บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 น่าอายชะมัด

ก่อนวันออกเดินทางไปประชุมต่างจังหวัด พิมพ์มาดานั่งทบทวนรายละเอียดโปรเจกงานอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งในห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม ทั้งที่ตรวจไปแล้วไม่รู้กี่รอบเขาก็มีอย่างอื่นมาเพิ่มอยู่ตลอด ทำให้เธอไม่ได้ออกไปเม้าท์มอยส์กับคู่หูธนาเลย แถมบอสยังสั่งย้ายโต๊ะทำงานของเธอเข้ามาไว้ในห้องทำงานของเขาอีกต่างหาก ซึ่งเหตุผลของเขาก็คือ ขี้เกียจกดเรียก

“ใช้ยังกับทาส” ได้แค่บ่นเท่านั้น

ขนาดขอไปกินกาแฟข้างนอกยังบอกให้ชงในนี้อะไรจะขนาดนั้น ส่วนธนาก็ร้อนใจความคืบหน้าเรื่องจันทร์เจ้าที่ฝากฝังไว้กับคู่หู คอยเปิดเข้าเปิดออกห้องทำงานของบอสจนเจ้านายหนุ่มเริ่มออกอาการ

เสียงเคาะประตูที่หน้าห้อง พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ธนาเดินเข้ามาพร้อมกับอิงอรอีกเช่นเคย

“พระเจ้า” พิมพ์มาดาถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเมตตาเธออยู่ที่ส่งแฟนสาวของเขามาช่วยชีวิตเธอไว้

“ยุ่งเหรอคะกรณ์ เห็นธนาบอกยังไม่ทานข้าวเลย”

อิงอรเอ่ยปากถามขณะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามเขา ปกรณ์ไม่ตอบปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ผ่อนคลาย

“อรมาทำธุระใกล้ ๆ นี้ค่ะ เลยแวะมาหากรณ์ เย็นนี้ว่างไหมคะ?” น้ำเสียงสดใสและแววตาเต็มไปด้วยความหวัง

เขายังคงไม่ตอบ เพราะสายตาจับอยู่ที่สองผู้ช่วยที่พยักพเยิดส่งสัญญานหากันให้ออกไปข้างนอก พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนและก้าวได้เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

“พิมพ์” เอ่ยชื่อหญิงสาวแต่มองธนาด้วยสายตาชวนให้เสียวสันหลัง ที่ยืนรอพิมพ์มาดาอยู่หน้าประตู

“ไปห้องน้ำ…ค่ะ” เจ้าของชื่อตอบเสียงอ่อย

อิงอรที่มองตามปฏิกิริยาของเขา และรีบพูดต่อ

“อรนัดเพื่อนไว้มีปาร์ตี้เล็ก ๆ คืนนี้ค่ะก็เลยมาชวนกรณ์ไปเป็นเพื่อน”

“เดี๋ยวผมมา” เขาพูดตัดบท

เดินดุ่ม ๆ ออกมานอกห้อง เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ สองผู้ช่วยธนากับพิมพ์มาดากำลังซุบซิบคุยกันอย่างออกรส หยุดชะงักทันทีที่เจอใบหน้าตึงของบอส

“ตามนั้นค่ะคุณธนา เดี๋ยวค่อยว่ากัน ช่วงนี้บอสตึงๆ นะคะ พิมพ์เหมือนอยู่ในคุก”

หล่อนกระซิบกระซาบ ไม่เข้าใจเขาเลยสักนิดผู้ชายที่มาดนิ่งสุขุมนุ่มลึก พอได้มาอยู่ใกล้ ๆ จุกจิกเอาเรื่อง ที่สำคัญเขาเป็นแค่กับหล่อนคนเดียวเท่านั้น

“หรือเขาไม่ปลื้มเรานะ…หรืออิจฉาที่คุณย่าเอ็นดู” เรื่องมโนหล่อนไม่แพ้ใครอยู่แล้ว

ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินเข้าห้องขังห้องเดิม นั่งทำงานทาสงก ๆ ต่อไป อิงอรจับสังเกตชายหนุ่มชวนคุยโน่นนี่ไปเรื่อย แต่ไม่ทำให้ใบหน้าตึงของเขาจะคลายออกได้เลย

“ถ้ากรณ์ยุ่งช่วงเย็น งั้นเราไปดึกหน่อยก็ได้ค่ะ”

“ผมไม่ว่าง คงไปด้วยไม่ได้”

“คุณกลับไปก่อนละกัน วันนี้ผมต้องเคลียร์งานอีกหลายอย่างน่าจะดึก” พูดตัดบทแบบไม่มีเยื่อใย อิงอรหน้าเสียก่อนจะเดินออกมาอย่างผิดหวัง พูดอวดเพื่อนไว้ตั้งมากมายอุตส่าห์จะพาเขาไปงานคืนนี้ให้ได้ แต่ชายหนุ่มไม่สนหล่อนสักนิดแต่กับอีกคน…

อิงอรนึกถึงใบหน้าหวานของยัยเลขานั่น ทุกครั้งที่หล่อนมาก็แทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวได้ออดอ้อนเขาเลยสักครั้ง ชายหนุ่มกับเลขาหน้าจืดนั่นตัวติดกันตลอดอย่างกับเลขสิบเอ็ดก็ไม่ปาน ไม่มีเวลาให้หล่อนได้ทำคะแนนเลยสักนิด ไม่ได้การเสียแล้วขืนปล่อยไว้แบบนี้ต้องเสียทีให้กับยัยเลขาหน้าจืดนี้แน่ ๆ

เช้าวันเสาร์ก่อนออกเดินทาง พิมพ์มาดาเตรียมกระเป๋าสำหรับตัวเองและเจ้านายหนุ่มให้ลุงเพิ่มขนขึ้นรถ โดยเธอขอออกไปทำธุระแล้วจะรีบกลับมาให้ทัน จวนได้เวลาแล้วลุงเพิ่มกระวนกระวายคอยมองที่ประตูหน้าบ้าน ปกรณ์เดินลงมาแล้ว ยิ่งทำให้คนขับรถกังวลเพิ่มเข้าไปอีก พิมพ์มาดาวิ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกับเจ้านายที่ถึงรถพอดี

“มาแล้วค่ะลุงเพิ่ม”

ปกรณ์มองหน้าหญิงสาวที่หยุดอยู่ตรงหน้า เธอหายใจแรงด้วยอาการหอบจนตัวโยน เพราะพยายามบังคับร่างกายให้เข้าสู่สภาวะปกติ ใบหน้าหวานตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ผมยาวลอนของเธอฟูฟ่องด้วยแรงลมปะทะจากการวิ่ง

“พร้อมหรือยัง?” เขาถาม

“พร้อมค่ะ” ตอบอย่างมั่นใจทั้งที่ลมหายใจยังไม่เป็นปกติสักเท่าไหร่ เขาเดินไปที่ตำแหน่งคนขับและเปิดประตูรถเข้าไป หันมาหาลุงเพิ่มที่ยืนงงเกาหัวอยู่

“ผมขับไปเอง ลุงเพิ่มไม่ได้พักมาหลายอาทิตย์แล้ว” และเคลื่อนรถออกไปทันที

สาเหตุที่ทำให้พิมพ์มาดาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อทั้งร่างในวันนี้ คือลูกค้าที่หญิงสาวรับวาดภาพให้ต้องใช้ภาพในวันนี้ เธอต้องไปส่งให้ทันเพราะรับปากไว้แล้ว แต่ขากลับรอแท็กซี่อยู่นานสองนานก็ไม่มีให้เห็นสักคัน ถ้าไม่ตัดสินใจวิ่งตากแดดกลับเข้ามา คนที่รอเดินทางคงเล่นงานเธออ่วมเป็นแน่

จากที่วิ่งตากแดดแทบลมจับก็ต้องเข้ามานั่งในรถที่แอร์เย็นเฉียบ ใช้เวลาไม่นานก็ถึงจุดหมาย ปกรณ์และพิมพ์มาดายังไม่เข้าห้องพัก เขาแวะดูพื้นที่ที่เจ้าของเสนอขายในราคาที่น่าสนใจ

สองหนุ่มสาวเดินสำรวจทั่วบริเวณพื้นที่เปล่าโล่งเตียน และชายหนุ่มกำลังคำนวณในหัวว่าจะใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนี้ทำกำไรได้มากน้อยเพียงใด ส่วนเลขาก็เบิกตาสู้แดดเดินตามไม่ห่าง แดดจัดแสงจ้าจนแสบตาโดยทั้งคู่ไม่ได้มีร่มติดมือมาด้วยเลย

พิมพ์มาดาจองห้องพักแบบห้องคู่เนื่องจากเจ้านายหนุ่มของเธออ้างความสะดวกในการคุยงาน ทันทีที่เช็คอินเรียบร้อยก็ลากกระเป๋าเข้าห้องพัก ตั้งแต่ออกเดินทางหญิงสาวไม่มีอะไรหล่นถึงท้องเลย จะเอ่ยปากชวนเขากินข้าวก็กระไรอยู่ เขาก็เกินไปถามสักคำก็ไม่มี เก็บของเข้าที่และเตรียมข้อมูลสำหรับงานโปรเจกของวันรุ่งขึ้นวางรอเขาไว้ที่โต๊ะ ด้วยความเพลียทำให้เผลอหลับไป ปกรณ์อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยภาพข้างหน้าคือเลขาฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะ

“คงเพลียสินะ”

คิดในใจยิ้มมุมปากน้อย ๆ เดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำดื่มเพื่อใช้เสียงปลุกเธอให้ตื่นแต่ไม่เป็นผลร่างเล็กยังหลับสนิทอยู่ เขาเดินมานั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ มองหน้าหวานที่คอพับอยู่กับโต๊ะ ใบหน้าหล่อนแดงก่ำปากซีด เขาใช้หลังมืออังที่หน้าผากไออุ่นจากผิวกายส่งสัญญาณบอกว่าเธอเป็นไข้

“พิมพ์” เขาจับที่ไหลบางเรียกเบา ๆ เจ้าตัวงัวเงียตื่นเหมือนเด็ก ๆ

“ค่ะบอส เรียบร้อยค่ะ”

ชายหนุ่มถอนหายใจ นี่เขาใช้งานหล่อนหนักถึงกับหายใจเข้าออกเป็นงานเลยหรือยังไง

“คุณไม่สบาย กินยาหรือยัง?”

จะเอาเวลาที่ไหนไปกินตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋ ยังจะมาถามอีก

“ไม่สบายตัวนิดหน่อยค่ะ อาบน้ำคงสดชื่นขึ้น”

“งั้นคุณก็ไปอาบน้ำเถอะจะได้พักผ่อน”

“ค่ะ”

หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาข้างนอก เผื่อเจ้านายจะมีอะไรเรียกใช้อีกหรือเปล่า สายตามองไปที่โต๊ะตอนนี้มีชามข้าวต้มและยาลดไข้วางอยู่ เขาคงโทรสั่งมาไว้ให้เธอกระมัง

“คุณกินยาและไปพักผ่อนเถอะ” เขาพูดสั้น ๆ ปรายตาไปที่ชามข้าวต้ม

ขอบคุณพระเจ้านึกว่าเขาจะให้นั่งทบทวนข้อมูลรอบที่ร้อยแปดเสียอีก

“ขอบคุณค่ะบอส”

แต่กินไปแค่นิดเดียวเหมือนแมวดมเท่านั้นเพราะความที่ลิ้นไม่รับรสอร่อยเอาเสียเลย ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป ด้วยฤทธิ์ยาและความเพลียเพียงแค่หัวถึงหมอนเท่านั้นก็ทำให้หลับสนิทยาวตลอดทั้งคืน

พิมพ์มาดาสะดุ้งตื่นในตอนสายพร้อมกับดีดตัวลุกพรวดพราดขึ้นทันที มือคว้าโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงขั้นมาดูถึงกับหน้าถอดสี กับตัวเลขที่บอกเวลาอยู่ที่หน้าจอ

“คุณพระ” เธออุทานหน้าถอดสี ลุกจากเตียงแล้ววิ่งออกมายังอีกห้องซึ่งว่างเปล่า เอกสารที่วางไว้บนโต๊ะเมื่อคืนไม่อยู่แล้ว แต่มีถ้วยข้าวต้มและยาวางอยู่แทน

“กินข้าว กินยา แล้วพักผ่อน ประชุมเสร็จผมจะรีบกลับ”

คือข้อความที่เขียนไว้ในกระดาษวางทับด้วยชามข้าวต้ม เขาก็ควรจะอ่อนโยนกับเธอแบบนี้บ้าง ทำตัวให้เป็นเจ้านายใจดีก็ทำได้แต่ไม่ยอมทำ ในความดุเขาก็มีน้ำใจเหมือนกันนี่นาหล่อนคิดในใจ ถือโอกาสนอนพักต่อสบาย ๆ ไปเลยก็แล้วกัน ถอนหายใจอย่างโล่งอก

หลังจากประชุมเสร็จปกรณ์กลับมาถึงที่พักในช่วงบ่าย ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องนั่งพักก้นยังไม่ทันจะอุ่นด้วยซ้ำและยังไม่ได้ถามไถ่อาการของเธอเลย

“เราจะกลับกันเลยไหมคะบอส?” ถามและจ้องหน้าเขารอคำตอบ

“คุณรีบเหรอ?” เขาถามกลับเสียงเรียบ สำรวจกรอบหน้าของเลขาประเมินอาการป่วยของเธอผ่านทางสายตาและสีหน้า

“เปล่าค่ะ พิมพ์ถามเฉย ๆ”

“ผมหิวยังไม่ได้กินอะไรเลย” ทำยังกับว่าเราได้กินอย่างนั้นแหละ ก็แค่ข้าวต้มถ้วยเดียวเอง

สองหนุ่มสาวมาถึงสวนอาหารริมน้ำ บรรยากาศในต่างจังหวัดค่อนข้างเงียบสงบ ต้นไม้ใหญ่ที่ส่งความร่มรื่นอยู่ริมน้ำ นกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่ส่งเสียงกังวานประสานกลมกลืนกับเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หญิงสาวมองไปรอบบริเวณอย่างชื่นชอบ เป็นช่วงเวลาที่ยังไม่เย็นมากผู้คนในร้านยังไม่พลุกพล่าน

“บอสเคยมาที่นี่เหรอคะ?”

“เคย” ตอบสั้น ๆ

“มากับใคร…” ถามอย่างลืมตัวแต่ปิดปากไม่ทันแล้ว

“ลูกค้า” เขาตอบเสียงเรียบ เธอพยักหน้าเบา ๆ

“คุณอยากกินอะไรก็สั่งเลย” เขาพูดหลังจากนั่งลงพลางเปิดดูรายการอาหารตรงหน้า

“พิมพ์กินอะไรก็ได้ค่ะบอสสั่งได้เลยค่ะ”

เสียงสั่นจากโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับสาย พร้อมกับบริกรที่เดินมารับรายการอาหาร หญิงสาวถือโอกาสเดินชมบรรยากาศริมน้ำ ในระหว่างที่เขาคุยสายโทรศัพท์ เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยเปื่อยแล้ววกกลับมาที่โต๊ะ ตอนนี้มีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งและกำลังนั่งดื่มอยู่กับบอสของเธอ พิมพ์มาดาหยุดยืนยิ้มน้อย ๆ มองชายหนุ่มและบอสสลับกันไปมา

“คุณพิมพ์มาดาผู้ช่วยผมเอง” เขาแนะนำเธอกับผู้มาใหม่

“สวัสดีค่ะ”

เธอยิ้มสุภาพ ดูจากลักษณะแล้วผู้มาใหม่กับบอสของเธออายุคงไม่ห่างกันมากนัก

“สวัสดีครับ ผมอัครา”

แขกของบอสแนะนำตัวและลุกขึ้นยืน พร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าเป็นการทักทาย หญิงสาวยื่นมาไปสัมผัสมือเขาและโค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างสุภาพ ยังไงเสียเขาก็คงเป็นคู่ค้าธุรกิจของบอส แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยมือ หญิงสาวมองหน้าเขาและยิ้มน้อย ๆ ส่งสายตาเป็นสัญญาณบอกให้ปล่อยมือเธอ อัคราที่รู้ตัวและปล่อยมือออกทันทียิ้มเก้อ ๆ พร้อมกับสายตาของบอสที่จับจ้องอยู่

“คุณพิมพ์ดื่มได้ไหมครับ?” เขาถามหลังจากนั่งลงพูดคุยกัน

หญิงสาวหันหน้ามามองบอส เหมือนเด็กที่ขออนุญาตผู้ปกครอง เขาไม่ตอบแต่ยกแก้วขึ้นดื่มและมองไปทางอื่น

“อันนี้เบา ๆ ครับคุณพิมพ์”

“ไวน์ของที่นี่รสชาติดีมาก ถึงจะเป็นต่างจังหวัดแต่วัตถุดิบดีไม่แพ้ในเมืองนะครับ”

เขาแนะนำพร้อมรินไวน์ใส่แก้วให้เธอ จิบไปฟังเขาคุยงานไปจนเริ่มตึง แต่คนรินก็รินให้ไม่หยุด คนยกแก้วก็ขยันไม่แพ้กัน สิ้นสุดแก้วที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกก็โบกมือบ๊ายบายส่งอัคราขึ้นรถเสียแล้ว

เมื่อถึงลานจอดรถของโรงแรมพิมพ์มาดาเดินตามเงาเบลอๆ ของร่างสูง ที่นำหน้าหล่อนไกลออกไปทุกที ทุกที เร่งฝีเท้าตามพร้อมกับเบิกตาขึ้นสุดชีวิต หนังตามันหนักเหมือนผูกเชือกไว้และดึงลง สักพักร่างเขาก็ไกลออกไปอีก ขามันอ่อนแรงและขยับช้าลงเรื่อย ๆ เพราะการบังคับให้เดินตรง ๆ ทำให้ประสิทธิภาพการเดินมันเอื่อยลง

เธอหยุดเดินส่ายหน้าไปมาไล่ความมึนงง ก่อนจะตั้งสติหลับตาและเป่าปากผ่อนลมหายใจออก ทำไมการเดินกลับห้องพักมันถึงลำบากขนาดนี้ ลืมตาขึ้นมาอีกทีเขาหายไปแล้ว

สะบัดหน้าไปมาไล่ความมึน แล้วร่างก็ลอยขึ้นตามแขนของเขา ปกรณ์ยังคงหน้านิ่งอุ้มเธอเดินก้าวฉับ ๆ พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ซึ่งตอนนี้ใบหน้าของเขาทั้งหมดมีสี่ถึงห้าใบหน้า มิหนำซ้ำมันยังส่ายไปส่ายมาสลับกันจนตาลาย จนสุดท้ายหล่อนต้องหลับตาลง

พิมพ์มาดาลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนสาย มองไปรอบห้อง อาการมึนยังคงค้างอยู่ในหัว ทำไมหล่อนมานอนอยู่ที่ห้องเดิม แถมยังสวมชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวานอีก ลำดับเรื่องราวแล้วก็เขกกบาลตัวเองเสียยกใหญ่ น่าอายชะมัด รีบลุกขึ้นจัดการตัวเองป่านนี้บอสคงรอเธอเดินทางกลับหน้าหงิกแล้วกระมัง

รถเคลื่อนตัวออกจากโรงแรมมุ่งหน้ากลับกรุงเทพ ฯ ส่วนคนที่นั่งข้าง ๆ ก็เงียบเป็นเป่าสาก อยากจะเอ่ยปากถามเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนแต่ไม่กล้า จำต้องนั่งเงียบอยู่อย่างงั้น

“คุณโอเคหรือเปล่า?” เขาถามขึ้นมาทำลายความเงียบ เธอพยักหน้า กลอกตาไปมาด้วยความระแวงว่าเขาจะพูดอะไรต่อ

“ต้องการเครื่องดื่มไหม...ผมแวะให้ได้นะ”

ในคำพูดนั้นมันซ่อนอะไรบางอย่างอยู่แน่ ๆ หล่อนรู้สึกได้ ก่อนจะส่ายหน้าดิกพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ

“ไม่ดีกว่าค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel