้ว หลังจากนั้นในขณะเดินทางกลับ จู่ๆ คนของเขาก็แจ้งการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

“นายสั่งให้ผมหาที่พักใหม่ให้กับพวกคุณ เพื่อความสะดวกตอนไปรับ ไม่ทราบว่าพวกคุณสะดวกไหมครับ”

ในตอนนั้นเธอจำได้ว่าจิ๋ว ผู้จัดการส่วนตัวของเธอหันไปมองเขาจนหน้าสั่น เพราะเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของข้อตกลง นั่นหมายความว่าเขากำลังอาสามารับพวกเธอ

และแน่นอนว่าคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหัวใจของเทศกาลเวนิสมากนัก ไม่ค่อยช่ำชองต่อการเดินทางสักเท่าไหร่ จึงไม่ควรปฏิเสธ สุดท้ายก็ได้มาอยู่ที่พักใหม่ โรงแรมหรูระดับห้าดาวที่มีประตูน้ำส่วนตัว เหมาะต่อการเดินทางที่รวดเร็ว

ทันทีที่มาถึงหลังจากแยกกับคานโล และขึ้นมายังที่พักโดยมีพนักงานจัดการสัมภาระให้ทุกขั้นตอน โดยไม่ต้องทำกันเองแล้วนั้น

“เห็นหน้าเขาไหม ดูเป็นคนอย่างไง น่ากลัวปะ”

ผู้จัดการส่วนตัวก็วางเครื่องซักผ้าเตรียมเอาเธอยัดใส่ลงถังทันที ก่อนกดปุ่มดำเนินการเพื่อทำการ.. ซัก!

ดวงตาคู่สวยปรายตาไปมอง ถอนหายใจ สีหน้าที่ตึงเครียดนำพาให้รอยยิ้มตื่นเต้นของคนถามหายไปในพริบตาเดียว

“ไม่เห็น”

“อ่าว”

“เขานั่งหันหลัง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel