บทที่ 11 (ลิขิตฟ้ามายารัก)
บทที่ 11 ลิขิตฟ้ามายารัก
“พวกท่านทำอะไรกัน...เปลี่ยนพวกเขาเป็นร่างแปลงอย่างพวกเราเสร็จแล้วรึ”
เสียงถามไม่พอใจของซิมเวย์แผดก้องสะท้อนไปทั่วถ้ำ หล่อนเดินเข้ามาพร้อมกับเคธี่เพื่อนสาวคู่อริที่ตอนนี้มีสีหน้าไม่ค่อยแจ่มใสนัก แล้วแทรกตัวผ่านกลุ่มเพื่อนที่ยืนรายรอบตรงเข้าไปหาเลโอไนดัส
“มาร์คัสกำลังช่วยให้พวกเขาได้มีชีวิตใหม่” เลโอไนดัสตอบขณะสายตามองมาร์คัสทำหน้าที่ตามคำขอของเขาใกล้เสร็จสิ้น
“นี่ท่านต้องเชิญมาร์คัสมาเชียวรึ”
“ใช่...แล้วหกคนนี่จะเป็นสมาชิกใหม่ของกลุ่มเรา”
เลโอไนดัสกล่าวหลังจากมาร์คัสร่ายมนตรากับร่างมนุษย์คนสุดท้าย พวกเขามองไปยังร่างที่ถูกเปลี่ยนชีวิตใหม่เป็นจุดเดียวกัน ทุกร่างนั้นกลับลงนอนหลับใหลไม่รู้สึกตัวจนกว่าจะเลยค่ำคืนนี้ไป
“งานของข้าเสร็จแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใดอีกไหมเลโอฯสหายข้า”มาร์คัสถามหลังเสร็จงานจากร่างสุดท้าย
“ไม่ละ...ขอบใจมาร์คัสที่กรุณามาตามคำขอข้า”
“ไม่เป็นไร ข้ายินดีช่วยเจ้าเสมอละ จงเรียกหาข้า ถ้าต้องการ สหายรัก” มาร์คัสสัมผัสมือเลโอไนดัสที่ยืนส่งมาบีบกระชับ และกอดตอบเป็นการอำลา
“สวัสดีซิมเวย์”
มาร์คัสทักทายหญิงสาวที่ยืนทำหน้าบูดบึ้ง แล้วหันไปยิ้มล้อเลโอไนดัสก่อนกล่าวคำอำลาที่สายตามนุษย์กึ่งภูตพรายทุกตนจับอยู่กับร่างกายสลายแปรเปลี่ยนเป็นสายหมอกสีขาวพร่างพราวราวกับละอองสายรุ้งเจ็ดสี แล้วพุ่งทะยานออกสู่นอกถ้ำจางหายไปไม่ถึงวินาที ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาเคยชิน แต่ก็ยังตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของมัน
“แล้วคนใหม่พวกนี้ จะทำให้พวกเราต้องเสียอาหารเพิ่มและมีเรื่องยุ่งยากมากมาย”
ซิมเวย์หันมากล่าวทันทีที่มาร์คัสจากไป จากประสบการณ์นานหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้ซิมเวย์ได้รู้ว่าการชุบชีวิตมนุษย์เป็นชีวิตอมตะเหมือนกับการให้กำเนิดภูตพรายรุ่นใหม่ โดยชีวิตภูตพรายอันเป็นอมตะรุ่นเก่าจะต้องคอยอบรมสั่งสอนและปกป้องดูแลจนกว่าพวกเขาจะได้ร่างแปลงและรู้จักใช้ชีวิตในร่างมนุษย์กึ่งภูตพรายอย่างปลอดภัย ซึ่งหล่อนถือว่าเป็นภาระที่น่ารำคาญใจ
“ข้าจะจัดการเรื่องยุ่งยากนั่นเอง อาหารในเขตมนตราของข้ายังมีเหลืออยู่มากมาย พวกเราจะอิ่มหนำกับเหยื่อไปจนตลอดฤดูหนาว และเจ้ากับเคธี่ก็กินอิ่มกันมาแล้วไม่ใช่หรือ”
สายตาเฉี่ยวคมของเลโอไนดัสมองจับจ้องริมฝีปากบางสีสดเผยอเล็กน้อยเหมือนเชื้อเชิญอยู่ตลอดเวลา เขารู้ว่าหล่อนอิ่มหนำกับอาหารจากเหยื่อจนสำราญมาแล้ว
เขาสั่งบริวารหนุ่มให้พาร่างที่เพิ่งได้ชีวิตใหม่ออกไป ทุกร่างจะถูกนำไปไว้บนชั้นสองของปราสาทด้านหลังถ้ำ เหลือเพียงร่างสาวสวยที่เขาตั้งใจจะนำเธอไปไว้ในห้องส่วนตัว แต่ซิมเวย์ได้เข้ามาแทรกขวางเอาไว้
“อื้ม...จะไปไหน เลโอฯ ข้าต้องการเวลาจากท่านนะ”
“ข้ามีธุระจะต้องทำ” เขาหันหนีจากหล่อน
“ทิ้งธุระนั่นไว้ก่อนเถอะ” หล่อนปรายตาไปยังร่างที่รู้ว่าเป็นธุระของเขา
“นี่เป็นเวลารื่นรมย์ของเรา ท่านอย่าไปสนใจอะไรเลย เราห่างกันมานานพอแล้วนะ...ที่รักของข้า...” นางออดอ้อนด้วยจริตมารยา และคิดว่าเลโอไนดัสคงจะโหยหาความสุขจากนาง
“จริงสิ หลายวันมานี่ เจ้าไม่ค่อยได้อยู่ให้ข้าเห็นหน้าเลย”
เขาก้มหน้าลงไล้ลิ้นลิ้มรสเนื้อบนผิวลำคอของหล่อนที่หงายเงยอย่างรู้ใจ ก่อนจะผละมาบดจูบลงบนริมฝีปากบอบบางค่อนข้างกว้าง และได้รับการตอบสนองอย่างหิวกระหาย
ปกติเวลาถึงเนื้อถึงตัวกันอย่างนี้ เขาจะมีอารมณ์พิศวาสต่อหล่อนจนอดใจเสพสุขกับหล่อนไม่ได้ แต่กลิ่นแปลกปลอมที่ติดตัวหล่อนมาทำให้เขาชะงักงัน
“สองสามสัปดาห์มานี่ เจ้าหายตัวไปบ่อยๆนะ บางทีก็ไม่ได้เข้าไปในคูหาของข้า เจ้าไปอยู่ไหนมา”
เลโอไนดัสขยับตัวออกห่างจากร่างสะคราญด้วยอาการข่มกลั้นความรู้สึกที่เกือบจะเรียกได้ว่า สะอิดสะเอียน และคอยฟังคำแก้ตัวจากนาง
“ไม่...ไม่...ข้าไม่ได้หายไปไหนเลโอไนดัส ข้าเพียงแต่น้อยใจท่าน เลยปลีกตัวอยู่ตามลำพังบ้าง แต่ตอนนี้ข้าต้องการท่าน...ที่รัก...” ซิมเวย์ปฏิเสธพัลวัน สังเกตเห็นความเย็นชาในน้ำเสียงผู้ถามจึงใช้จริตมารยาฉะอ้อนเว้าวอนเขา
“กลิ่นแปลกปลอมในตัวเจ้า คงจะมาจากการที่ที่เจ้าปลีกตัวไปอยู่ลำพังบ่อยๆสินะ” เลโอไนดัสประชดกับคำมุสาของนาง
“เลโอฯนี่ท่านพูดอะไร ข้าอุตส่าห์อดใจรอคอยจะมอบความสุขแก่ท่านด้วยความคิดถึง แต่ท่านกลับมากล่าวหา ข้าน้อยใจแล้วนะ”
ซิมเวย์แสร้งทำเสียงกระเง้ากระงอดแง่งอน ตรงข้ามกับกิริยาเร่าร้อนจากการบดเบียดเรือนกายอันอวบอิ่มยวนเย้าเข้าเสียดสีร่างกำยำของผู้นำกลุ่มรูปงามอย่างรู้ตำแหน่งรู้ใจ
“เจ้าคงจะน้อยใจข้ามากสินะ ซิมเวย์ เจ้าถึงมีกลิ่นแปลกปลอมติดตัวมา”
เลโอไนดัสกล่าวย้ำทำจมูกฟุดฟิดกับกลิ่นเจือจางพลางถอยห่างจากกายหล่อน แม้เผ่าพันธุ์ภูตพรายชีวิตอมตะจะมีมนตราล้างชำระให้ร่างกายสะอาดอยู่เสมอ แต่ก็ไม่ได้หมดจด เสียทุกอย่าง โดยเฉพาะกลิ่นราคะจากการเสพสุขของร่างแปลง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไฟราคะของเขาที่มีต่อซิมเวย์มอดดับ
“ระแวงข้ามากเกินไปแล้ว ข้าเป็นคู่ของท่าน มีท่านคนเดียวเสมอนะเลโอฯ” เสียงกระเส่าเว้าวอนของนางเอ่ยพร้อมกับร่างยวนเย้าตามเข้าเบียดแนบชิดเป็นการเรียกร้องเมื่อรับรู้ถึงอาการถอยห่าง
“แต่ข้ามีธุระจะต้องทำและต้องการจะทำตามลำพังบ้าง เจ้าช่วยปล่อยข้าไว้ตามลำพังด้วย” เขาบอกเสียงกึ่งรำคาญกึ่งกระด้าง
“ท่านยังไม่ได้รับความรื่นรมย์จากข้าเลยนะ มาเถอะเลโอฯ ข้าจะปรนเปรอความสุขตอบแทนที่ละเลยหน้าที่ในวันนี้” หล่อนบอกเสียงหวาน
“ข้าดีใจที่เจ้ายังรู้สถานะของตัวเอง ปล่อยเถอะ ข้ามีธุระที่ต้องจัดการ” เลโอไนดัสเน้นคำท้ายให้หล่อนได้เข้าใจแจ่มชัด
“แต่ข้าต้องการให้ท่านจัดการกับข้าก่อน”
ซิมเวย์ยังคงตื้ออย่างดื้อดึง เบียดเรือนร่างงามสะพรั่ง ของวัยสาวเข้าโลมเล้าเขาพร้อมกับริมฝีปากและฝ่ามืออ่อนนุ่มที่คาดหวังจะยื้อเขาไว้ได้เหมือนเคย
“แต่ข้าไม่ว่าง”
เลโอไนดัสพยายามขืนร่างเอาไว้ ในความรู้สึกตอนนี้ เขาไม่มีความปรารถนาต่อเรือนร่างเย้ายวนของซิมเวย์เลยสักนิด ผู้นำหนุ่มเบี่ยงกายหลบและถอยออกห่าง ส่งสายตาคมวาวที่เกือบจะแข็งกร้าวสบประสานตานางเป็นการยืนยันคำปฏิเสธโดยไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูดออกจากปาก
“ทำไมล่ะเลโอฯท่านไม่เคยปฏิเสธที่จะมีความสุขกับข้า”
“ข้าบอกแล้วว่ามีสิ่งที่ต้องทำอีกหลายอย่าง”
“สิ่งที่ต้องทำรึ...ทำกับนังผู้หญิงคนใหม่นี่ละสิ”
ซิมเวย์สะบัดหน้าไปมองร่างที่ยังหลับใหลด้วยสายตามาดร้าย แล้วหันกลับมาหรี่ตามองปฏิกิริยาของผู้นำหนุ่มด้วยความไม่พอใจจนเกือบจะเป็นแค้นเคือง
“บางทีเจ้ากับข้าอาจจะต้องอยู่ห่างกันสักพัก” เลโอไนดัสบอกจากความรู้สึกที่บัดนี้ไม่มีความปรารถนาในตัวซิมเวย์อยู่เลย
“เราอยู่ห่างกันมานานเกินไปแล้ว ท่านไม่เคยเป็นเช่นนี้ ดูท่านเฉยเมยต่อข้าเหลือเกิน” น้ำเสียงสะเทือนใจของซิมเวย์ทำให้คนฟังรู้สึกละอาย
“ข้าเสียใจที่ทำให้เจ้าคิดอย่างนั้น” เลโอไนดัสรู้สึกอย่างที่กล่าวมาจริงๆ
“ท่านเปลี่ยนไปนะเลโอฯ” ความริษยาอาฆาตประดังเข้าสู่หัวใจภูตพรายสาว
“เจ้าน่าจะตอบเหตุผลนี้ได้ดีไม่ใช่รึ”
ผู้นำหนุ่มย้อนถามกลับ พฤติการณ์ของซิมเวย์ต่างหากที่เป็นตัวปลดเปลื้องความรู้สึกพิศวาสเร่าร้อนที่เคยมีต่อกันเลือนหายไป
“ท่านเป็นผู้ปฏิเสธความสุขจากข้า ข้าก็จะเป็นอิสระจากท่านแล้วอย่ามานึกเสียดายก็แล้วกัน”
ซิมเวย์กล่าวประชด สัมผัสได้กับความห่างเหินเย็นชาของเขา แต่นางจะแคร์อะไร ในเมื่อไม่ได้มีเลโอไนดัสเพียงผู้เดียว
“ข้าให้อิสระกับเจ้า ขอให้มีความสุข...ซิมเวย์...” เลโอไนดัสรู้ความหมายคำพูดของซิมเวย์ ซึ่งเป็นเหมือนคำปลดเปลื้องพันธนาการต่อกัน
“ความสุขใด ก็คงไม่ทำให้ข้ามีความสุขมากไปกว่าการได้เป็นคู่ครองของท่านหรอกนะ”
ซิมเวย์กล่าวเสียงหวาน ตรงข้ามกับดวงตาส่อแววเคืองอาฆาต หล่อนจากเขามาด้วยการแปรร่างเป็นสายหมอกสีหม่นหมุนรุนแรงเสียงอู้ประดุจพายุตามอารมณ์พลุ่งพล่าน ตอนนี้ซิมเวย์ต้องการใครสักคนมาช่วยดับความร้อนรุมภายในใจ จึงมุ่งหน้าไปหาอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูพุ่งไปข้างหน้า เพราะรู้ว่าใครคนนั้นไม่เคยหยุดต้องการในตัวนาง
