บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 เคลียร์แม่สื่อ

พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่จุดพักเบรกของแผนกการตลาด มองร่างชายหนุ่มจากด้านหลังที่นั่งจิบกาแฟอยู่อย่างลังเล ว่าใช่คนที่เธอคุ้นเคยหรือเปล่า

“ทัศ”

เอ่ยชื่อออกไปพร้อมกับเดินเข้าไปหา ผู้ถูกเรียกหันมามองตามเสียง

ทัศเทพ คือเพื่อนชายที่สนิทเพียงคนเดียวของพิมพ์มาดา มาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนที่มหาวิทยาลัย คนที่พยายามจะครอบครองหัวใจของเธอให้ได้ตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ได้แค่ความเป็นเพื่อนที่แสนดีจากเธอเท่านั้น แม้กระทั่งในวันที่เขามีหวานใจ ก็ได้หล่อนที่คอยให้คำปรึกษาอยู่เสมอ

และเขาที่เพิ่งเริ่มงานใหม่ได้ไม่นานในฝ่ายการตลาด จากการแนะนำตำแหน่งงานว่างของเพื่อนสาวพิมพ์มาดา

“พิมพ์” ทัศเทพลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งยิ้มให้

“เป็นไงบ้าง งานใหม่โอเคไหม?” ถามและนั่งลงเก้าอี้ข้างกัน

“อยู่ในช่วงเรียนรู้ ปรับตัวนิดหน่อยก็คงเข้าที่เข้าทาง”

“ขอบคุณนะพิมพ์”

“ไม่ต้องขอบคุณพิมพ์หรอก พิมพ์ก็แค่แนะนำให้เท่านั้น ส่วนเรื่องการสอบสัมภาษณ์ทัศก็ทำเองทั้งหมด ที่ได้งานก็เพราะฝีมือทัศทั้งนั้นแหละ ทัศเก่งจะตาย” ปากหวานชมเพื่อนผู้ถูกชมแค่ยิ้มเท่านั้น

“มีอะไรให้ช่วยก็บอกพิมพ์ได้ตลอดเลยนะ”

“อือ”

เขาพยักหน้า ก่อนพูดคุยถามไถ่จากที่ไม่ค่อยได้เจอกันนานนับตั้งแต่เรียนจบ มากสุดก็แค่ส่งข้อความสั้น ๆ หากันเท่านั้น

พิมพ์มาดายื่นแก้วกาแฟที่ถือมาในมือให้กับจันทร์เจ้า พร้อมส่งยิ้มให้เธอในฐานะแม่สื่อฟ้าประทานของธนา

“คุณธนาฝากให้คุณจันทร์ค่ะ” ส่งยิ้มให้

จันทร์เจ้าขมวดคิ้วเอียงคอแทนคำถาม พิมพ์มาดาเอามือป้องปากพูดเสียงเบาเหมือนเป็นความลับ

“ฝากพิมพ์มาให้ค่ะ ไม่กล้าเอามาให้เอง”

“เนื่องในโอกาสอะไรคะ?” จันทร์เจ้าทำหน้าสงสัย

“เนื่องในโอกาศชอบค่ะ” พิมพ์มาดายื่นหน้าตอบร่าเริง

“ชอบจันทร์…?”

“ค่ะ”

“นานแล้วค่ะ คุณจันทร์ไม่ทราบเหรอคะ?” ผู้ถูกถามส่ายหน้า

“จันทร์นึกว่าจีบคุณพิมพ์เสียอีก”

ไม่เพียงแค่จันทร์เจ้าเท่านั้นที่คิดว่าธนาชอบและตามจีบเลขาพิมพ์ บอสก็ด้วย

หน้าที่ของพิมพ์มาดาคือส่งกาแฟถึงมือจันทร์เจ้าทุกวัน โดยค่าจ้างของเธอคือกาแฟฟรีหนึ่งแก้วจากธนา ชายหนุ่มจะถือมาวางที่โต๊ะให้กับเธอทุกวันเพื่อส่งต่อ ซึ่งไม่รอดพ้นสายตาของเจ้านายมาดเข้ม

และวันนี้ก็เช่นเดียวกันเมื่อผู้ช่วยหนุ่มยื่นกาแฟสองแก้วให้กับพิมพ์มาดา ยังไม่ทันที่เธอจะรับ มือยาวของเจ้านายก็สาวไป

“กำลังอยากกินกาแฟอยู่พอดีขอละกัน” เขาพูดหน้าตาเฉย

“พิมพ์มาพบผมที่ห้อง” มองหน้าธนาที่เหลอหลาอยู่และหันไปสั่งเลขาเสียงเรียบ

“ค่ะ”

พิมพ์มาดาลุกจากเก้าอี้ทำหน้าดุชี้มือไปที่ธนา พร้อมปากขมุบขมิบว่าเขาที่ไม่รู้จักมองหน้ามองหลัง เจ้าตัวรีบเผ่นก่อนจะโดนบอสเรียก

เธอยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานเจ้านายหนุ่ม มองดูเขาดูดกาแฟของคนอื่นอย่างเอร็ดอร่อยหน้าตาเฉย จนน่าหมั่นไส้

“ทำไม?”

“เสียดายกาแฟรึไง?” เขาพูดยียวน

“ผมเห็นธนาซื้อให้คุณทุกวัน ไม่ได้กินวันเดียวคงไม่ลงแดงหรอกมั้ง”

เขากลายเป็นคนประชดประชันไปแล้วหรือยังไง

“ไม่ใช่ของพิมพ์นะคะบอส” พูดแบบเบื่อหน่ายเต็มทน เขาก็เป็นคนมีมารยาทนี่นาน่าจะถามก่อนไหม

“ของใคร?”

“ของคุณจันทร์….” หลุดปากพูดไปแล้ว

หญิงสาวเอามือตบปากตัวเองเบา ๆ หลายครั้ง

“บอสคะ โห...พิมพ์อุตส่าห์เก็บเป็นความลับ”

ชายหนุ่มนึกทวนคำพูดของเธอ

“กาแฟของจันทร์เจ้า?”

“ค่ะ”

“ธนาซื้อให้จันทร์เจ้า?” มาดนิ่งถาม

“แต่บอสห้ามบอกใครนะคะ พิมพ์รับปากคุณธนาแล้ว”

“ถ้ารู้ว่าพิมพ์พูดต้องงอนพิมพ์แน่เลยค่ะ”

สีหน้าเป็นกังวล ก็แน่ล่ะเจ้าเล่ห์กะล่อน เจ้าชู้เสือผู้หญิงขนาดนั้น ถ้าใครรู้ว่าต้องพึ่งพายัยซื่อบื้อนี่จีบสาวให้ ก็คงน่าอายเสียฟอร์มอยู่หรอก

“คุณเป็นแม่สื่อ?” ถามแบบอารมณ์ดีขึ้นมาทันที

หญิงสาวยิ้มรับหน้าระรื่น แต่คนที่ระรื่นกว่าน่าจะเป็นเจ้านายเธอ

วันนี้คุณกลับก่อนได้เลยผมมีประชุมสรุปประมูลโครงการรอบสุดท้ายน่าจะดึก เขาบอกเธอก่อนเข้าห้องประชุมในตอนบ่าย

“ค่ะบอส”

ชายหนุ่มสาวเท้ายาวก้าวขาเดินฉับ ๆ แบบเร่งรีบหลังจากออกจากห้องประชุมแล้วโทรกลับคุณหมอประจำตัวของผู้เป็นย่า ซึ่งตอนนี้แอดมิดอยู่ที่โรงพยาบาล เปิดประตูเข้าห้องเข้าไปภาพที่เห็นคือพิมพ์มาดาที่ยังอยู่ในชุดทำงาน นอนฟุบอยู่ข้างเตียงคุณย่าพร้อมกับคนไข้สูงอายุ เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เห็นย่ายังอยู่ในสภาพนอนหลับปกติ

เดินเข้าไปใกล้สำรวจใบหน้าเหี่ยวย่นของผู้มีพระคุณที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และหยุดอยู่ที่เจ้าของฉายา “ยัยซื่อบื้อ” ที่เขาตั้งให้ ซึ่งนั่งหลับบนเก้าอี้และฟุบหน้าลงที่เตียงทับแก้มจนย้วย ปากเล็กเผยอน้อย ๆ เหมือนเด็ก

เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ นั่งลงที่ขอบเตียงมองกรอบหน้าคนเฝ้าไข้ที่หลับสนิทพอกันกับคนป่วย วางมือที่ศีรษะเธอและเผลอลูบเรือนผมเบา ๆ

“บอส”

ลืมตางัวเงียตื่นมองเขา ชายหนุ่มดึงมือกลับทันที

“คุณย่าเป็นยังไงบ้าง?”

“คุณหมอบอกความดันกำเริบค่ะ แต่ให้ยาแล้ว น่าจะหลับนาน”

“คุณกลับไปพักผ่อนเถอะผมให้พยาบาลพิเศษเฝ้าคุณย่าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่เป็นไรหรอก”

พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับเสียงร้องขออาหารในท้องที่ดังขึ้น หันขวับไปมองเขาทันทีฝ่ามือกุมท้องไว้ยิ้มเจื่อน ๆ แบบเขิน ๆ

โคตรจะขายขี้หน้ามาร้องทำไมตอนนี้นะ

กลิ่นหอมของน้ำซุบบะหมี่ริมทางที่ถูกยกมวางตรงหน้าสองหนุ่มสาวเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี สำหรับคนที่เพิ่งออกห้องประชุมและตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาลทันทีโดยที่ยังไม่มีอะไรหล่นถึงท้องเลยตั้งแต่บ่าย กับอีกคนที่ออกจากบริษัททันทีเช่นเดียวกันหลังรับสายจากที่บ้านว่าคุณย่าต้องแอดมิดและยังไม่ได้แตะอาหารเลย

เพียงไม่นานบะหมี่ชามโตก็เหลือเพียงชามเปล่า

“บอสเคยมาร้านนี้เหรอคะ?”

“เปล่า”

“เคยขับผ่านแต่เห็นคนเยอะตลอดก็เลยลองจอดดู เป็นไงอร่อยไหม?”

เขาถามคนอิ่มที่เพิ่งตั้งใจกินแบบไม่พูดไม่จาก่อนหน้า และชวนเขาคุยหลังจากท้องเต็มแล้ว

“อร่อยมากเลยค่ะ”

“อีกอย่างตอนกลางวันพิมพ์ไม่ได้กินข้าวก็เลยหิวมาก” พูดอย่างอารมณ์ดี

“ทำไมไม่กิน?”

“ลืมค่ะ” ตอบเขาด้วยรอยยิ้มและกวาดสายตาไปรอบบริเวณ มองดูผู้คนที่เดินไปเดินมาบนริมทางไปเรื่อยเปื่อย

คนบ้าอะไรลืมกินข้าว ปกรณ์นึกขำในใจกับท่าทีของเธอ

“ถ้าชอบวันหลังจะพามากินใหม่” เขาพูดเรียบ ๆ

“ขอบคุณค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel