บท
ตั้งค่า

บทที่ 13 ต้องเรียนรู้อะไรอีกไหม

ลลิสานิ่วหน้า สำหรับเธอนี่ไม่ใช่เรื่องตลก คนตรงหน้าดูเคร่งขรึมจนเธอประหม่า

“คือ..”

เธอจะตอบได้ยังไงในเมื่อใจของเธอตอนนี้อยากขอให้เขาปล่อย

เพราะมัวแต่อ้ำอึ้ง เขาก็เลยขมวดคิ้ว หากแต่ยืนมองนิ่งไม่ถามไถ่ แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้เธออึดอัด

สายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวมากๆ

“ถ้าอยากจะให้ปล่อยกันไป คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”

ไม่รู้เป็นเพราะสีหน้าของเธอที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน หรือว่าเขากันแน่ที่ฉลาดหลักแหลมถึงได้อ่านใจออก หากเป็นอย่างหลังก็สมแล้วที่เขาเป็นมาเฟีย ถือว่าเก่งกาจในเรื่องของการมองคน ทว่าการพูดออกมาตรงๆด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแบบนั้น ราวกับไม่ได้ทุกข์ร้อน ทั้งที่กำลังทำเรื่องไร้มนุษยธรรม กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ และทำเธอเสี่ยงหัวใจวายตาย

ฟังแล้วหดหู่ฉิบหาย

เขาเอาจริงดิ?

“แบบนี้ก็ใจร้ายกันเกินไปนะ”

“หรือว่าจะตาย ผมว่ามันก็ง่ายดี”

ง่ายกับผีน่ะสิ

ร่างเล็กชะงัก นึกไม่ถึงขนาดพึมพำเสียงเบา ต้องการให้ได้ยินแค่ตัวเอง เขายังได้ยิน ทำเอาเธอหน้าร้อนวูบวาบ ไปไม่ถูกเลยทีนี้

แต่ไหนๆก็ไหนแล้ว เธอออยากลอง

“คุณ..ฉันจะไม่บอกใครจริงๆนะ”

ทว่า

กลายเป็นการสร้างแรงประหม่าเพิ่ม เมื่อความเงียบเข้าปกคลุม และเขาย้ายจุดยืนเดินไปยังโต๊ะบาร์ อ้อมไปข้างหลัง หยิบบรั่นดีราคาแพงพร้อมแก้วใบหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นบาร์เทนเดอร์บริการชงเหล้าให้กับตัวเอง ก้มหน้าก้มตาตวงส่วนผสมอยู่พัก ไม่สนใจเธอ และท่าทางที่นิ่งสงบ สุขุมนั้น กำลังทำให้เธอหวาดกลัว

เขากับเธอคุยเรื่องสำคัญกันอยู่หรือไม่ใช่?

แล้วเหตุใดเหล้าตรงหน้าถึงได้สำคัญกว่าซะงั้น เขาทำแบบนี้ก็เท่ากับตัดความหวังของเธอเป็นนัยๆ

หญิงสาวหน้าเสีย ลบริมฝีปาก ใช่ เธอ..จบเห่แล้ว

ลลิสายืนเอามือถูกันไปมาอยู่หลายนาที เนื่องจากหลังชงเสร็จ และยกขึ้นมาจิบ เขานั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คดูด้วย ทำราวกับเธอไม่มีตัวตน เป็นคอลลอยด์

และแน่นอนเขาปล่อยให้เป็นแบบนั้นอยู่พัก จนกระทั่งเหล้าหมด

“จุดเตาผิงเป็นหรือเปล่า”

ลลิสาเกือบจะหลับแต่กลับมาได้

“คะ?”

“ประสาทหูของคุณเสื่อมสินะ”

แต่ถ้าเป็นแบบนี้เธอว่าเธอหลับดีกว่า

“ขอโทษค่ะ คุณ..”

“อินเวร์โนครับ”

เขาบอกเชื่อเธอแล้ว เธอควรดีใจหรือไม่นะ..

“ค่ะคุณอินเวร์โน เมื่อกี้ฉันใจลอย คุณช่วยพูดอีกรอบได้ไหมคะ”

“ไปจุดไฟ”

“.......”

ร่างเล็กถึงกับชะงัก เป็นสามพยางค์ที่เปลี่ยนชีวิตกันอีกแล้ว ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ยินอะไรเลย เว้นคำว่าผิง เมื่อเขาพูดอีกครั้งสัญชาตญาณจึงสั่งให้หันไปมองเตา และหันมามองเขาอีกที ครั้งนี้พวกเขามองหน้ากัน ทว่าสายตาของฝ่ายชายนิ่งมาก จนหญิงสาวเป็นฝ่ายต้องหลบ กลบเกลื่อนท่าทางประหม่า ด้วยการเกาท้ายทอย

“เอ่อ ขอสารภาพค่ะ ทำไม่เป็น”

เธอทำไม่เป็นจริงๆ แต่ไม่คิดว่าคำตอบตรงไปตรงมาของเธอ จะทำให้เขาตึงเข้มกว่าเดิม เขาไม่ได้จ้องเธอแล้ว แต่ความเงียบที่ไม่พูดอะไรเลย ทำเหมือนกับว่าไม่ได้ถือสาอะไร ทั้งที่จริงโคตรจะเก็บทุกเม็ด ไม่คิดจะหย่อนยาน ก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

“คานโลบอกผมว่า คุณสอนครั้งเดียวก็จำ ถ้าอย่างนั้นผมจะสอนคุณ และหลังจากนี้ก็จำใส่หัวไว้ด้วยนะครับ เพราะระหว่างที่อยู่ที่นี่ คุณจะต้องทำมันทุกวัน”

ลลิสายิ้มสู้ ทำไงได้ล่ะ เอะอะก็จะฆ่า เธอยังไม่อยากตายนะโว้ย

“ยินดีจำใส่หัวค่ะ รบกวนคุณด้วยนะ”

ต่อให้ประโยคนี้ออกมาจากน้ำเสียงที่ร่าเริงใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม เขารู้ว่าเธอแสร้งทำ แถมรู้ว่าจังหวะเขาปิดจอโทรศัพท์ สายตาคู่นั้นลอบมามองมาด้วย เธอคิดอะไรอยู่ เขากระตุกยิ้ม ก่อนจะจงใจโยนโทรศัพท์ลงบนเบาะโซฟาให้เธอเห็น จากนั้นก็เดินตรงไปทางเตา

“ตามมา”

ร่างสูงเดินนำไปยังเตาผิงที่ตั้งตระหง่านให้เห็นกันชัดๆ ก่อนจะเริ่มปฏิบัติให้ดู แน่นอนเธอนึกว่ากำลังเรียนอยู่กับครูที่เป็นใบ้ เพราะเขาไม่พูดกับเธอเลย แต่ส่งสัญญาณให้ตั้งใจดูแทน ตั้งแต่การเปิดแดมเปอร์ อุ่นปล่องไฟ วางเชื้อเพลิง และจุดไฟ

“ฉันต้องมาทำให้เหรอคะ มันดูง่ายมากคุณทำเองก็ได้นี่” ร่างเล็กเอ่ยทั้งที่ไม่ได้มองหน้าเขา แต่พอพูดจบแล้วหันไปมองถึงกับสะอึก “โทษค่ะ ฉันลืมตัว”

เนื่องจากสายตาที่มองกันอยู่ในตอนนี้นั้น มีความร้อนที่ระดับนำไปกว่าไฟในเตาไปซะอีก

“ต่อไปนี้มันคือหน้าที่คุณ”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”

หญิงสาวพยักหน้า ตกลงอย่างว่าง่าย ใจหนึ่งก็นึกกลัว อีกใจเหนื่อยเกินกว่าที่จะท้าทาย เธอรู้ทำไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้อยู่เฉยๆและหาทางหนีอย่างเงียบๆจะดีกว่า อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้จะฆ่าเธอตั้งแต่แรก และเธอก็เชื่อว่าคนเราจะต้องมีช่วงสะเพร่า ดังนั้นสิ่งเดียวที่ควรจะทำที่สุดคือทำให้เขาตายใจ

“มีอะไรให้สาเรียนรู้อีกไหมคะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel