บท
ตั้งค่า

บทที่ 23 แล้วมันควรเชื่อใจไหม

ด้านของอินเวร์โน

ร่างสูงเสร็จภารกิจจากโกดังในช่วงใกล้เที่ยง เขาเดินกลับมายังห้องของตัวเองเพื่อที่จะใช้ลลิสาไปหามื้อเที่ยง แต่พอไม่เจอก็เดินย้อนกลับมาด้วยท่าทางหงุดหงิด

“มานี่หน่อย”

ระหว่างเดินเจอลูกน้องสองคนกำลังผ่านมาก็กวักมือเรียก ทั้งคู่พอเห็นนายก็ลนลานกึ่งวิ่งกึ่งเดินมายืนก้มหน้าทันที

“ครับนาย”

“เห็นผู้หญิง..”

เพราะไม่รู้ว่าควรใช้สรรพนามอะไรกับลูกน้อง พูดชื่อก็คงไม่รู้จัก จึงชะงักไปอึดใจหนึ่ง จากนั้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินลูกน้องกล่าวขึ้นมาเอง

“ผู้หญิงของนายเหรอครับ เห็นครับ เธอมาถามหาห้องครัว แล้วเดินไปทางนั้นครับ”

“ห้องครัว?”

เขาไม่ได้สะดุดเรื่องสรรพนาม แถมมองข้ามเลยด้วย กลับไปสะดุดกับสถานที่ที่เธอถามถึงและไปมากกว่า

“ครับ เธอถามด้วยว่านายชอบทานอะไร”

“อารมณ์ไหนวะ..” ก่อนจะพึมพำเสียงเบาเพียงตัวเองได้ยินเมื่อได้คำตอบจึงโบกมือไล่ลูกน้องให้กลับไปยังทางเดิมที่พวกเขาจะไปในทีแรก “อ่า ขอบใจมาก”

“ครับนาย”

ร่างสูงยืนเท้าเอวสอบอยู่ตรงทางเดินอยู่พัก กำลังช่างใจว่าควรจะเดินไปทางห้องครัว หรือเดินกลับห้องดี ท้ายที่สุดคำตอบที่ได้ก็คือเดินกลับ เรื่องอะไรเขาจะไปเสนอหน้าให้เธอเห็น ขนาดการกระทำยังว่าแปลก อีกเดี๋ยวคำพูดคงแปลกตาม การกลับไปตั้งหลักดีที่สุด

หลังจากเขาเดินกลับมายังห้อง นานหลายนาทีกว่าเธอจะกลับมา สิ่งที่สามารถเรียกเสียงเหอะ และการเหยียดยิ้มจากเขาได้ในวินาทีที่เห็นเธอ คือเธอบังอาจใช้งานลูกน้องของเขาให้ช่วยถือสำรับตามหลังมา

เหมันต์จ้องข้ามหัวไปยังลูกน้องข้างหลังร่างเล็กจนพวกเขาเริ่มเลิ่กลั่กกลัวกันหัวหด ทันทีที่เดินถือกันเข้ามาวางไว้บนโต๊ะอาหาร ก็พากันก้มหัวและลนลานวิ่งออกไปทันที

จากนั้นก็ลากสายตากลับมายังเธอ จ้องมองนิ่งไม่ต่างกัน

“นอนด้วยกันคืนเดียวกล้าขึ้นเยอะเลยนะ”

มือบางที่กำลังจัดจานให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะสมชะงักกลางคัน เธอกัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มภายหลังจังหวะเอี่ยวตัวมองข้ามไหล่ไปหา

“แล้วไม่ดีเหรอคะ ดีกว่าสาอยู่เฉยๆ”

“มันจะเปลืองโดยใช่เหตุ เราต้องอยู่ที่นี่กันอีกหลายวัน เสบียงที่พกมามันมีจำกัดไม่รู้เหรอ”

คราวนี้เธอขมวดคิ้ว กลางอกแสบร้อนแปลกๆ เมื่อถูกร่างสูงข้างหลังตำหนิอย่างเอาจริงเอาจัง เธอไม่ใช่คนหน้าหนาที่จะฟังอะไรเถือกนี้แล้วยังคงเฉยได้ เกิดมาสามสิบกว่าปีเคยโดนด่าอยู่ครั้งเดียวตอนเธอขับรถเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์ ทั้งที่ตอนนั้นเธอไม่ได้เป็นฝ่ายผิดด้วยซ้ำ

ทว่าเอาเข้าจริงที่เขาพูดก็เป็นไปได้สูง และเธอเองก็ตกใจที่ไม่ทันได้คิด

ตอนนี้อยู่ในป่า ลืมไปเลย

“ขอโทษค่ะ”

“ต่อไปไม่เอาแบบนี้แล้วนะ กินเฉพาะของที่จัดไว้ เอามาอุ่น กินง่ายๆ”

“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”

และที่ตลกยิ่งกว่า คือเขาแกล้งเธอและเธอก็เชื่อ ถึงไม่เห็นใบหน้า เห็นเพียงลาดไหล่ที่ห่อเข้าหาลำตัวจนเล็กก็เดารู้ว่ากำลังซีดขนาดไหน

อันที่จริงแค่เสบียงสั่งลูกน้องไปหามาทุกวัน อยากกินอะไรก็แค่ใช้ ฮ. ยังได้ เขาอยู่เพื่อที่นี่รอฆ่า ไม่ได้กบดานเพราะใครมาฆ่า มันต่างกัน

ต่อให้อยู่ในป่าห่างไกลชุมชุน หรือไร้สัญญาญาณ ก็ใช่ว่าจะเกินความสามารถของเขา

เขามีเจ้าหน้าที่อยู่ในกำมือ

“ทำอะไรมา” เสียงถอนหายใจดังก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นยืน ผละจากเก้าอี้ทำงานเดินเชื่องช้าอ้อมตัวเธอมายืนตรงหน้า เมื่อเห็นอาหารที่เธอทำถึงกับมุมปากกระตุก “นึกว่ามีดีแค่เดินแบบซะอีก กินสิ”

“คะ?” ลลิสาช้อนตามอง ขมวดคิ้วยุ่งก้มมองอาหารสลับกับหน้าเขา “คุณไม่กินเหรอคะ หรือว่าไม่ชอบ”

“เปล่า ที่ให้กินก่อน มันคือกฎของที่นี่”

“กฎ?”

“อืมฮึ มีการรับของจากใคร ผู้ให้ต้องกินก่อน เพื่อแน่ใจว่าไม่ได้ใส่ยาพิษลงไป จะทำกับข้าวให้ผมกิน คุณจะต้องเป็นหนูทดลอง”

เรื่องมากจริงๆเลยนะ

ทีแบบนี้ล่ะกลัวตาย ทีฆ่าคนอื่นละไม่นึกถึงใจเขา

ร่างบางคว่ำปาก ก่นด่าเขาอยู่ในใจ

“พูดออกมาตรงๆเลยดีกว่า ไม่ต้องด่ากันในใจก็ได้”

“แค่กๆๆ”

จังหวะตักอาหารเข้าปากเธอถึงกับสำลัก หันขวับมองร่างสูง และเห็นว่าเขาก็เลิกคิ้วสูงมองกลับมาเช่นกัน คล้ายตั้งคำถามว่าใส่ลงไปจริงใช่ไหม เธอจึงล้างมลทินการถูกกล่าวหาตอนสำลักด้วยการตักอาหารอีกจานเข้าปาก เคี้ยวและกลืนอย่างเอร็ดอร่อย จังหวะทำแบบนั้นก็เชิดหน้ามองเขานิ่งไปด้วย

เหมันต์เห็นภาพนั้นจึงยกยิ้ม พยักหน้า ก่อนจะลากเก้าอี้แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม

“คิดยังไงทำมื้อเที่ยงให้ผมกิน” อาหารถูกตักเข้าปากเขาแล้ว ร่างเล็กที่ยังขุ่นเคืองทำเพียงแค่เหลือบมองแต่ไม่ให้คำตอบใดๆ เธอเอาแต่กิน และกิน จนเหมันต์หัวเราะในลำคอ “ผมจะถือว่ามันคือมารยาทบนโต๊ะอาหารก็แล้วกัน”

จากนั้นต่างฝ่ายต่างเงียบจนกระทั่งจานของเหมันต์ไม่เหลืออะไรเลย เขากินจนหมดตามด้วยน้ำสะอาดหนึ่งแก้ว

“อร่อยดี คุณอยากทำแบบนี้ตลอดหรือเปล่า”

เมื่อท้องอิ่ม ความหงุดหงิดก็หายไปด้วย ลลิสาเงยหน้าขึ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย

“หมายถึงการทำอาหารนี่น่ะเหรอ”

“มันเป็นอย่างที่สองรองลงมาจากการเป็นนางบำเรอ หากคุณต้องการให้ผมตายใจ”

“.............”

ก่อนจะขมวดชนกันมากขึ้น พร้อมกับชะงัก คำพูดของเขาทำให้เธอใจสั่นแปลกๆ

“คุณกำลังทำให้ผมเชื่อใจคุณอยู่ไม่ใช่หรือ ผมก็กำลังบอกคุณอยู่นี่ไงว่านอกจากเป็นคู่นอนของผมแล้ว เสน่ห์ปลายจวักก็เป็นอีกอย่าง ถึงจะสู้คู่นอนไม่ได้ก็เถอะ”

“คุณรู้...”

มุมปากหยักคลี่ยิ้มเล็กน้อย ให้กับดวงตาคู่สวยนั้นที่กำลังขยายกว้าง

“ผมเข้าใจคุณนะ เป็นใครอื่นเขาก็คงทำแบบนี้ แต่ลลิสา..” ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ผมน่ะมันคนจำพวกไร้หัวใจ การจะทำให้ผมไว้วางใจด้วยวิธีของคุณ สมมุติว่ามันสำเร็จคงเป็นเพราะผมแกล้งโง่มากกว่า แบบประมาณว่า...ว่าง อยากเล่นด้วยอะไรทำนองนั้น”

ร่างเล็กเม้มปากแน่น มองคนตรงหน้าด้วยสายตาหวาดหวั่น แน่นอนว่าในสายตาเธอตอนนี้ร่างสูงตรงหน้าคงไม่ธรรมดา เพราะหากธรรมดาคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ในที่ที่อันตราย แต่ไม่มีใครเอาเขาลง

เธอคิดน้อยไป

น้อยไปจริงๆ

หญิงสาวก้มหน้างุด แอบซ่อนแววตาที่สั่นระริก ปล่อยลมหายใจแห่งความเหนื่อยล้า พร้อมน้ำตาแห่งความอึดอัดออกมา เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ไม่กล้าเงยขึ้นมาอีก จนกระทั่งรู้สึกถึงแรงกดตรงหลังหัว มารู้ภายหลังว่าเป็นจมูกของเขาที่จงใจโน้มลงมาฝัง และนั่นเป็นคำถามที่เธอถามตัวเองอยู่ในใจ ว่าเพราะอะไร ทำไม เขาต้องการอะไร

ก่อนจะกระจ่างทุกอย่างหลังเขาพูด

“อยากให้ผมไว้ใจ ปล่อยคุณไป คุณต้องเอาใจมาแลก”

“..........”

“แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็เอาร่างกายมาแลกแทน เผื่อความผูกพันตรงนั้นจะช่วยคุณ เข้าใจไหมครับ..คนสวย”

ลลิสาถึงกับสะอึกกลืนอาหารที่เคี้ยวค้างอยู่แทบไม่ลง พลางช้อนตาขึ้นทอดมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหายออกไปตรงระเบียง เพื่อสูบบุหรี่

ยอมรับว่าสิ่งที่เขาทำ ทำใจเต้นแรงไม่น้อย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel