ตอนที่ 3 ใครเขาอุ้มผู้หญิงแบบนี้กัน
เช้าวันหยุดพิมพ์มาดาลากกระเป๋าเดินทางทั้งของตัวเองและนภาสำหรับทริปเที่ยวทะเลในสุดสัปดาห์นี้ และคนขับคือปกรณ์ ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงบ้านพักที่หล่อนจองไว้ เป็นบ้านพักริมทะเลบรรยากาศเงียบสงบ หาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตา คลื่นทะเลเล็กๆ ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระลอก น้ำทะเลกระทบกับแสงแดดระยิบระยับ ลมทะเลค่อนข้างแรงพัดมาเป็นระยะ ยอดมะพร้าวที่ขึ้นอยู่ริมหาดปลิวโอนเอนตามลม
ถ้าไม่อยู่ในหน้าที่ก็จะลากเก้าอี้เปลมานอนตรงนี้แหละเธอคิดในใจ
พิมพ์มาดาจัดเตรียมอุปกรณ์ปิ้งย่างสำหรับมื้อค่ำไว้ที่ระเบียงหน้าบ้านพักสำหรับปาตี้ครอบครัวเล็กๆ และเตรียมเครื่องดื่มสำหรับชายหนุ่มอีกด้วย
“รอบคอบจริง” เขาคิดในใจ
เป็นไปตามคาดหญิงชราสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด พูดคุยไม่ขาดปาก
“นานมากแล้วที่ย่าไม่ได้มาเปิดหูเปิดตาขลุกอยู่แต่ในบ้าน”
เธอยิ้มและสูดรับกลิ่นบรรยากาศลมทะเลเข้าเต็มปอดและหลับตาผ่อนคลาย
“คนแก่ไปไหนก็ยุ่งยากเป็นภาระคนอื่น” ลืมตาแล้วเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
“เป็นภาระที่ไหนคะคุณท่าน มาหลายคนสนุกดีค่ะ”
“บอกให้เรียกย่า” พิมพ์มาดายิ้มแห้งชำเลืองมองหลานชายคุณย่าแค่แวบหางตา
“เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันนะคะ นานๆ จะได้มาแบบนี้”
หญิงสาวเข็นรถเข็นผู้สูงวัยเดินหามุมสวยถ่ายรูปจุดนั้นจุดนี้อย่างสนุก ส่วนคนหน้าหล่อก็นั่งวางมาดจิบเครื่องดื่มไปพลางๆ เหมือนไม่มีตัวตนสำหรับหล่อนเลย
“ตากรณ์มาถ่ายด้วยกันสิ…เร็วเข้า” นภาเอ่ยชวนชายหนุ่ม
“เดี๋ยวพิมพ์ถ่ายให้ค่ะ” เธออาสาเป็นตากล้อง
“พิมพ์มาถ่ายด้วยกันยังไม่มีรูปสามคนเลย”
หลังจากได้รูปคู่กับหลานชายแล้ว โดยใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือจับเวลาถ่ายจนได้ภาพเป็นที่พอใจของผู้เป็นย่า ชายหนุ่มเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้เวลาผ่อนคลายแบบนี้สักเท่าไหร่ นอกเสียจากมาคุยเรื่องธุรกิจซึ่งก็ไม่ได้ผ่อนคลายแบบจริงจัง
ในระหว่างที่หญิงสาวเตรียมอาหารสำหรับมื้อค่ำและสนทนากับหญิงชราเขาก็เผลอหลับไปบนเก้าอี้เปลริมชายหาด หญิงชราผู้ซึ่งมองดูผู้เป็นหลานอย่างเอ็นดูราวกับว่าเขายังเป็นเด็กน้อยอยู่เสียอย่างนั้น
ตั้งแต่พ่อกับแม่ของเขาแยกทางกันก็มีแค่เธอที่เลี้ยงดูเขามาด้วยความรักที่เต็มเปี่ยมหัวใจ ปกรณ์เป็นเด็กดีเสมอไม่เคยทำให้เธอหนักใจเลยสักครั้ง จนวันที่พ่อของเขาจากไปด้วยอาการป่วย
ชีวิตของเขามีแต่งานและภาระอันหนักอึ้ง ปล่อยให้เขาได้พักผ่อนแบบนี้บ้างก็ดี แท้จริงแล้วการที่เธอยอมตกลงกับคำขอของพิมพ์มาดา ไม่ใช่แค่ว่าอยากมาเที่ยว แต่เธอแค่อยากให้เขาที่ทำงานหนักมาตลอดได้พักต่างหาก
พิมพ์มาดาก้มมองใบหน้าผู้ชายอันเป็นที่รักของคุณนภาตรงหน้าเธอที่หลับอยู่อย่างสำรวจ เส้นผมที่ปลิวเบาๆ ตามแรงลมที่พัดมาเป็นระยะ เคลื่อนไปมาอยู่บริเวณหน้าผาก ปากหนาได้รูปที่ปิดสนิท แผ่นหน้าอกกว้างขยายขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เธอเผลอมองอยู่แบบนั้นอย่างลืมตัว แล้วก็สะดุ้งเมื่อเขาลืมตาขึ้นมามองเธอ
“อาหารเสร็จแล้วค่ะ” ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันหลังเดินกลับไป
มื้อค่ำวันนี้คุณย่าเจริญอาหารเป็นพิเศษ แถมยังอารมณ์ดีเล่าอดีตและเรื่องราวมากมายให้สองหนุ่มสาวฟังอย่างเพลิดเพลิน ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจนึกขอบคุณพิมพ์มาดาในใจที่เป็นต้นเรื่องพาคุณย่าของเขามาเปิดหูเปิดตาแบบนี้
“ตั้งแต่พิมพ์มาอยู่ที่นี่ยังไม่ได้ลาหยุดเลย ถ้ามีธุระที่ไหนก็ไปได้นะไม่ต้องเกรงใจ” นภาเอ่ยขึ้น
“แล้วมาเที่ยวต่างจังหวัดแบบนี้พี่บ้านไม่ว่าใช่ไหม?”
“อ๋อ พี่พรไม่ว่าหรอกค่ะ” เธอตอบอย่างอารมณ์ดี
“ย่าหมายถึงแฟนเราน่ะ ขอโทษด้วยนะที่ถามเรื่องส่วนตัว”
“พิมพ์ไม่มีแฟนค่ะ” พูดพลางตักอาหารใส่ปากเคี้ยว
“ไม่เคยมีเลยเหรอ?”
“ก็เคยมีนะคะคุณย่า…แต่เลิกแล้วค่ะ” เธอเว้นช่วง
“ตั้งแต่อยู่อนุบาล” เธอพูดติดตลกพร้อมรอยยิ้มสดใส
“โธ่เอ๊ย” นภาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“เหมือนตากรณ์เลย ถามทีไรก็ไม่มีแฟน”
ชายหนุ่มชะงักที่จู่ ๆ ก็วกเรื่องมาที่เขา
“อ้าวทำไมละคะ คุณกรณ์ก็หล่อ...” ห้ามปากไว้ไม่ทันรีบตักข้าวเข้าปากเคี้ยวแก้เก้อ แล้วผู้หญิงคนที่มาวันนั้นไม่ใช่แฟนของเขาหรือไงนะ หรือแค่คู่ควง หล่อเลือกได้สินะ
ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้มาเติมน้ำแข็งใส่แก้ว
“ใช่หล่อ ฉลาด เก่ง แต่ทำไมถึงไม่มีแฟน พิมพ์คิดว่าไง?” คำถามจากหญิงชรา
“พิมพ์คิดว่า…คุณกรณ์ฟอร์มจัด และก็ขี้เก๊กค่ะ” เธอพูดกระซิบเบาๆ
เสียงแก้วน้ำวางกระแทกลงบนโต๊ะทันทีที่เธอพูดจบ หญิงสาวสะดุ้ง บวกกับเสียงหัวเราะเบาๆ ของหญิงสูงวัย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อยู่ในบรรยากาศเช่นนี้กับผู้เป็นย่า เห็นเวลาที่พิมพ์มาดาดูแลหญิงอันเป็นที่รักของเขา โดยที่เขาเองยังไม่เคยปฏิบัติกับผู้เป็นย่าเลย นึกแล้วก็รู้สึกละอายใจอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่พ่อไม่อยู่เขาก็ทุ่มเทให้กับงานอย่างหนักจนแทบจะไม่มีเวลาให้กับย่าเลยเสียด้วยซ้ำ
ด้วยความที่อยากให้หนุ่มสาวได้พักผ่อนมีเวลาส่วนตัวบ้าง ไม่ใช่คอยประคบประหงมแต่คนแก่มันคงน่าเบื่อ ในตอนสายของวันใหม่ หญิงชราอ้างว่าบรรยากาศดีจะขอนอนต่อสักพัก
“พิมพ์ไปพักเถอะย่าของีบยาวๆ สักหน่อย”
หลังจากเตรียมยาไว้ให้หญิงชราแล้ว เธอก็เดินรับลมเล่นที่หาดทราย พิมพ์มาดายืนแหงนหน้าหลับตาสูดลมหายใจรับลมทะเลเข้าเต็มปอด ริมฝีปากเหยียดโค้งยิ้มอย่างมีความสุขเพียงลำพัง ผมยาวหยักศกเป็นลอนปลิวตามลม หน้าหวานยังหลับตายิ้มค้างอยู่อย่างนั้น ชุดเดรสกระโปรงยาวผ่าข้างสีหวานปลิวสะบัดตามแรงลมแนบไปกับเรือนร่าง เหมือนรูปปั้นปติมากรรมที่ห่อด้วยผ้าเนื้อดีโดดเด่นบนหาดทรายกว้าง สายเสื้อคล้องไหล่เส้นจิ๋วจับจีบเป็นระบายพองปิดหัวไหล่และต้นแขนบาง
“สดชื่นจัง” ลืมตามองทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา พลันหญิงสาวก็ขมวดคิ้วสงสัยสิ่งที่อยู่ในทะเลไกลออกไปที่ผลุบๆ โผล่ ๆ ขึ้นลงตามแรงคลื่น
“เจ้าเหมียว” เธอพึมพำคนเดียวเบา ๆ
ลูกแมวตัวเล็กกำลังตะเกียกตะกายเข้าฝั่งแต่ไม่เป็นผล พิมพ์มาดาตัดสินใจในทันที สองมือจับเดรสถลกขึ้นวิ่งลงทะเลไป เจ้าเหมียวที่หมดแรงตะเกียกตะกายปล่อยตัวให้ลอยตามคลื่น มือบางคว้าจับตัวมันไว้แต่คลื่นที่ซัดมาทำให้มันห่างออกไปอีก เธอว่ายน้ำตามมันออกไปแต่กระโปรงดันมาสร้างปัญหามันพันขาหล่อนไว้ ขณะจะพุ่งตัวว่ายน้ำออกไป ตั้งใจจะช่วยแมวแต่จะช่วยตัวเองยังลำบาก
ปกรณ์ถอดแว่นกันแดดสีดำออกขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้าอย่างงงงวย
“เค้าทำอะไรของเค้า” ส่ายหน้าพร้อมเดินลงทะเล
ร่างใหญ่ตัวสูงลากร่างบางที่กอดลูกแมวไว้ขึ้นจากน้ำทะเล พิมพ์มาดาอุ้มประคองลูกแมวไว้ในอก ปกรณ์เดินดุ่ม ๆ ขึ้นชายหาดหนีบร่างบางด้วยแขนเพียงข้างเดียว หน้าเธอคว่ำลงที่พื้นมองตามเท้าที่ก้าวยาวๆ ไปกับหาดทราย ขาหญิงสาวห้อยแกว่งตามจังหวะเดินของเขา แล้ววางร่างบางลงกับพื้นทราย
“ใครเขาอุ้มผู้หญิงแบบนี้กัน…ผู้ชายอะไรไม่มีความโรแมนติกเอาเสียเลย”
คิดในใจ เธอไอแค้ก ๆ ไล่ความเค็มน้ำทะเลออกจากลำคอและปาก
“คุณว่างมากเหรอ?”
แทนที่จะห่วงใยกัน ร่างสูงที่เปียกไปทั้งตัวยืนมองหญิงสาวที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นทราย เม็ดทรายเล็กๆ กระจายอยู่ตามขาและเท้า
“คุณกรณ์ไม่เห็นลูกแมวเหรอคะ?”
เผลอขมวดคิ้วเล็กๆ หน้าคว่ำอย่างลืมตัว เงยหน้ามองเขา ถ้าเป็นตัวเขาจะปล่อยให้มันตายต่อหน้าหรือยังไงกัน
“ใจดำ” คิดในใจ ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งช่วยเธอขึ้นมาแท้ๆ
ตอนนี้ชุดสวยของเธอเปียกปอนไปด้วยน้ำทะเล เผยให้เห็นบราตัวจิ๋วด้านในชัดเจน ผมเปียกลีบแนบไปกับไหล่และแผ่นหลัง เสื้อที่เปียกน้ำทำให้คอมันย้วยลงไปจนเห็นร่องอกอวบที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เธอโน้มตัวลงลูบขนเจ้าเหมียวที่เปียกเพื่อไล่น้ำออกจากตัวมัน ทำให้สะโพกและบั้นท้ายแอ่นขึ้นเห็นกางเกงในตัวจิ๋วสีหวานชัดเจน ชุดสวยที่เปียกฉ่ำบางแจ๋ว แม้จะมีซับอยู่ก็ไม่สามารถอำพรางสรีระให้หล่อนได้เลย ชายหนุ่มละสายตาไปทางอื่น
“มันปลอดภัยแล้วก็ปล่อยมันได้แล้ว”
“อีกอย่าง…”
“คุณก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว หรือจะถ่ายแบบชุดว่ายน้ำต่อ”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป พิมพ์มาดานั่งงง ก้มลงมองตัวเอง อ้าปากหวอเอามือปิดหน้าอกทันทีด้วยความตกใจ
“คุณพระ”
“เห็นหมดเลย” แต่ไม่ทันแล้ว
ทุกเช้าพิมพ์มาดาจะเตรียมกระเป๋าส่วนตัวที่เขาต้องนำไปสำนักงานด้วยทุกวัน และแฟ้มเอกสารต่างๆ ที่หอบกลับมาทำต่อที่บ้าน พร้อมเสื้อสูทของชายหนุ่มไว้รอ ในระหว่างที่เขาจิบกาแฟตอนเช้าและพูดคุยกับคุณย่า หลังจากนั้นเธอจะเดินไปส่งเขาที่รถพร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ของเขา ลุงเพิ่มติดเครื่องยนต์รออยู่ในรถก่อนแล้ว นี่คือกิจวัตรประจำวันของเธอ
“อีกหน่อยคงเป็นง่อย คนมีเงินมีหน้าที่แค่หายใจหรือยังไง” ได้แต่คิดในใจ
มื้อเย็นในวันหยุดสุดสัปดาห์บนโต๊ะอาหารมื้อค่ำผู้สูงวัยตักอาหารเข้าปากอย่างไม่มีรสชาติเพียงลำพัง โดยไม่มีเงาหลานชายร่วมโต๊ะอาหาร จนถึงเวลาเข้านอนหญิงชราก็ยังคงนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เพื่อรอพบหน้าหลานชายที่ยังไม่กลับบ้าน
“ดึกแล้วนะคะคุณย่า พิมพ์ว่าเข้านอนดีกว่าค่ะ สักพักคุณกรณ์คงกลับ”
“ยุ่งแค่ไหนก็ควรจะรับสาย โทรไปไม่รู้กี่สายก็ไม่รับ แถมไม่โทรกลับอีกต่างหาก”
ผู้เป็นย่าบ่นแต่จริง ๆ แล้วคือเป็นห่วงมาก เสียงรถจอดหน้าบ้าน ลุงเพิ่มคนขับวิ่งลงมาเปิดประตูรถสักพักก็เดินหิ้วปีกพยุงกึ่งลากร่างใหญ่เข้าบ้านกลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งมาปะทะจมูก
“ทำไมเมาขนาดนี้ล่ะนายเพิ่ม”
“วันนี้เลี้ยงรับรองลูกค้าและฉลองปิดโปรเจกครับคุณท่าน”
“แล้วธนาไม่ดูแลเหรอถึงปล่อยให้เมาขนาดนี้บอกไม่รู้กี่ครั้ง”
“คุณธนาก็สภาพไม่ต่างกับคุณกรณ์ครับ น่าจะหนักกว่าด้วยซ้ำครับ”
“โอ๊ย…ไปๆ พาขึ้นห้อง”
หญิงชราที่นั่งรถเข็นไม่สามารถช่วยอะไรนายเพิ่มได้ ปัญหาต่อมาคือลากร่างใหญ่ขึ้นข้างบน
“คุณพิมพ์ช่วยลุงหน่อยครับเดี๋ยวจะตกบันไดลงมาซะก่อนจะถึงห้อง” ลุงเพิ่มเอ่ยขอความช่วยเหลือ
พิมพ์มาดายืนงก ๆ เงิ่น ๆ เธอไม่เคยดูแลคนเมามาก่อนทำอะไรไม่ถูก
“ไป...พิมพ์ช่วยนายเพิ่มหน่อย”
คำสั่งจากเจ้านายสูงวัยทำให้หล่อนต้องจำใจหิ้วปีกอีกข้างของชายหนุ่มช่วยลุงเพิ่มลากขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเล วางเขาไว้ที่เตียงนอนแล้วลงมารายงานผู้เป็นย่า
“แล้วทิ้งเขาไว้แบบนั้นน่ะเหรอ?” แทนคำตอบหญิงสาวหลับตาปริบ ๆ
“เอาผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าเช็ดตาให้เรียบร้อยก่อน”
หญิงชราพูดแบบไม่คิดถึงเรื่องอื่นเลยในใจห่วงแค่หลานชายเท่านั้น นี่คุณย่าจะให้เราอยู่แบบสองต่อสองกับผู้ชายตอนเขาเมาได้ยังไงกัน เธอคิดในใจ เหมือนรู้ความในใจหญิงอ่อนวัย
“ไม่มีอะไรหรอก พิมพ์ก็คิดว่าตากรณ์เป็นย่า เช็ดตัวให้ย่าตอนไม่สบายก็แล้วกัน”
“ถ้าย่าเดินเหินสะดวกคงไม่รบกวนใครหรอก” พูดทิ้งท้ายอย่างน้อยใจ
“ได้ค่ะคุณย่า งั้นคุณย่าเข้านอนก่อนนะคะพิมพ์ไปส่ง ดึกมากแล้ว”
