บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 งานเลี้ยง

บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัททำให้พนักงานดี๊ด๊ากันยกใหญ่ กับหัวเรื่อง งานเลี้ยงประจำปี โดยทางบริษัทจะจัดงานขึ้นที่โรงแรมสาขาใหญ่ รวมทั้งการประกาศโบนัสและของรางวัลสำหรับพนักงานที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี

ทุกฝ่ายต่างจัดเตรียมสถานที่และความพร้อมกันอย่างครึกครื้น และส่งการ์ดเชิญคู่ค้าร่วมธุรกิจเก่าแก่ของบริษัทเข้าร่วมงานด้วย รวมทั้งพรีเซนเตอร์ของโรงแรม อิงอรก็ได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

นภาที่อาการป่วยถึงแม้จะดีขึ้นมากและออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ปฏิเสธเข้าร่วมงานเลี้ยง โดยขอให้เป็นเรื่องสนุกของหนุ่มสาว ส่วนคนแก่ขอนอนพักผ่อนอยู่บ้านน่าจะดีกว่า

ปกรณ์นั่งสนทนากับผู้เป็นย่าอยู่ที่ห้องโถง ขณะรอพิมพ์มาดาไปงานเลี้ยง การสนทนาหยุดลงทันทีเมื่อหญิงสาวเดินออกมา

“พิมพ์สวยมากวันนี้” นภาเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม ปกรณ์หันมองคนสวยของคุณย่า

พิมพ์มาดาในชุดราตรีสีโอลด์โรสหวานแหววขับผิวใสให้ผ่องขึ้น ผมลอนของเธอม้วนขึ้นและเกล้าหลวม ๆ แบบง่าย ๆ แต่รับกับใบหน้าหวาน ปล่อยปอยผมจากหน้าผากลงสองข้างแก้ม โชว์แผ่นหลังขาวเนียนน่ามอง ชุดกึ่งเกาะอกแต่มีสายคล้องไหล่เส้นจิ๋ว และโบที่ผูกอยู่ร่องอก สายโบยาวคล้องเกี่ยวกับแขนเล็กไพร่ไปด้านหลังหลวม ๆ เน้นไหล่บางให้เห็นเด่นชัด

“ขอบคุณค่ะคุณย่า” เธอยิ้มเขินจนตาหยีเล็ก

ปกรณ์เผลอมองอย่างลืมตัว นัยน์ตาชายหนุ่มไหวระริกชั่วขณะ แต่ไม่รอดพ้นสายตาของผู้เป็นย่าที่สังเกตได้อย่างไม่ต้องคาดเดา และยิ้มอย่างพอใจ

“ไปกันเถอะค่ะบอส”

“ไปแล้วนะคะคุณย่า”

เสียงเพลงเปิดคลอเบาๆ ในหัวค่ำตอนเริ่มงาน วันนี้พื้นที่งานเลี้ยงของโรงแรมดารดาษไปด้วยหนุ่มหล่อและสาวสวย เพราะคุ้นเคยกันแค่ชุดยูนิฟอร์มที่ใส่ทำงานทุกวัน ทำให้วันนี้พิเศษกว่าวันอื่น ๆ ที่สาวๆ ต่างจัดหนักจัดเต็มกันทั่วหน้า

“คุณพิมพ์สวยจังค่ะ” จันทร์เจ้าที่ยืนคู่กับธนาเอ่ยชม

“ขอบคุณค่ะ แต่คงสู้คุณจันทร์ไม่ได้หรอกค่ะ จริงไหมคะคุณธนา?”

“แน่นอนอยู่แล้วครับ”

“โหว…คุณธนา วันหลังถ้ามีงานด่วนไม่ต้องมาให้พิมพ์ช่วยเลยนะคะ” พิมพ์มาดาแกล้งทำหน้าวีน

“คุณพิมพ์น่ารักที่สุดในสามโลกเลยครับ” พร้อมชูสามนิ้วขึ้นมาด้วยท่าทีขึงขังจริงจัง ก่อนที่ทัศเทพจะเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย

“นึกว่านางฟ้าที่ไหน ที่แท้ก็พิมพ์กับคุณจันทร์นี่เอง”

ทัศเทพปากหวานเอ่ยชมพร้อมยื่นแก้วไวน์ในมือให้สองสาว

“คนนี้แฟนผมครับ” ธนาแกล้งหวง

หลังจากเทียวรับเทียวส่ง และสารพัดวิธีจีบตามคำแนะนำของแม่สื่อ จนจันทร์เจ้าเริ่มใจอ่อนและเปิดใจให้

“ถ้าผมโสดคงจีบแข่งคุณธนาแน่ครับ อิจฉาคนมีแฟนสวย” ทัศเทพพูดเย้าและเอ่ยชมจันทร์เจ้า

วันนี้เป็นวันผ่อนคลายสำหรับพิมพ์มาดา หลังจากทำงานทาสกับบอสมานาน เธอจะขอปลดปล่อยให้สนุกในคืนนี้ ว่าแล้วก็กระดกแก้วไวน์เข้าปากจนหมดแก้ว

“อ้า….”

เสียงยืนยันรสชาติไวน์ที่ออกจากปากเธอ พร้อมทำเสียงจิ๊จ๊ะลอดไรฟัน เป็นที่ขบขัน

“เบาครับคุณพิมพ์คืนนี้ยังอีกยาวไกล” ธนาแซว

หนุ่มสาวปล่อยจอยต่างพูดคุยอย่างสนุกสนาน บวกกับเสียงดนตรีที่บรรเลงอย่างครื้นเครงแว่วมาจากเวทีด้านใน ก่อนจะชวนกันแวะซุ้มอาหารซุ้มแล้วซุ้มเล่า แต่พิมพ์มาดาจะหนักชิมไวน์ผลไม้รสเลิศร่วมกับจันทร์เจ้าจนแก้มแดงระเรื่อ โดยมีทัศเทพเจ้าหน้าที่การตลาดนำเสนอรสชาติไวน์ต่างๆ ประหนึ่งว่าสองสาวเป็นลูกค้าวีไอพีเสียอย่างนั้น

เสียงพิธีกรของงานประกาศของรางวัลและรายชื่อพนักงานดีเด่น และที่ทุกคนรอคอยคือการประกาศโบนัสประจำปี เสียงปรบมือเกรียวกราวเป็นที่พอใจ

“และสุดท้ายขอให้พนักงานทุกท่านสนุกสนานกับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้กันอย่างเต็มที่สมกับที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี” และตามด้วยเสียงเพลงบรรเลงต่ออย่างครึกครื้น

อีกมุมของงานคือบอสใหญ่ที่ต้องวุ่นวายกับการดูแลแขกวีไอพี ยังปลีกตัวไปไหนไม่ได้ แก้วแล้วแก้วเล่าเช่นเดียวกัน จนเริ่มมึน พร้อมทั้งอิงอรที่ไม่ยอมออกห่างจากตัวเขา จนกระทั่งส่งแขกวีไอพีกลับ

“กรณ์คะ อรมึนหัวค่ะ ดื่มมากไปหน่อย ขออรไปนั่งพักที่ห้องกรณ์ได้ไหมคะ?”

“ได้สิ เดี๋ยวให้คนพาไป ผมต้องลงไปข้างล่างก่อน”

อิงอรยิ้มเจ้าเล่ห์วันนี้แผนการของเธอจะต้องสำเร็จเท่านั้น

ภาพหนุ่มสาวสองคู่คุยกันสนุกสนานออกรส โดยเฉพาะหญิงสาวในชุดสีโอลด์โรสในวันนี้ ดูเธอจะจิ๊จ๊ะหน้าระรื่นเป็นพิเศษเกินเบอร์ไปหรือเปล่า จบเรื่องธนาไปแล้วยังมีเรื่องทัศเทพมากวนใจเขาอีก

ทัศเทพ เจ้าหน้าที่การตลาดไฟแรงถึงแม้จะเข้างานมาได้ไม่นานแต่ความสามารถโดดเด่นจนแซงคนเก่าไปอยู่แถวหน้าแล้ว อารมณ์ที่ผ่อนคลายกลับขุ่นมัวขึ้นมาอีกเพราะภาพตรงหน้า

เขาเดินกลับขึ้นไปบนห้อง ซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับเป็นห้องของผู้บริหาร ในวันที่เขามีประชุมดึกและสังสรรค์ คุณย่าจะห้ามขับรถและให้นอนค้างที่นี่ โดยลืมไปว่าอิงอรรอเขาอยู่ในนั้น

“คุณเป็นยังไงบ้างอร ดีขึ้นหรือยัง?” นั่งลงที่โซฟา

“ดีขึ้นแล้วค่ะ” เดินมานั่งข้างชายหนุ่ม

“อรเห็นขวดไวน์เหลืออยู่ครึ่งขวดเลยถือวิสาสะ กรณ์ไม่ว่านะคะ”

เธอรินไวน์ใส่แก้วของตัวเอง และเดินไปหยิบแก้วมารินให้เขา ทั้งที่เพิ่งบอกว่ามึนยังจะดื่มต่อได้อีก

ภาพใบหน้าหวานของเลขาตัวดีที่หัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชายลอยมาไม่ขาด เขารู้แล้วจะจัดการกับหล่อนอย่างไร กดโทรศัพท์หาธนามองออกไปนอกกระจกแต่เงาที่สะท้อนด้านในให้เห็น คือ อิงอรใส่อะไรบางอย่างลงไปในแก้วเครื่องดื่ม

ธนาวางโทรศัพท์หลังจากจบการสนทนากับเจ้านาย แล้วมองหน้าพิมพ์มาดา

“คุณพิมพ์ครับ”

“คะ?”

“มีข่าวดีจะบอก…บอสให้ขึ้นไปดูแลคุณอิงอรข้างบนครับ”

“หา…” ลากเสียงยาวคิ้วขมวดหน้าเหยเก

“คุณธนาล้อเล่นใช่ไหมคะ?” ทั้งที่รู้ว่าพูดจริง

“นี่มันวันงานเลี้ยงนะเนี่ย และก็เลิกงานแล้วด้วย”

“ให้ตายเถอะโรบิ้น” ใบหน้าหวานที่ออกอาการเซ็งเต็มขั้นสุด

“ชาติที่แล้วฉันไปฆ่าหมาเค้าตายหรือไงนะ ถึงตามจองเวรกันขนาดนี้”

ผู้หญิงของตัวเองยังจะให้ใครไปดูแลให้อีก ฉันยังชิมไวน์ผลไม้ไม่ครบทุกรสเลย เธอกระทืบเท้าหน้าคว่ำ ธนายักไหล่แต่ช่วยอะไรหล่อนไม่ได้

อิงอรหน้าเปลี่ยนสี ออกอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเสียงเคาะห้องและคนที่เดินเข้ามาคือพิมพ์มาดา

“ค่ะบอส” รายงานตัวว่ามาแล้ว

“ดูแลคุณอรด้วยเธอไม่ค่อยสบายผมจะลงไปข้างล่าง”

ว่าแล้วก็หันหลังเดินออกไปทันที

“กรณ์คะ”

เสียงเรียกตามหลังแต่เจ้าตัวไม่หันมาแลเลยสักนิด เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็หันมาวีนคนที่เพิ่งเข้ามาเมื่อครู่

“เธอขึ้นมาทำไม?”

“บอสให้พิมพ์มาดูแลคุณอรค่ะ”

“ไม่ต้อง...ฉันดูแลตัวเองได้”

“งั้นพิมพ์ไม่ดูแลก็ได้ค่ะ นั่งอยู่เฉยๆ เป็นเพื่อนก็ได้ค่ะ” พิมพ์มาดาพูดอย่างเซ็ง ๆ

ด้วยความที่มึนฤทธิ์ไวน์รสเลิศ เธอนั่งลงที่โซฟามือเท้าค้างและนวดใบหน้าไปมา ไม่สนอารมณ์อิงอรที่แทบจะฉีกเธอออกเป็นชิ้นๆ

“เธอนี่ร้ายกว่าที่ฉันคิดเลยนะพิมพ์มาดา”

“…..”

อิงอรกดสายโทรออกหาปกรณ์แต่เขาไม่รับสาย เธอฉวยหยิบกระเป๋าใบหรูขึ้นมาถืออย่างหงุดหงิด แผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่าเพราะยัยเลขาบ้าบอติงต๊องคนนี้ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างหัวเสีย

“อะไรของเค้า” ตาปรือบ่นพึมพำ

“ร้ายอะไร…ไปทำอะไรให้…บ้าหรือเปล่า”

พูดคนเดียวเกาหัวแบบงงๆ มองไปเห็นแก้วไวน์บนโต๊ะ เดินเซไปหยิบแก้วไวน์ยกหมุนไปมา

“นี่รสอะไรอีกเนี่ย”

พูดแล้วก็ลองเลย กระดกพรวดเข้าปากหมดแก้ว

ปกรณ์ที่เห็นหลังอิงอรเดินฉับ ๆ ออกไป เขาเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง นึกในใจเธอทำได้ดีเกินคาดพิมพ์มาดา ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าอิงอรคิดอย่างไร แต่เขาก็แสดงออกไปให้หล่อนเข้าใจหลายต่อหลายครั้งว่าไม่ได้คิดเกินเลยอะไรกับเธอ แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

พิมพ์มาดาที่นั่งตาปรืออยู่ที่โซฟา

“บอส” เอ่ยขึ้นที่เห็นเขาเดินเข้ามาในห้อง

“คุณอิงอรเธอกลับไปแล้ว พิมพ์หมดหน้าที่แล้ว…ไปนะคะ”

พูดพลางเดินสวนชายหนุ่มออกไป ขาอ่อนปวกเปียกเกี่ยวกับชายกระโปรงชุดสวยของเธอที่ตอนนี้ไม่ได้สวมส้นสูง ทำให้มันยาวลากพื้นหัวทิ่มคะมำนอนกองกับพื้น คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ที่มัวแต่ล้วงกระเป๋าคว้าไว้ไม่ทัน

“โอ๊ย...” เสียงโอดครวญตาปรือ

“คุณเมามากแล้ว พอแล้วไม่ต้องดื่มแล้ว”

“ไปนอน” เขาสั่งเสียงเข้ม

“ไม่ค่ะ...เพื่อนๆ รออยู่”

เธอกุลีกุจอดันร่างลุกขึ้นสุดความสามารถ แทนที่ชายหนุ่มจะช่วยพยุงเขายืนมองหน้านิ่ง คงจะรีบลงไปหาทัศเทพละสิ

“เมื่อกี้ยังไม่มึนขนาดนี้เลย ไวน์ของบอสวันแรงเกินไป”

เธอบ่นพึมพำ ชายหนุ่มหันขวับไปมองแก้วไวน์ที่อิงอรรินให้เขาวางไว้ที่โต๊ะตอนนี้มีเพียงแก้วเปล่า

“คุณดื่มแก้วนั้นหมดเลยเหรอ?”

“อือ…ค่ะ” พยักหน้ารับ ลุกขึ้นได้ก็พัดมือโบกที่หน้าไปมา

“ทำไมร้อนจัง”

พูดพลางมองหารีโมทแอร์ เห็นแล้วก็ปรี่จะเข้าไปหยิบและสะดุดล้มฟุบเป็นครั้งที่สอง เธอพยายามจะลุกขึ้น ร่างเล็กลอยปลิวขึ้นจากพื้นด้วยมือใหญ่ที่ช้อนอุ้มขึ้นมา เดินดุ่ม ๆ พาหล่อนมาวางลงบนเตียงนอน

“วันนี้คุณเมามากแล้ว ไม่ต้องลงไปแล้ว”

“พิมพ์ร้อน” พลางลูบตามลำคอและหัวไหล่ดึงสายเสื้อคล้องแขนออกทั้งที่ไม่ได้เป็นตัวทำความร้อน ริมฝีปากเธอแห้งผาก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“พิมพ์”

เรียกเบาๆ ฝ่ามือหนาประคองใบหน้าหล่อนและแตะเบาๆ เรียกสติหญิงสาว ด้วยฤทธิ์ไวน์ที่เธอดื่มตั้งแต่เริ่มงาน ความเมาที่ไม่ประสีประสา ดื่มจนไม่รู้จักดูแลตัวเองเหมือนเก็บกดมาเป็นสิบชาติ บวกกับอะไรบางอย่างที่อิงอรใส่ลงไปในแก้วไวน์ ทำให้หญิงสาวกระวนกระวาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel