บทที่ 12 เจ้าชายหิมะ
เธอเดินตามไปเรื่อยๆ ผ่านความมืดสลับกับแสงสว่างจากดวงไฟสีเหลืองนวล ก่อนชะลอช้าก็ตอนคนที่เดินนำอยู่หยุดยืนนิ่ง
เบื้องหน้าของเธอคือห้องหนึ่งที่ถูกปิดกั้นด้วยประตูไม้ เมื่อมันถูกเปิดเข้าไปถึงได้รู้ว่านั้นคือห้องเก็บของ
“ให้ฉันอยู่ที่นี่เหรอ”
หญิงสาวชี้หัวแม่มือเข้าไปในห้อง หลังเดินอ้อมมายืนประจันหน้า คานโลพยักหน้าไม่ได้แสดงความรู้สึก ในขณะเธอตอนนี้หน้าซีดไปแล้ว
“ฉันแพ้ฝุ่น”
เป็นเรื่องจริง ลลิสาแพ้ฝุ่น เป็นมาตั้งแต่เด็กซึ่งถ้าสูดเข้าไปเยอะจะทำให้เป็นหอบหืดได้
“ผมไม่ได้ถูกสั่งมาให้รองรับเรื่องนี้ครับ นายแค่ให้หาห้องให้คุณ เอาห่างไกลจากพวกนั้น ไม่ใกล้นาย แต่ให้อยู่ในตึก ตอนนี้ที่ดีที่สุดก็คือห้องนี้แล้วครับ”
“นี่คือ..ดีที่สุดแล้วเหรอ”
ร่างเล็กมองไปรอบๆ ก็เห็นมีแต่หยากไย่ และฝุ่นหนาเต็มพื้นไปหมด ถึงจะมีเตียงนอนขนาดห้าฟุตที่คลุมผ้าไว้ หากเปิดออกมาแล้วใช้ฝ่ามือตบก็คงไม่ต่างกัน แน่นอนฝุ่นฟุ้งกระจาย
“ครับ ดีที่สุดแล้ว ถ้าคุณไม่อยากนอนอยู่แบบนี้ทั้งหนึ่งสัปดาห์ ผมแนะนำให้คุณทำความสะอาดก่อน”
“หนึ่งอาทิตย์!”
“ครับ”
พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเตรียมเดิน ทว่ามือเธอไว เพราะยังมีเรื่องค้างคาอีกเยอะ จึงดึงเสื้อเขาเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน”
“ครับ?”
คานโลหยุดเดินเหลียวหลังมองข้ามไหล่ จุดที่น่าหมั่นไส้ที่สุดคงหนีไม่พ้นการเลิกคิ้วสูงของเขาตอนนี้ เพราะมันกวนตีน
“ไม่มีแม่บ้านมาด้วยเหรอ แบบว่า..”
“ไม่ครับ ไม่มี ตอนนี้คุณคือผู้หญิงคนเดียว และคิดว่าเช้ามาจะต้องกลายเป็นแม่บ้านครับ เพราะนายสั่งผมพาคุณไปเจอ”
“ห๊ะ..” ดวงตาคู่สวยเบิกขึง ลืมเรื่องฝุ่นไปเลยทันที ภาพตอนเขาถือดาบยังติดตาไม่หาย “เจอเขาเหรอ”
“ครับ พรุ่งนี้นายจะป้อนงานให้คุณ นอนเถอะครับ อย่างน้อยก็ได้อีกสองชั่วโมง แล้วผมจะกลับมา”
ดูท่าจะคุยไม่รู้เรื่อง คนตรงหน้าเย็นชาชะมัด ลลิสาปั้นหน้าบึ้ง ปล่อยมือจากชายเสื้อสูทที่ดึงอยู่ พลางกอดอก ซึ่งนั่นเป็นท่าทางประจำตัวตอนเธองอแง
“ก็ได้.. ถ้าอย่างนั้นมีแมสไหม ขออันนึง”
“ครับ?”
“แมสไง หน้ากากอนามัยอ่ะ”
ซึ่งมีมากจนต้องแยกเขี้ยวขึงตาใส่คนตรงหน้าอย่างไม่นึกกลัว เอาสิ ด่ากันตอนนี้มีสวนนะ หญิงสาวโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว เวลาเธอโกรธเอาจริงไม่กลัวตายนะ
ขณะที่กำลังก่นด่าคานโลอยู่ในใจ สมองเกิดนึกไปถึงดาบที่ปักทะลุอก และมีเสียงฉึก
เออ กลัวนิดนึงก็ได้
สองชั่วโมงผ่านไปไวมาก เธอในสภาพเหลือแต่ดวงตาเพราะใส่แมส นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คานโลสั่งให้เธอหลับแต่ใครมันจะหลับลง ตอนเข้ามาแล้วเปิดไฟสีขาวที่สว่างไปทั้งห้อง มันคงจะดีมากและห้องคงน่าอยู่มากหากมันสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เธอที่กำลังนั่งสบตากับแมงมุมอยู่แบบนี้
แถมความว่างปนเหงาเพราะไม่มีโทรศัพท์การนั่งจ้องมองสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเธอในปัจจุบัน จนเห็นวิวัฒนาการของมันทั้งหมดจนจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่รอมร่อ
จนกระทั่ง..
ก็อก ก๊อก ก๊อก
บานประตูห้องของเธอถูกเคาะ เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่ใครอื่นแน่ เธอจึงลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้วไปเปิดอย่างว่าง่าย ภาพที่เห็นคือคานโลเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ไปแล้ว ส่วนเธอยังคงสวมชุดเดิม แถมมอมแมม
“เขาให้มาตามแล้วเหรอ”
“ครับ ตามผมมา”
ลลิสาพยักหน้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั่นแต่โดยดี ระหว่างเธอแวะชมบรรยากาศข้างทางไปด้วย ตอนนี้รอบนอกคือหิมะเบาบาง และมีโปรยลงมาเล็กน้อย
โชคดีที่ชุดของเธอเนื้อผ้าหนา จึงไม่รู้สึกว่าหนาวเท่าไหร่ หากจะรู้สึกก็คงเป็นใจของเธอกระมังที่ร้อนๆหนาวๆ ขณะก้าวเดินทอดน่องตามไปเรื่อยๆ กระทั่งหยุดอยู่ตรงบานประตูที่มีสัตว์ดุร้ายอยู่ข้างในนั้น
และเธอก็คล้ายเหยื่อที่ถูกส่งเข้าโรงเชือด
“นะ นายไม่เข้าไปเหรอ”
ใจหายวูบก็ตอนร่างสูงผู้นำทางไม่ยอมเดินตามมา แต่ผลักประตูให้ หลังเคาะขออนุญาตเป็นที่เรียบร้อย
“ไม่ครับ นายให้พาคุณมาส่ง แล้วให้ผมไปคุมคนต่อ”
พอพูดจบเขาก็เดินไปเลย ทิ้งเธอเอาไว้คนเดียว หญิงสาวมองตามเตรียมจะตะโกนเรียกเขา ไม่ทันได้ขยับปาก มีเพียงมือที่ยื่นออกไปคว้าอากาศข้างหน้า เมื่อฉุกคิดได้ว่าไม่ควรทำแบบนี้ ถ้าคนในห้องไม่พอใจขึ้นมาจะเกิดเรื่องเอาได้ สู้ทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปอย่างปกติจะดีกว่า เผื่อเขาจะเหมือนตอนแรกที่เจอกัน
แอด..
มือบางผลักประตูเข้าไป ก่อนจะชะงักเมื่อภาพนี้เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อสองวันก่อน เหมือนกันชนิดที่ว่าตอนนี้เขาก็นั่งหันหลังให้
“ฉันมาแล้วค่ะ”
สาวเจ้าเอ่ยเสียงเบา จากนั้นก็มองหาเก้าอี้ว่าง แน่นอนว่าเธอรออีกประโยคหนึ่งของเขา คือบอกให้เธอนั่ง ทว่า..
ฟึ่บ!
ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อเขาลุกขึ้นยืนและหมุนตัวมาประจันหน้ากับเธอ
“ลลิสา..” ความตื่นเต้นผุดขึ้นมานับแต่นั้น “ยินดีต้อนรับสู่นรกภูมินะครับ”
ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ แต่เสียงทุ้มต่ำฟังแล้วชวนขนลุกนั่นด้วยที่ทำให้เธอยืนตัวแข็งทื่อ ว่าแต่ประโยคตอนท้ายเขาพูดว่าอะไรนะ สาวเจ้าจิตหลุดตั้งเรียกชื่อเธอเลยไม่ได้ยิน
“.....”
“เงยหน้าขึ้น”
ปกติเธอเป็นคนที่ปากแจ๋วใช้ได้เลย ไม่รู้ทำไมพอมาอยู่ต่อหน้าเขาเหมือนแมวเชื่องๆทุกที
“ค่ะ”
ลลิสาทำตาม ช้อนตาจากการหลุบต่ำขึ้นมามอง ส่วนหน้าก็เงยขึ้นตามทีหลัง พอเห็นใบหน้านั่นชัด ลมหายใจถึงกับสะดุด
คำถามที่วนเวียน คือเขาจริงๆใช่ไหมที่เอาดาบแทงร่างคน แบบว่าแทงจนทะลุแล้วเอาเท้าถีบยันอีกที
เขาดูไม่ใช่
ในใจเธอเถียงหัวชนฝา ทว่าสมองที่มีภาพจำเหล่านั้นนั้นกลับเป็นพยานว่าเป็นความจริง
“ทำอะไรเป็นบ้าง”
ร่างสูงตรงหน้าหล่อชะมัด หล่อชนิดที่ว่าไม่มีอยู่จริง ใบหน้าเย็นชา นัยย์ตาเยือกเย็น ผมสีดำขลับ ผิวขาวดุจแวมไพร์ นี่มันเจ้าชายหิมะชัดๆ
“ยังอยู่ไหม”
“.........”
“ตายแล้วเหรอ”
“หะ หา..”
“ก็ยังไม่ตายนี่ แล้วทำไม ไม่ตอบคำถาม”
แต่ปากหมาเอาเรื่อง
เหมือนกันเลย ทั้งลูกน้อง ทั้งเจ้านาย
ให้ตาย!
