บทที่ 3: กฎของตำหนักคุนหนิง
บทที่ 3: กฎของตำหนักคุนหนิง
ยามเฉิน (07.00 - 08.59 น.) แสงอรุณแรกของวันสาดส่องผ่านบานหน้าต่างฉลุลายนกกระเรียน ทาบทับลงบนพื้นกระเบื้องหยกของตำหนักคุนหนิง
หลี่รั่วจินลืมตาตื่นขึ้นตรงเวลาตามนาฬิกาชีวิตที่ถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก แม้เมื่อคืนนางจะได้หลับพักผ่อนเพียงไม่กี่ชั่วยาม แต่ดวงตากลมโตกลับกระจ่างใสและตื่นตัวเต็มที่ ไร้ซึ่งร่องรอยของความโศกเศร้าจากการถูกทอดทิ้งในคืนวสันต์ดังเช่นที่สตรีวังหลังควรจะเป็น
"คุณหนู... เอ่อ ฮองเฮา ทรงตื่นแล้วหรือเพคะ"
ชุ่ยอวี้ นางกำนัลคนสนิทรีบก้าวเข้ามาเปิดม่านมุ้งด้วยท่าทีระมัดระวัง ด้านหลังของนางคือแม่นมจ้าวที่ประคองอ่างน้ำล้างหน้าทองเหลืองเข้ามาด้วยสีหน้าอมทุกข์
"เปลี่ยนสรรพนามเสียให้ชิน ชุ่ยอวี้ กำแพงมีหู ประตูมีช่อง หากพลาดพลั้งเพียงคำเดียว หัวของเจ้าอาจหลุดจากบ่าได้" หลี่รั่วจินเอ่ยเตือนเสียงเรียบ ขณะขยับกายลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังของนางตั้งตรงสง่างามโดยธรรมชาติ
"เพคะ ฮองเฮา" ชุ่ยอวี้รับคำเสียงสั่น รีบเข้ามาช่วยประคองเจ้านายให้ลุกจากเตียง
หลังจากการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดผ้าไหมสีแดงเข้มปักลายหงส์สยายปีกที่ลดทอนความหรูหราลงมาให้เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวัน หลี่รั่วจินก็นั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปล่อยให้แม่นมจ้าวสางผมและเกล้ามวยให้อย่างเรียบง่าย
นางปฏิเสธที่จะประดับปิ่นทองคำระย้าที่หนักอึ้ง เลือกเพียงปิ่นหยกขาวเรียบๆ แกะสลักลายดอกอวี้หลาน และแน่นอน... ปิ่นเงินซ่อนช่องลับสำหรับทดสอบพิษและบรรจุยาเม็ดฉุกเฉิน ยังคงถูกปักซ่อนไว้ในมวยผมอย่างแนบเนียน
"ฮองเฮาเพคะ..." แม่นมจ้าวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ "เมื่อครู่ขันทีหน้าตำหนักมารายงานว่า ซุนหมัวมัว นางกำนัลอาวุโสจากกรมวัง มารอขอเข้าเฝ้าเพื่อรับ 'ผ้าแพรพรหมจรรย์' ไปลงบันทึกในสมุดกูเจีย (สมุดบันทึกการร่วมหอของฝ่ายใน) เพคะ"
มือที่กำลังหยิบตลับชาดของหลี่รั่วจินชะงักไปเล็กน้อย
ผ้าแพรพรหมจรรย์... เมื่อคืนฮ่องเต้ทรราชผู้นั้นบุกเข้ามาบีบคอข่มขู่นาง แล้วก็สะบัดชายแขนเสื้อจากไป ผ้าแพรผืนนั้นย่อมขาวสะอาดบริสุทธิ์ไร้ซึ่งรอยเลือดมงคลใดๆ
นี่คือด่านทดสอบแรกของวัน หากปล่อยให้ผ้าแพรขาวสะอาดนี้หลุดรอดออกไปให้กรมวังลงบันทึก ข่าวเรื่องฮองเฮาถูกทอดทิ้งตั้งแต่คืนแรกจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งวังหลังภายในครึ่งก้านธูป และเหล่าพระสนมที่จ้องจะเหยียบย่ำนางอยู่แล้ว จะต้องดาหน้ากันเข้ามาสร้างความรำคาญใจไม่หยุดหย่อน
ทว่าหากจะกรีดเลือดตนเองเพื่อย้อมผ้าผืนนั้นให้เป็นรอยพรหมจรรย์ปลอม... จ้าวหรงเยี่ยย่อมรู้ดีที่สุดว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใดขึ้น หากเขารู้ว่านางเล่นแง่หลอกลวงกรมวัง ข้อหาหลอกลวงเบื้องสูงจะถูกนำมาใช้เล่นงานนางได้อีก
หลี่รั่วจินลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงสีแดงเข้มกวาดไปตามพื้นหยก "ให้นางเข้ามา"
ซุนหมัวมัว หญิงชรารูปร่างท้วม ใบหน้าอวบอูมที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเจ้าเล่ห์ ก้าวเข้ามาในโถงตำหนักพร้อมกับนางกำนัลจากกรมวังอีกสองคน นางคุกเข่าถวายพระพรด้วยท่วงท่าที่ถูกต้องตามธรรมเนียมทุกประการ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและไม่เคารพยำเกรงเท่าที่ควร
"หม่อมฉันซุนหมัวมัว ถวายพระพรฮองเฮา ขอทรงพระเจริญพันปี พัน พันปีเพคะ"
"ลุกขึ้นเถิด" หลี่รั่วจินนั่งลงบนตั่งไม้จันทน์แดงตรงกลางโถง มือเรียวยกถ้วยชาชาดแดงขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามและเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกกดดัน
"ขอบพระทัยเพคะ" ซุนหมัวมัวลุกขึ้นยืน สายตาของหญิงชราลอบกวาดมองไปรอบๆ ตำหนักคุนหนิงที่เงียบเหงา ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าเรียบเฉยของฮองเฮาองค์ใหม่ "หม่อมฉันมารับผ้าแพรพรหมจรรย์เพื่อนำไปลงบันทึกตามกฎมณเฑียรบาลเพคะ ไม่ทราบว่าฮองเฮาทรงเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วหรือไม่"
หลี่รั่วจินพยักหน้าเล็กน้อยให้ชุ่ยอวี้ นางกำนัลสาวรีบประคองถาดไม้สนที่คลุมด้วยผ้าไหมสีเหลืองทองออกมาวางตรงหน้าซุนหมัวมัว หญิงชรายกยิ้มมุมปากอย่างมีนัยยะ มืออวบอูมเอื้อมไปเปิดผ้าคลุมออกทันทีโดยไม่รั้งรอ
ทว่ารอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของซุนหมัวมัวกลับแข็งค้าง เมื่อพบว่าผ้าแพรไหมสีขาวบริสุทธิ์บนถาดนั้น... ขาวสะอาด ไร้ซึ่งรอยหยดเลือดใดๆ ตามที่นางคาดเดาไว้ไม่ผิดเพี้ยน
"ฮองเฮา..." ซุนหมัวมัวแสร้งทำน้ำเสียงตกใจ ทว่าแววตากลับปิดบังความสะใจไว้ไม่มิด "ผ้าแพรผืนนี้ขาวสะอาด ขาดซึ่งรอยเลือดมงคล หม่อมฉันเกรงว่า... หากนำไปลงบันทึก จะเป็นที่ครหาแก่ฝ่ายในได้นะเพคะ"
"ครหาเรื่องใดหรือ หมัวมัว" หลี่รั่วจินวางจอกชาลงบนโต๊ะด้วยเสียงอันดัง 'กึก' ทำให้นางกำนัลจากกรมวังทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว
"ก็... ก็เรื่องที่ฝ่าบาทมิได้ประทับร่วมหอกับพระองค์..." ซุนหมัวมัวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นางทำงานในวังมานาน รับใช้พระสนมมาก็มาก ย่อมรู้ดีว่าสตรีที่ไร้ความโปรดปรานเช่นนี้ อีกไม่นานก็ต้องถูกเหยียบจมดิน
หลี่รั่วจินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งทำเอาซุนหมัวมัวขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ
"ซุนหมัวมัว เจ้าอยู่ในวังมานาน ย่อมรู้กฎมณเฑียรบาลดี... การที่ฝ่าบาทเสด็จออกจากห้องหอกลางดึกเป็นความจริงที่องครักษ์และขันทีหน้าตำหนักล้วนประจักษ์ หากข้ากรีดเลือดตนเองเพื่อสร้างรอยปลอมบนผ้าผืนนี้ แล้วฝ่าบาททรงทราบภายหลัง เจ้าคิดว่าโทษฐานของการบังอาจปลอมแปลงบันทึกกูเจียคือสิ่งใด? ประหารทั้งตำหนักคุนหนิง และรวมถึงตัวเจ้าที่รับผ้าผืนนี้ไปลงบันทึกด้วยหรือไม่"
คำพูดที่แทงตรงจุดอ่อนทำให้ใบหน้าอวบอูมของซุนหมัวมัวซีดเผือดลงทันที
"อีกอย่างหนึ่ง..." หลี่รั่วจินลุกขึ้นยืน ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาหญิงชราอย่างเชื่องช้า "การที่ฝ่าบาทมิได้ร่วมหอกับข้า เป็นการตัดสินพระทัยของโอรสสวรรค์ หากเจ้ากล้านำเรื่องผ้าแพรผืนนี้ไปป่าวประกาศให้เกิดข่าวลือในวังหลัง นั่นมิเท่ากับว่าเจ้ากำลังวิพากษ์วิจารณ์ 'พระราชอำนาจ' และ 'พระราชนิยม' ของฝ่าบาทหรอกหรือ"
หมวกใบใหญ่ข้อหา 'วิพากษ์วิจารณ์โอรสสวรรค์' ถูกสวมลงบนหัวของซุนหมัวมัวอย่างแนบเนียน หญิงชราเข่าอ่อน ทรุดลงไปหมอบคุกเข่ากับพื้นกระเบื้องทันที
"หม่อมฉันมิกล้า! หม่อมฉันมิกล้าเพคะฮองเฮา!"
หลี่รั่วจินก้มมองร่างที่สั่นเทาของซุนหมัวมัว สายตาของนางไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การข่มขู่ สัญชาตญาณแพทย์ของนางสังเกตเห็นบางสิ่งตั้งแต่ตอนที่หญิงชราเอื้อมมือไปเปิดผ้าคลุมถาด
"เจ้ามิกล้าก็ดีแล้ว..." หลี่รั่วจินลดเสียงลง เปลี่ยนกระแสเสียงจากการข่มขู่เป็นการสนทนาที่ราบเรียบทว่าแทงลึกถึงกระดูก "ซุนหมัวมัว ช่วงนี้เจ้าคงปวดตามข้อกระดูกนิ้วมือและหัวเข่าอย่างหนักสินะ โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่มีลมเย็นพัดผ่าน ความปวดร้าวคงแล่นปราดเข้าไปถึงไขกระดูก จนไม่อาจข่มตาหลับได้สนิทใช่หรือไม่"
ซุนหมัวมัวเบิกตากว้าง เงยหน้าขึ้นมองฮองเฮาองค์ใหม่ราวกับเห็นผีสาง "ฮะ... ฮองเฮาทรงทราบได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันทนทุกข์กับโรคปวดข้อความเย็นนี้มาหลายปี หมอหลวงล้วนบอกว่าเป็นโรคคนแก่ รักษาไม่หายขาด..."
"หมอหลวงวังหน้ามักจ่ายยาแบบประคองอาการ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด" หลี่รั่วจินอธิบายอย่างผู้เชี่ยวชาญ "เจ้าสูดดมกลิ่นกำยานในวังมานานนับสิบปี บวกกับการคุกเข่าบนพื้นหยกเย็นเฉียบ ความชื้นเย็นแทรกซึมเข้าสู่เส้นลมปราณ... ยาต้มหมาหวงกับกุ้ยจือที่เจ้าแอบดื่มอยู่ทุกวัน มันช่วยบรรเทาปวดได้แค่ชั่วคราว แต่ฤทธิ์ร้อนของมันกลับไปเผาผลาญลมปราณตับ ทำให้เจ้ามีอาการตาพร่ามัวร่วมด้วยในระยะหลังนี้ ถูกต้องหรือไม่"
คราวนี้ซุนหมัวมัวถึงกับโขกศีรษะลงบนพื้น "ฮองเฮาทรงพระปรีชา! ทรงราวกับตาเห็น! หม่อมฉันทรมานเหลือเกินเพคะ หากฮองเฮามีเมตตา..."
"เมตตาของข้า มีไว้สำหรับผู้ที่ซื่อสัตย์และมีประโยชน์เท่านั้น" หลี่รั่วจินหมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่ตั่งไม้จันทน์แดง "นำผ้าแพรผืนนั้นกลับไปลงบันทึกตามความจริง และจงปิดปากของพวกเจ้าให้สนิท ห้ามให้มีข่าวลือใดๆ เกี่ยวกับตำหนักคุนหนิงหลุดรอดออกไปแม้แต่ครึ่งคำ... หากเจ้าทำได้ดี ภายในสามวัน ข้าจะให้ชุ่ยอวี้ส่ง 'ยาเม็ดทะลวงปราณขับความเย็น' ที่ข้าปรุงเองไปให้ ยานี้เพียงสามเทียบ จะช่วยสลายความชื้นในไขกระดูกของเจ้า ทำให้เจ้าไม่ต้องทนปวดร้าวอีกต่อไป"
ดวงตาของซุนหมัวมัวเบิกโพลงด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น นางเป็นนางกำนัลอาวุโสที่มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง แต่กลับต้องทนทรมานกับโรคภัยที่เงินทองก็รักษาไม่ได้ บัดนี้ ฮองเฮาองค์ใหม่ที่ทุกคนตราหน้าว่าไร้ค่า กลับกลายเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ของนาง
"ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ! หม่อมฉันซุนหมัวมัวขอสาบานด้วยชีวิต ว่าจะไม่ให้มีข่าวลือใดๆ เกี่ยวกับตำหนักคุนหนิงหลุดรอดออกไปจากกรมวังเด็ดขาด หม่อมฉันจะเป็นหูเป็นตาให้ฮองเฮาตลอดไปเพคะ!" หญิงชราโขกศีรษะติดๆ กันสามครั้งด้วยความตื้นตันและยำเกรงอย่างแท้จริง
"ดี ถอยออกไปได้"
เมื่อข้ารับใช้จากกรมวังจากไปจนหมด แม่นมจ้าวและชุ่ยอวี้ต่างลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก แม่นมจ้าวมองคุณหนูรองของตนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความห่วงใยและเวทนา กลายเป็นความศรัทธาและเทิดทูน
"ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่งนักเพคะ ทรงใช้สติปัญญาและวิชาแพทย์พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ได้สายสืบในกรมวังมาไว้ในกำมืออย่างง่ายดาย" ชุ่ยอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ชุ่ยอวี้" หลี่รั่วจินรินชาอุ่นๆ ให้ตนเองอีกจอก สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มุ่งตรงไปยังทิศทางของจวนแม่ทัพที่อยู่ห่างไกลออกไป "ในวังหลังแห่งนี้ ความโปรดปรานจากบุรุษเป็นเพียงภาพลวงตาที่พร้อมจะจางหาย อำนาจที่แท้จริงคือการกุมจุดอ่อนและชีวิตของผู้อื่นไว้ในมือต่างหาก"
นางวางจอกชาลง สัมผัสเบาๆ ที่ช่องลับในแขนเสื้อซึ่งซ่อนม้วนเข็มเงินเอาไว้
การจัดระเบียบตำหนักคุนหนิงและการซื้อใจข้ารับใช้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ก้าวต่อไปคือการหาช่องทางลอบติดต่อกับองครักษ์เงาของตระกูลหลี่ เพื่อวางแผนออกไปรักษาร่างกายของพี่ชายให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิม
จ้าวหรงเยี่ย... ในเมื่อพระองค์ตั้งใจจะทอดทิ้งหม่อมฉันไว้ในตำหนักเย็นแห่งนี้ หม่อมฉันก็จะใช้ความเงียบสงบที่พระองค์มอบให้นี่แหละ เป็นฐานที่มั่นในการฟื้นฟูตระกูลหลี่ และเมื่อใดที่ตระกูลหลี่กลับมายิ่งใหญ่ เมื่อนั้น... กระดานหมากกระดานนี้ พระองค์จะไม่มีสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมมันอีกต่อไป!
