บทที่ 22 คงใช่...
เช้าวันต่อมากับอากาศที่เหมือนเดิม เปลือกตาสีอ่อนขยับเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ก่อนเปิดออกมาอย่างค่อยๆ ภาพแรกที่เห็นคือของตกแต่งภายในที่เปลี่ยนไปในห้อง ที่ต่างกับเมื่อวานแม้กระทั่งเพดาน ร่างบางพลิกตัวมานอนหงาย ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่ก่อนจะถอนหายใจพรืด รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง แต่หลับสบายชะมัด
ต่อมาคือการเหลือบตาไปมองเขา คนบนเตียงสูงที่นอนอยู่ข้างๆ ทว่าตอนนี้ไม่มีเขาแล้ว เตียงนอนที่ไร้เจ้าของแต่สภาพของมันกลับยับเยิน ตามลักษณะผ้าห่มผ้าปูที่ถูกใช้โดยไม่ได้จัดเก็บให้เป็นระเบียบ ภาพนั้นเรียกร่างเล็กถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เกิดคำถามก่อนหน้านี้ใครกันพับผ้าห่ม เก็บที่นอนให้เขา
คานโลหรือ..
คงใช่..
เมื่อไม่ได้คำตอบเธอจึงลุกขึ้นจากที่นอน เริ่มจากการเก็บของตัวเอง ก่อนจะเก็บของเขาตามลำดับ และไม่ต้องเดาว่าเขาอยู่ที่ไหน ถ้าไม่มีในห้องนี้ ถ้าเขาจะไปไหนเธอไม่สนใจอยู่แล้ว
หลังจากเก็บทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็เดินเข้าห้องน้ำ ครั้งนี้ตั้งใจจะไม่ขออนุญาต เพราะมีเจตนาจะให้เขาเห็น หากไม่พอใจนั่นจะกลายเป็นชนวนเหตุให้เธอได้เริ่มแผนที่วาง
ยิ่งทำให้เขาหมดความอดทน ยิ่งเจอช่องโหว่ให้เธอรู้นิสัย
เมื่อเหยียบเข้ามาในห้องน้ำ อย่างแรกที่แวบเข้ามาคือการถูกใช้งานของมันเมื่อไม่นานมานี้ สังเกตจากพื้นเปียก บอกได้ว่าเขาเพิ่งจะอาบเสร็จแล้วออกไปนอกห้องหมาดๆ
พออาบเสร็จก็ออกมาหาชุดใส่ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ชุด ที่ขอให้เขาซื้อให้ในช่วงจังหวะลงจากเรือต่อด้วยเครื่องบิน คานโลเป็นผู้ถูกไหว้วาน เนื่องจากเขาเป็นผู้ชายที่ขาดความปราณีตจึงหยิบมาไม่กี่ชุด และชุดเหล่านั้นก็ไม่เข้ากับเธอเลยสักนิด
ขาเรียวเดินช้ามายืนที่ระเบียงห้องมองไปรอบๆ ยิ่งเห็นต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกหิมะปกคลุมเริ่มเพิ่มระดับความหนาก็ยิ่งรู้สึกเปลี่ยวใจ เธอข้ามน้ำทะเลมาเพื่อสิ่งนี้นะหรือ การได้สวมหน้ากาก และไร้ซึ่งตัวตน
เดิมทีเพียงต้องการหาประสบการณ์เพิ่มจากดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าแตกต่าง จำได้ว่าก่อนมาและรับงานนี้ยังขอกับผู้จัดการฉ้อโกงนั่น เสร็จงานนี้จะพักยาว ก็ไม่คิดว่าจะพักยาวแบบนี้ แบบยาวไม่มีกำหนด แถมไม่มีสัญญาณใดบ่งบอกว่าเธอจะได้กลับก้าวขึ้นเวทีได้อีก
ไม่พอเธอยังมาตกเป็นเชลยของผู้ก่อการร้าย
“เฮ้อ..แค่ชั่วข้ามคืนเดียวเอง ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ”
พอได้นอนที่นี่เธอก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ เก็บกวาด ล้างห้องน้ำให้หมดแล้ว ถ้าเป็นห้องนั้นที่มีฝุ่น ปกติจะอยู่แต่ในห้อง รอคนของเขายกข้าวมาให้ กินข้าวเสร็จก็จะนั่งกอดเข่า เพลียหน่อยก็หลับกลางวัน ตื่นมาก็นั่งเล่นเหมือนเดิม ยาวไปจนฟ้าเปลี่ยนสี ทำอยู่แบบนี้วนเวียน ท่ามกลางห้องที่มีฝุ่นหนาเตอะ คิดเอาเถอะเธอทรมานแค่ไหน
โดดเดี่ยวไม่พอ ไม่มีใครสนใจอีก
หลายวันมานี้เธอป่วยอ่อนๆ เพราะอากาศที่แปรปรวนเปลี่ยนแปลงกะทันหัน บวกกับร่างกายภูมิตกจึงทำให้นอนซม โดยไม่มียารักษาตกถึงท้องสักเม็ด แน่นอนว่าเธอหายเองและเขาก็เปิดประตูเข้ามา ชวนขึ้นมานอนที่นี่ ก็ตอนที่เธอหายดีแล้ว
“หรือว่าจะหาอะไรทำ”
ในเมื่อคิดจะสร้างภาพลวงตาให้แก่เขา มาเฟียผู้โหดร้ายคนนั้น เธอก็ต้องเป็นฝ่ายรุก วางหมากบนกระดานเอง ลองกันสักตั้งจะได้รู้ว่ามีอะไรที่เขาโปรดปราน และตรงไหนที่เขาไม่ชอบพอ
ว่าแล้วเธอก็เดินจากห้องเดินไปสำรวจ ทุบกำแพงความกลัวชายฉกรรจ์ลูกน้องของเขาที่มีจนขึ้นสมอง ซึ่งเดินกันเกลื่อนทั่วพื้นที่ไปในพริบตา แลกดึงความกล้าหวังรอดชีวิตออกมาใช้
“โทษนะ เห็นคุณอินเวร์โนไหม”
เธอใช้ภาษาสากลในการไถ่ถาม ขณะเดินสวนกับลูกน้องของเขาสองคนที่เดินผ่านมา พวกเขาหยุดชะงักพลางหันมองหน้ากันเอง
“อยู่ที่โกดังครับ แต่คุณอย่าเข้าไปดีกว่า”
ถึงไม่ค่อยจะพอใจปนความกล้าๆกลัวๆก็ยังคงฉีกยิ้ม หญิงสาวยิ้มแฉ่งโบกมือรัวๆพลางส่ายหน้า
“ไม่ไปหรอกจ้ะ แค่ถามเฉยๆ ฉันอยากทำอาหารให้เขา รู้ไหมว่าเขาชอบกินอะไร”
“เรื่องนั้น..พวกเราไม่รู้หรอกครับ ไม่เคยร่วมโต๊ะกับนาย”
เออว่ะ เธอไม่น่าถาม ถ้าเป็นคานโลก็ว่าไปอย่าง
“ถ้าอย่างนั้นรู้ไหมว่าครัวอยู่ไหน”
“รู้ครับ คุณเดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายก็ถึง”
ลลิสาพยักหน้า ท่าทางร่าเริงเกินกว่าเหตุ มาหุบยิ้มก็ตอนเดินห่างออกมาจากพวกเขาแล้ว มุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่บอก
ระหว่างทางที่เดินเจอเธอลูกน้องของเขาอีกหลายคน น่าแปลกที่พวกเขามักจะก้มศีรษะให้มากกว่าทำเป็นเมิน จนกระทั่งถึงที่หมาย
ห้องครัวจัดว่าเยี่ยม
หลังเดินหลุดพ้นธรณีประตูเข้ามา เธอยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นพักหนึ่งเพื่อตั้งหลัก ใช้ความคิดว่าเธอควรจะทำอะไรให้เขากินดี เท่าที่สังเกตหากไม่แกล้งกันโดยการนำอาหารแบ่งแยกชั้นวรรณะมาให้ จะเห็นว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอได้กินแต่ของเดิมๆ ที่ผ่านการอุ่นร้อนแบบแช่แข็งสำเร็จรูปมาแล้ว
แน่นอนว่าถ้ามัวแต่ยืนคิดไม่เดินไปดูวัตถุดิบ เธอจะไม่มีทางคิดออก จึงกวาดสายตาสำรวจเปิดโน่นนี่นั่น และเห็นว่าส่วนใหญ่ในครัวแห่งนี้เก็บแต่อาหารสำเร็จรูปไว้ในตู้แช่แข็ง
เข้าใจดีว่าไม่มีแม่ครัว และเข้าใจดีว่าอยู่ที่นี่ชั่วคราว แต่เจตนาจริงๆของหญิงสาวไม่เพียงแค่จะเข้าครัวแล้วรังสรรค์อาหารเพื่อแสร้งเอาใจเขา หากแต่ตัวเธอเองก็เบื่อของจำเจพวกนั้นเช่นเดียวกัน
“ทำไรดี”
ของสดก็ไม่มี เท่าที่เห็นไม่เส้น ก็ชีส และขนมปัง ยังมีมันฝรั่งอีกอย่าง กับผักที่เหลือติดตู้เย็นอีกนิดหน่อย
หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ เมื่อหนีไม่พ้นเมนูง่ายๆอย่างชีสฟองดู กับแอลเพลอร์มาโกรเนน ว่าแล้วเธอดึงแขนเสื้อ เตรียมหาถุงมือยาง และผ้ากันเปื้อน เมื่อทุกอย่างครบก็เริ่มทำทันที
