บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ทำอาหาร

จินจื่ออี้ลุกขึ้นยืน พลันสั่งการขึ้นว่า "ไปบอกคนในห้องเครื่องเล็กให้เตรียมใบบัวไว้หน่อย ข้าอยากจะทำอาหาร"

เสี่ยวชุ่ยชะงักไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มถาม "ซูเฟยจะทำถวายฝ่าบาทหรือเพคะ"

เดิมทีนึกว่าจินจื่ออี้จะพยักหน้าตอบรับ แต่กลับเห็นนางส่ายหัว "ฝ่าบาททรงเสวยแต่อาหารที่ประณีตเลิศรส หากนำของแบบนี้ไปถวายจะถูกตำหนิเอาได้"

ความหมายก็คือนางจะทำไว้กินเอง

เสี่ยวชุ่ยยิ่งรู้สึกว่าตนมองจินจื่ออี้ไม่ออกเข้าไปใหญ่ ดูเหมือนซูเฟยจะไม่คิดแก่งแย่งชิงดีกับใคร ทุกอย่างดูราบเรียบไปเสียหมด ยามฝ่าบาทเสด็จมาก็ไม่เห็นนางจะดีใจ ยามฝ่าบาทไม่เสด็จมาก็ไม่เห็นนางจะโศกเศร้าอาวรณ์

ราวกับว่านางไม่ได้เก็บฝ่าบาทไว้ในใจเลยแม้แต่น้อย

เสี่ยวชุ่ยคิดว่าความคิดนี้อาจจะดูน่าขันไปสักนิด สตรีในวังหลวงแห่งนี้ล้วนอยากจะเอาตัวไปแนบชิดฝ่าบาทกันทั้งนั้น แม้ซูเฟยของนางจะไม่แสดงออก แต่ลึกๆ ในใจก็น่าจะรักใคร่ฝ่าบาทอยู่กระมัง

นางไม่กล้าคิดลึกไปกว่านั้น ได้แต่ก้มหน้าก้มตาไปจัดการตามคำสั่งของจินจื่ออี้

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว จินจื่ออี้เปลี่ยนมาสวมชุดที่ทะมัดทะแมงขึ้น แล้วมุ่งตรงไปยังห้องครัวเล็กทันที

ในห้องครัวเล็กมีพ่อครัวหลวงประจำตำแหน่งอยู่แล้ว ทุกคนต่างคิดว่าจินจื่ออี้คงจะแค่มาสั่งปากเปล่า แล้วสุดท้ายคนลงมือก็คงเป็นคนในห้องครัวหรือเหล่านางกำนัลทั้งหลาย

ทว่าเมื่อจินจื่ออี้ลงมือทำจริงๆ ทุกคนถึงได้พบว่าตนเองคิดผิดอีกแล้ว

ท่าทางของนางเรียกได้ว่าคล่องแคล่วยิ่งนัก เป็นการลงมือทำอาหารจริงๆ อย่างตั้งใจ ไม่ใช่การทำเล่นๆ แววตานั้นเปี่ยมไปด้วยความจริงจังและจดจ่อ คนที่ดูอยู่ข้างๆ ต่างรู้สึกบอกไม่ถูกในใจ

มองดูท่าทางที่แคล่วคล่องของจินจื่ออี้ ในหัวพลันจินตนาการไปถึงชีวิตขององค์หญิงตัวน้อยในอดีต ว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไร เกรงว่าอาจจะลำบากยิ่งกว่าพวกข้ารับใช้อย่างพวกนางเสียอีก

….

ยามที่ฮั่วเส้าหยางเสด็จมายังตำหนักฉางหัวอีกครั้ง พระองค์ไม่ได้ส่งคนมาแจ้งล่วงหน้า เมื่อเสด็จมาถึงกลับพบว่าภายในตำหนักมีเพียงนางกำนัลและขันทีตัวเล็กๆ ไม่กี่คนคอยเฝ้าอยู่

ส่วนจินจื่ออี้ผู้เป็นเจ้าของตำหนักกลับไม่ได้อยู่ในห้องโถง

ฮั่วเส้าหยางตีหน้าขรึม เอ่ยถามเสียงต่ำ "ซูเฟยอยู่ที่ใด"

ขันทีตัวน้อยหมอบลงกับพื้น ตอบด้วยเสียงสั่นเครือ "ฝ่าบาท... ซูเฟยอยู่ที่ห้องเครื่องเล็กพ่ะย่ะค่ะ"

ฮั่วเส้าหยางขมวดคิ้ว เดินมุ่งหน้าไปตามที่ขันทีน้อยบอก เขาเดินฝีเท้าเบา ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ จนภาพเหตุการณ์ภายในห้องครัวปรากฏสู่สายตา

จินจื่ออี้ในชุดผ้าโปร่งสีฟ้าอ่อนที่ดูสะอาดตา กำลังตักของออกจากหม้อจัดวางลงในจานกระเบื้องสีขาว แววตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของนางยามนี้ ดูจริงใจกว่ารอยยิ้มเสแสร้งยามเจอเขามากนัก

ฝ่ายเสี่ยวชุ่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกถึงความผิดปกติ นางหันกลับมาและเห็นฝ่าบาทเข้าพอดีจึงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ และพยายามจะอ้าปากพูด แต่กลับถูกสายตาเรียบเฉยของฮ่องเต้เหลือบมองมา เสี่ยวชุ่ยจึงไม่กล้าพูดคำใดออกไป

จินจื่ออี้ไม่ทันสังเกตความเปลี่ยนแปลงในห้องครัวเล็กๆ แห่งนี้ นางจดจ่ออยู่กับการทำสิ่งตรงหน้า จนกระทั่งจัดวางทุกอย่างเรียบร้อยและหันกลับมา จึงได้พบว่าฮั่วเส้าหยางมาถึงแล้ว

แววตาของนางไหววูบด้วยความตกตะลึง แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว นางย่อตัวลงทำความเคารพ "หม่อมฉันถวายบังคมเพคะฝ่าบาท"

สายตาของฮั่วเส้าหยางตกอยู่ที่ก้อนสีดำรูปร่างธรรมดาๆ ในมือนางพลางเลิกคิ้วขึ้น มองไม่ออกว่าเป็นของกินชนิดใด เขามองจินจื่ออี้แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ลุกขึ้นเถอะ"

ห้องครัวที่ถูกเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ หญิงสาวผู้สง่างามพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่มุมปาก... ช่างเหมือนกับภาพในครอบครัวอันอบอุ่นที่เขาเคยจินตนาการไว้ไม่มีผิด

ในใจของฮั่วเส้าหยางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย แต่สีหน้าของเขายังคงเย็นชาและสงบนิ่งเช่นเดิม ชายหนุ่มหันหลังกลับและเอ่ยเสียงต่ำ "ยกไปกินที่ห้องโถงเถอะ"

เหล่าข้ารับใช้ที่ไม่เคยเห็นรูปแบบการอยู่ร่วมกันของทั้งสองคนต่างรู้สึกประหม่า ดูเหมือนฝ่าบาทจะทรงกริ้ว แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่ จินจื่ออี้เม้มริมฝีปาก หญิงสาวสั่งให้เสี่ยวชุ่ยยกอาหารในจานตามมา ส่วนนางก็เดินตามหลังฮั่วเส้าหยางไป
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel