บทที่ 10 จากนางนกต่อ สู่เชลย
“นายส่งผมมาเจรจา”
ไม่พอเสียงพูดก็เย็นชาอีกด้วย
“นายของคุณคือคนที่ถือดาบคนนั้นใช่ไหม”
แต่แล้ว..
เพียงแค่เธอเอ่ยประโยคนี้ ราวกับว่าแสงที่เจิดจ้าบ่งบอกช่วงเวลาเที่ยงวันดับวูบหายไป สายตาตวัดมองมา ไม่เหมือนเขาคนเมื่อวาน
“ปกติคุณเป็นคนปากพล่อยแบบนี้เหรอครับ”
เมื่อรู้ว่าพลาดไปแล้ว เธอไม่ควรถามเขาตรงๆจึงเม้มปากแน่น และรู้ทันทีว่านี่คือสาเหตุทำให้เธอถูกมัดแบบนี้
“มะ ไม่ ปกติไม่ปากพล่อย ฉันไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้าน และถ้ามีคนสั่งว่าไม่ให้พูดก็จะไม่พูด”
หญิงสาวอธิบายอย่างลนลาน ประโยคที่ออกมาจากเธอคือความจริง เห็นเธอเป็นคนเช่นนี้ แต่แท้จริงไม่เคยสนใจเรื่องของใครมากนัก
“แน่ใจ?”
“ค่ะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ”
สิ้นสุดคำขอ เธอเห็นเพียงรอยยิ้มน้อยๆที่เปื้อนหน้า เดาไม่ออกเลยว่าคานโลตรงหน้าคิดอะไรอยู่กันแน่
จนกระทั่งเขาโน้มตัวลงมา
“ขอโทษครับ นายไม่ได้สั่งผมเรื่องนั้น”
“ละ แล้วเขาให้คุณมาทำอะไร”
“เขาให้ผมมาถามคุณว่าอยากอยู่หรืออยากตาย”
คำตอบถูกโพล่งออกมาทันทีแบบไม่คิด ร่างเล็กถึงกับนั่งตัวแข็งทื่อ ดวงตามองไปยังคนตรงหน้า ความสิ้นหวังถาโถมเข้ามา เธอเป็นนางแบบไม่ใช่ดาราที่จะเล่นละครเป็น หากก่อนหน้านี้เห็นเขาฆ่าคนโดยไม่ลังเล นั่นหมายความว่าสิ่งที่คานโลไม่ห่างไกลความจริงนัก
เขาทำเธอลง และสามารถฆ่าได้อย่างไม่ลังเล
ตอนนี้คำสั่งคงถูกถ่ายทอดมาว่า ให้ไว้ชีวิตของเธอเพื่อแลกกับบางอย่าง และฆ่าเธอทันทีถ้าเธอไม่ยินยอม
ดังนั้นหากกลัวตายยังรักชีวิต เธอก็ไม่ควรต่อรองอะไรทั้งนั้น
“สะ สองข้อเองเหรอ”
“ครับ”
ดวงตาคู่สวยหลุบลงต่ำ ของเหลวถูกผลิตเอ่อล้นออกมามากมายเกาะกันเป็นก้อน ก่อนจะกลิ้งไหลพากันลงมาอย่างไม่รู้ตัว หญิงสาวแสะยิ้ม เพิ่งรู้น้ำตาแห่งความสิ้นหวังและกลัวตายมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
“แล้วถ้าฉันไม่อยากตายล่ะ”
แต่คนเราหากยังเลือกได้ก็แปลว่ายังมีความหวังอยู่ เธอถึงได้เอ่ยถามหยั่งเชิงดู และแน่นอนคำตอบที่ได้มา เหมือนกับที่คิดไว้ไม่มีผิด
“ก็ต้องดูว่าคุณมีความสามารถอะไรบ้าง”
ผลประโยชน์สินะ เธอเข้าใจมันดี ที่ผ่านมาทุกคนที่เข้าเธอก็หวังเรื่องนี้ด้วยกันทั้งนั้น
ลลิสาช้อนตาขึ้นมอง ม่านตาที่เปียกปอนและพร่ามัว สะท้อนคนตรงหน้า ในตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการอะไร นอกจากการหลุดพ้นจากพันธนาการ และน้ำสะอาดสักขวด
“ความสามารถของฉัน คือการเรียนรู้ครั้งเดียวฉันก็จำ หลังจากนั้นก็ลงมือทำ พวกคุณมีอะไรให้ฉันช่วยก็แค่บอก ขออย่างเดียวอย่าให้ฉันต้องฆ่าคน”
คานโลได้ยินอย่างนั้นจึงเผยยิ้ม เขารู้เธอเป็นคนฉลาด และความฉลาดจะนำพาเธอไปสู่หนทางแห่งการเอาชีวิตรอด
“ให้คุณฆ่าคนผมคิดว่าคงไม่ อย่างมากก็แค่..มีส่วนร่วม”
หนึ่งวันหนึ่งคืนกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ตอนนี้ลลิสาถูกปลดพันธนาการและพาออกมาจากที่นั่นแล้ว แต่ถึงโซตรวนจะหลุดพ้นจากกายอย่างไร อิสรภาพที่ควรจะได้รับก็ยังไม่มีอยู่ดี หลังจากนี้เธอคงไม่ต่างอะไรจากนักโทษ และคิดว่าหากเธอยังไม่คิดหาวิธีช่วยเหลือตัวเองให้หนีได้ นานไปถึงไม่ตายด้วยคมดาบ ก็คงจะตายทั้งที่ยังหายใจอยู่
อย่างที่เห็นพวกนี้โหดเหี้ยม โดยเฉพาะนายของมัน!
“เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ”
เพียงแค่ตอบตกลงเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ อาหารและน้ำ พร้อมเครื่องแต่งกายก็ถูกนำมาประเคนให้เธอทันที
“ฉันยังอยู่ในย่านเวนิสใช่ไหมคะ”
เธอถามคานโลที่ยืนคุมเธออยู่ตรงหน้า เขาดูเธออยู่ไม่ห่างตั้งแต่ต้น ราวกับว่ากลัวเธอจะหนี ทั้งที่ก็เห็นผู้หญิงตัวเล็กที่ไร้ทั้งเรี่ยวแรง และเงินทอง อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ก็ค่อนข้างซับซ้อน เกินกว่าเธอจะเข้าใจ เธอที่ไม่รู้อะไรเลยจะหนียังไงรอด
“ใช่ครับ ช่วงดึกถึงจะเดินทาง”
มือบางที่กำลังเอื้อมไปหยิบพิซซ่าในถาดขึ้นมาชะงัก ช้อนตามองร่างสูงสีหน้าฉงน
“ปะ ไปไหนเหรอ”
“เรื่องนี้คุณไม่ควรรู้ครับ รู้แค่ว่าจะพาคุณไปทำงานก็พอ รบกวนช่วยกินให้อิ่ม นอนให้หลับ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่องานใหญ่ครั้งนี้ด้วยครับ”
ลลิสาสะอึกเล็กน้อย แต่ก็ยังยิ้มสู้ ปากก็เคี้ยวพิชซ่าคำโตไปด้วย กลบเกลื่อนความน่าอัปยศครั้งนี้ เพราะปกติคนอย่างเธอไม่เคยก้มหัวให้ใคร และตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องนอบน้อม เว้นก็แต่เธอจะเป็นคนผิดจริงๆ ซึ่งนั่นก็ยากมากพอควร คนอย่างเธอเย่อหยิ่งเกินกว่าจะทำเรื่องผิดพลาด ยิ่งต้องตกเป็นเบี้ยล่าง ก็ยิ่งไม่มีทางได้เกิด
กับเรื่องนี้ ยังนึกแปลกใจอยู่เลย เพราะเหตุใดกันถึงยอม เพราะเงินห้าสิบล้าน หรือเพราะตอนนั้นไม่กล้าปฏิเสธเขา ?
“ไม่ได้พาไปขายใช่ไหม”
“......”
“หรือว่าให้ไปเป็นนกต่อแบบเมื่อคืนอีก”
“........”
คอนโลไม่ตอบ เลือกที่จะจ้องมองกันนิ่งแทน
“อ่ะๆ คำถามนี้คิดว่าฉันควรจะรู้นะ”
“......”
“นายของคุณจ่ายห้าสิบล้านให้ฉันหรือยัง”
ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดสุดลึก พลางส่งยิ้มบางๆมาให้ ก่อนที่จะตอบคำถามของเธอ อย่างชัดถ้วยชัดคำ
“นายกะจะจ่ายให้หลังฆ่าเสร็จ แต่ตอนนั้นคุณโผล่เข้ามาซะก่อน เลยคิดว่าจ่ายไปก็ไม่มีประโยชน์ คุณไม่ได้ใช้..”
ได้ยินอย่างนั้น พิซซ่าคำโตที่ว่าเกือบติดคอ เธอสำลักจนเขาต้องยื่นน้ำ
“อีกอย่าง.. การจ่ายไปในตอนนั้น ต่อให้คุณได้กลับไป ก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี เพื่อนของคุณเธอหนีไปแล้ว ตั้งแต่คุณทำงานยังไม่เสร็จ พร้อมกับโทรศัพท์ของคุณ”
เล่าได้เห็นภาพมาก ขาดแต่คำว่าเซอร์ไพรส์~
คราวนี้ไม่ได้สำลักน้ำ เพราะเธอกลืนมันทัน แต่อาจจะสำลักน้ำลายแทน
“พูดอะไรบ้าๆ ไม่จริงหรอก”
ลลิสาหัวเราะกลบเกลื่อน แสร้งหันไปทางอื่น เอาจริงถึงเขาจะแกล้งก็ไม่สมควรนะ เพราะมันทำให้เธอตกใจจริง
ทว่า..
“นายของผมไม่เคยทำเรื่องไร้สาระครับ การสืบประวัติคุณ และปกป้องเงินของคุณเป็นครั้งแรกที่นายให้พวกผมไปทำ”
เกือบจะดีแล้วเชียว ฟังเสร็จก็อยากจะขอบคุณอยู่ แต่ติดอยู่นิดเดียว หญิงสาวชะงักค้าง เหลือบตาขึ้นมองเขา พร้อมคว่ำปาก
“ระ ไร้สาระเลยเหรอ?”
ไอ้พวกนี้นี่มัน.. ปากร้ายชะมัด
