บท
ตั้งค่า

บทที่ 7-8 (ลิขิตฟ้ามายารัก)

บทที่ 7 ลิขิตฟ้ามายารัก

“ท่านจะทำอะไรหรือเลโอฯ จะเอามนุษย์นั่นไปไหน” เสียงร้องถามจากซิมเวย์ที่ตามเข้ามาภายหลังโดยการได้ยินเสียงพูดของเลโอไนดัส หล่อนเดินรี่เข้าไปหาเขา และเพ่งสายตาหวาดระแวงมองร่างที่อ้อมแขนกำยำโอบอุ้มราวกับหวงแหน พอเห็นความงดงามเหนือกว่าความริษยาก็พลุ่งพล่านขึ้นทันที

“ข้าจะพานางกลับไปที่พักของเรา” เลโอไนดัสบอกเสียงเบาจ้องตอบสายตาเป็นอริของนาง

“ทำไมท่านต้องพาไป ซากของนางจะมีประโยชน์อะไร เมื่อไม่ได้เป็นอาหารของร่างแปลงเรา” แรงริษยาทำให้ซิมเวย์ลืมตัวคว้าแขนของร่างหลับใหลดึงรั้งเกือบจะเป็นกระชาก

“ข้าบอกแล้วว่านางยังมีลมหายใจ”

เลโอไนดัสบอกเสียงกระด้าง มองตามมือซีดขาวของซิมเวย์ที่อยู่บนข้อมือร่างที่เขาอุ้มไว้ แล้วเงยขึ้นมองสบตานางด้วยแววเกรี้ยวกราด ซึ่งนางต้องหรุบตาต่ำลงทันทีที่สบดวงตา คมวาวลุกเรืองราวกับเปลวไฟของเขา

“ชีพจรของนางมนุษย์แผ่วเบานัก จะตายในไม่กี่นาทีข้างหน้า ท่านจะไปช่วยทำไม ปล่อยนางไว้เถอะ” หล่อนไม่เคยเห็นความสำคัญของชีวิตผู้ใดนอกจากตัวเอง

“นางจะไม่ตายจากโลกของเรา” เสียงเข้มของเลโอไนดัสบอกชัดว่าไม่ใส่ใจคำร้องของซิมเวย์ เขาเบี่ยงตัวออกเพื่อร่างในอ้อมแขนพ้นห่างจากคู่รักสาว

“หมายความว่ายังไง ท่านจะช่วยต่อลมหายใจให้นางรึ”

ซิมเวย์มองอย่างระแวง หากเลโอไนดัสต้องการช่วยมนุษย์สาวสวยผู้นี้ แสดงว่าเขาต้องมีความสนใจในตัวหล่อนเป็นอย่างมาก นางไม่อยากให้เขาสนใจหรือเห็นความสำคัญของผู้ใดมากไปกว่าตัวนาง

“ข้าช่วยทุกคนที่ยังมีลมหายใจ เหมือนที่เราถูกช่วยมา เจ้าขัดข้องอะไรซิมเวย์”

“ขัดข้องที่ท่านเลือกจะช่วยนางมากกว่าใครๆ นางมีความหมายพิเศษกับท่านนักหรือไง”

“นางมีความหมายเหมือนกับมนุษย์ทุกคนที่สมควรได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ และข้าก็ไม่ใจดำมากพอจะละเลยต่อมนุษย์ที่หลงเข้ามาในโลกของเราด้วยการปล่อยให้พวกเขาต้องหมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา”

“ข้าคิดว่ากลุ่มของเรามีจำนวนเพื่อนพ้องมากพอแล้ว”

“เป็นความคิดของเจ้า ไม่ใช่ความคิดของข้า เอาละ ถอยไปได้แล้ว ข้าจะรีบพานางไป”

“เลโอฯปล่อยนางตายไปตามวิถีชีวิตของนางเถอะ การตายของนางน่าจะมีประโยชน์ต่อพวกเรามากกว่า” แรงริษยาทำให้ซิมเวย์ลืมกฎที่เลโอไนดัสตั้งไว้เสียสนิท

“เจ้าลืมกฎของกลุ่มสิงหราไปแล้วรึ เราจะไม่กินเลือดเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร เจ้าควรจะจำไว้ให้ดี”

เลโอไนดัสกล่าวเสียงหนักแน่น มองสบตาหล่อนด้วยแววตาแข็งกร้าว เขารู้ว่าซิมเวย์ไม่ชอบใจในสิ่งที่เขาจะกระทำ แต่นางไม่ใช่คนที่จะมาสั่งเขาได้ เขาจึงเลิกใส่ใจต่อนาง หันไปฟังคำรายงานของสองเพื่อนในกลุ่ม

“ร่างพวกเขาทุกคนยังอยู่ในสภาพดี และยังมีลมหายใจอยู่ แต่เป็นลมหายใจที่อ่อนเต็มที ถ้าปล่อยเอาไว้อย่างนี้ คงจะตายในไม่ช้า” เอียนห์กับโอมห์สำรวจร่างที่เหลืออีกห้าร่างก่อนจะรายงานแก่ผู้นำกลุ่มของพวกเขา

“พวกเจ้าช่วยกันพาร่างพวกนั้นไป แล้วบอกให้พวกเราช่วยกันตรวจดูให้ดีว่ายังมีใครอยู่ในสภาพนี้อีกหรือเปล่า ส่วนพวกที่เหลือจงช่วยกันจัดการกลบฝังซากศพซะให้เรียบร้อย” ผู้นำกลุ่มออกคำสั่งกับอีกห้าร่างที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจากสาวงามในอ้อมแขน

“เลโอฯท่านน่าจะละเว้นซากมนุษย์พวกนี้ให้บ้างนะ ไหนๆฟ้าก็ลิขิตให้พวกเขาเข้ามาตายในเขตของพวกเราแล้วขอซากไร้ชีวิตนี่เป็นอาหารแก่พวกเราเถอะ กลบฝังไปก็เสียประโยชน์เปล่านะ”

เคธี่กับหนุ่มสาวสี่ห้าคนในกลุ่มยืนจับจ้องไปยังซากศพที่ฉีกขาดกระจัดกระจายด้วยอาการน้ำลายสอจากสัญชาตญาณร่างแปลง และต่างแสยะเขี้ยวแหลมคมในปากออกมาราวกับจะแข่งขันความคมยาวของมัน เพราะกลิ่นเลือดเนื้อของมนุษย์ยังสดใหม่ส่งกลิ่นคาวหอมหวานน่าลิ้มลองยิ่งนัก

“ห้ามแตะต้องซากศพพวกนั้น หากพวกเจ้าต้องการอาหาร ข้าอนุญาตให้เข้าไปเลือกกินเอาจากสัตว์ทุกชนิดในเขตมนตราของข้าอย่างเต็มที่ ส่วนซากศพของมนุษย์เหล่านี้ต้องได้รับการกลบฝังเป็นอย่างดีก่อนที่กลุ่มหมีดำของแบร์รี่หรือกลุ่มอื่นๆจะมาเห็นเข้า”

เลโอไนดัสส่งเสียงดุจคำรามกล่าวปรามเหล่าบริวารของตน พร้อมส่งสายตาแข็งกร้าวลุกเรืองมองสบตาทีละร่าง อย่างเด็ดเดี่ยว เขาเป็นผู้นำกลุ่มที่ต้องการรักษากฎของตนไว้อย่างเคร่งครัด และต้องดูแลเหล่าบริวารให้อยู่ในกฎระเบียบของกลุ่ม ซึ่งพวกเขาจะต้องน้อมรับด้วยความภักดี

กฎข้อแรก คือ ห้ามร่างแปลงทุกตนกินเลือดเนื้อของมนุษย์ เพราะถือว่าเป็นพื้นฐานหรือเป็นต้นกำเนิดมนุษย์กึ่งภูตพรายในชีวิตอมตะเผ่าพันธุ์นี้ และผู้นำกลุ่มไลออนเนสหรือกลุ่มสิงหราถือเป็นกฎหลักและเคร่งครัดอย่างยิ่ง

กฎข้อสอง คือ ห้ามร่างแปลงทุกตนกินอาหารจากเหยื่อทุกชนิดที่ยังมีลมหายใจ และกลุ่มสิงหราก็เคร่งครั้งเรื่องนี้เช่นกัน

ฉะนั้น บริวารของเลโอไนดัสจะต้องไม่แตะต้องมนุษย์ ไม่ว่าจะยังมีชีวิตหรือตายแล้ว และจะต้องกินเหยื่อจากสัตว์ต่างๆเฉพาะที่ร่างแปลงได้ฆ่าตายแล้ว

“ตรงนี้ยังมีชายผิวดำอีกคน เขายังมีลมหายใจ”

เสียงลิซ่าดังมาก่อนเลโอไนดัสจะเดินออกไป หล่อนกับลันทาช่วยกันจับพลิกชิ้นส่วนที่ค่อนมาทางปลายหางของซากวัตถุหงายให้เพื่อนในกลุ่มได้เห็นร่างชายผิวเข้มในชุดนักบวชที่ยังหายใจรวยริน

“เจ้าไปช่วยลิซ่ากับลันทา” เลโอไนดัสร้องสั่งมาร์ตินลูกน้องหนุ่มร่างยักษ์อีกตนหนึ่ง

“เอียนห์กับโอมห์ช่วยดูแลการกลบฟังร่างมนุษย์เหล่านี้ที ส่วนที่เหลือช่วยพาร่างมนุษย์พวกนี้ตามข้าเข้าไปในถ้ำ”

สั่งเสร็จผู้นำหนุ่มก็พาร่างในอ้อมแขนออกไป โดยไม่ได้เหลือบแลไปทางอื่น จึงไม่เห็นซิมเวย์ยืนมองตามด้วยสายตาแข็งกร้าวและใบหน้าบูดบึ้งขึ้งเคียด แล้วหล่อนก็หันหลังเดินเข้าไปหาซากศพที่ตนหมายตาอย่างท้าทาย

“ซิมเวย์ เจ้าจะทำอะไร ” เอียนห์ร้องถามทันทีที่เห็นซิมเวย์เดินเข้าหาซากมนุษย์ร่างหนึ่ง

“เฮ้...มันเรื่องของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มาห้าม”

ซิมเวย์กำลังอารมณ์พลุ่งพล่านด้วยฤทธิ์หึงแรงริษยาหันมาแยกเขี้ยวงอกยาวเข้าใส่เอียนห์อย่างไม่พอใจ

“ไม่ใช่ข้าที่ห้ามเจ้า แต่เป็นกฎของกลุ่มเราที่เจ้าต้องทำตาม และมันก็มาจากคำสั่งของเลโอไนดัสคู่ครองของเจ้า หรือเจ้าจะกล้าขัดคำสั่งเขา”

โอมห์กล่าวเสียงเยียบเย็น มองหน้าเพื่อนสาวด้วยดวงตาคมกร้าวส่อแววตำหนิติเตียนเด่นชัด เขาถือคำสั่งของผู้นำหรือกฎของกลุ่มเป็นกฎหมายที่ชีวิตอมตะในกลุ่มสิงหราทุกคนต้องปฏิบัติตาม และจะไม่ยอมให้ใครมองข้ามไป

“นั่นสิ ซิมเวย์ เจ้าต้องการไปจากที่นี่แล้วรึ จึงจะกล้าฝืนกฎของกลุ่มเรา เลโอฯจะโกรธเจ้ามากนะ” เสียงเล็กแหลมของ เคธี่ร้องแทรกขึ้น ขณะมองตามร่างเลโอไนดัสที่เดินหายลับตาไป

“ใช่ ถ้าเจ้ากล้าฝืนกฎของกลุ่ม ก็เท่ากับเจ้าต้องการไปจากพวกเรา และข้ากับโอมห์ก็ไม่อาจยอมให้เจ้าฝืนกฎของพวกเราได้” เอียนห์สนับสนุนคำพูดของเคธี่ ทำให้เพื่อนหลายตนสนใจหันมามองซิมเวย์เป็นจุดเดียวกัน

“ข้าไม่กลัวพวกเจ้าหรอกนะ” ซิมเวย์หันมาแยกเขี้ยวที่ยาวโง้งออกมาเพราะอารมณ์กรุ่นโกรธใส่เพื่อนในกลุ่มแสดงความไม่พอใจ

“อย่าเลยซิมเวย์ เจ้าอย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยน่า เราไปกินอาหารกันดีกว่า เลโอฯอนุญาตให้เข้าไปเลือกอาหารในเขตมนตราของเขาได้นะ ที่นั่นมักจะมีอาหารดีๆให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะกระต่ายตัวอ้วนๆกับกวางเนื้ออ่อนๆ เลือดของมันก็หวานไม่น้อยไปกว่าเลือดมนุษย์เหล่านี้หรอก มาเถอะ ข้าหิวจนน้ำลายสอแล้วละ” เคธี่สูดน้ำลายที่เกือบจะไหลย้อยออกมาจากมุมปากด้วยความอยากและความหิวอาหาร ก่อนจะดึงมือเพื่อนสาวที่เคยเป็นคู่อริกัน พาหายแวบออกมาจากทุกคนในที่นั้น

บทที่ 8 ลิขิตฟ้ามายารัก

“เจ้าคิดว่ามนุษย์พวกนั้น จะมาสร้างปัญหาให้กับพวกเรารึ” เคธี่ส่งกระแสจิตถามร่างแปลงของซิมเวย์ที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้า

“เจ้าไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นรึ หล่อนดูสวยแปลก ดูแตกต่างกว่าพวกเรามากนัก” ซิมเวย์ในร่างแปลงส่งกระแสจิตถามกลับ เสียงฉุนเฉียว

“เจ้าอารมณ์ไม่ดี เพราะจะมีผู้หญิงสวยกว่าเข้ามารึ”

แม้เคธี่จะไม่เคยสนใจการเพิ่มจำนวนของเพศเดียวกัน เพราะคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เสมอว่า มีความฉลาดพอที่จะหาทางเข้าถึงตัวเลโอไนดัสได้ แต่ความสวยงามของหญิงสาวคนนั้นก็ทำให้หล่อนหวั่นไหวไปเหมือนกัน

“ข้าเชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นจะมาสร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มของพวกเรา” เสียงมาดร้ายจากกระแสจิตรุนแรงของซิมเวย์เรียกความสนใจจากเคธี่ได้ทันที

“พวกเรารึ! นี่เจ้านับรวมข้าด้วยรึ...แหม...ใจกว้างขึ้นเยอะเลยนะซิมเวย์ แต่เจ้าจะรีบหึงหวงนางไปทำไม ในเมื่อเรายังไม่รู้เลยว่าเลโอฯจะสนใจนางจริงจังหรือเปล่า เขาอาจแค่อยากช่วยชีวิตนาง ไม่เห็นรึว่ากับคนอื่นๆเขาก็ช่วย เลโอฯเป็นผู้นำกลุ่มที่มีจิตใจดี เขามีอิสระจะทำอะไรก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องคู่นอนหรือคู่ครอง เขาจะเลือกใครก็ได้”

“ข้าเป็นคู่ครองของเขา เขาต้องบอกหรือขอจากข้าก่อน เจ้าตาบอดหรือไงถึงไม่เห็นสายตาของเขา เขามองผู้หญิงคนนั้นอย่างที่ไม่เคยมองข้าหรือกับคนอื่นมาก่อน แม้แต่กับลิซ่าที่อยู่กับเขามาหลายร้อยปี”

“มองยังไง ข้าดูไม่ออก” เคธี่ไม่ใช่คนช่างสังเกตหรือใส่ใจต่อสิ่งใดลึกซึ้งเกินที่เห็น และไม่เข้าใจในความรู้สึกของซิมเวย์

“ก็มองด้วยความเสน่หาอย่างลึกซึ้งน่ะสิ” ซิมเวย์ตอบเสียงกระชากกระชั้นอย่างหงุดหงิด

“เฮ้...เจ้าหึงเขาจนหูตาลายละสิ เจ้านี่ใจแคบจริงๆ ไม่คิดจะแบ่งเลโอฯให้กับใครเลยรึไง” เคธี่จงใจต่อว่ากึ่งเสียดสีผู้ที่กำลังพลุ่งพล่านด้วยแรงริษยา

“ใช่สิ...นังแมวโขมย...ลักกินขโมยกินแล้วยังมาว่าข้าอีก เจ้ามันต้องถูกสั่งสอนเสียบ้าง”

ร่างแปลงสุนัขป่าขนสีขาวฟูฟ่องของซิมเวย์กระโจนเข้าใส่เคธี่ด้วยความโกรธจัด ฝังคมเขี้ยวขย้ำลงไปบนลำคอร่างแปลงให้เคธี่เจ็บพอจะหลาบจำได้บ้าง

แต่แรงโกรธกลับทำให้หล่อนกัดฟัดร่างแปลงของเคธี่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาอย่างหมั่นเขี้ยว ไม่สนใจเสียงร้องเจ็บปวดของเพื่อนสาว เพราะเจ็บใจที่ทุกครั้งที่ตนอยู่ห่างจากเลโอไนดัส เคธี่มักจะหาจังหวะเข้าถึงตัวเขาทุกที่ที่มีโอกาส และหล่อนไม่เคยพลาดจะได้สุขสมกับรสพิศวาสจากเขา

“โอ๊ย...ปล่อยข้านะซิมเวย์...ปล่อย...ข้าเจ็บนะ”

เคธี่ได้แต่ร้องขอด้วยความเจ็บปวด ครั้งนี้หล่อนไม่คิดจะสู้ เพราะรู้ตัวดีกว่าไม่สามารถสู้กำลังแรงโกรธของซิมเวย์ได้ หลายครั้งที่สองสาวทะเลาะเบาะแว้งกัน หล่อนมักจะเสียเปรียบจากพลังที่น้อยกว่า และการฮึดสู้ก็จะยิ่งทำให้ตัวเองยิ่งเจ็บปวดหนัก

“จำไว้นะ เจ้าจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่ามาพูดเย้ยเยาะข้า นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะทำแค่สั่งสอนเจ้า”

ซิมเวย์ขู่ฟ่อ พ่นลมออกจมูกแสดงอาการดูถูกในพฤติการณ์ของเพื่อนสาวที่อยู่ใต้ร่าง แล้วถอยห่างออกมา แม้นางจะไม่ได้ชื่นชอบรสพิศวาสของเลโอไนดัสเพียงผู้เดียว แต่ก็ไม่อยากให้เขาไปยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนสาวตนใด เคธี่เป็นหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่เลโอไนดัสไม่เคยปฏิเสธการเสพสุขด้วย

เมื่อซิมเวย์ได้รับรู้การพบปะระหว่างเลโอไนดัสกับเคธี่หลายครั้งเข้านางก็เริ่มประชดด้วยการเข้าหาผู้นำกลุ่มหมีดำเพื่อนชายต่างกลุ่ม และวันนี้เลโอไนดัสก็ยิ่งทำให้นางขัดเคืองใจมากที่ให้ความสนใจมนุษย์สาวสวยนั่น และทำเหมือนไม่เห็นความสำคัญในตัวนาง แต่นางไม่คิดจะอยู่นิ่งเฉย จึงรีบตามไปดูให้รู้ว่าเขาจะทำอย่างไรกับพวกมนุษย์นั่นได้บ้าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel